รีวิว Tall Girl รักยุ่งของสาวโย่ง

Tall Girl รักยุ่งของสาวโย่ง

ใครที่เป็นคอหนังรัก น่ารัก ๆ สนุก ๆ ไม่ได้ปวดหัวตัวร้อนเวลาดูตาม เราขอแนะนำหนังเรื่อง Tall Girl รักยุ่งของสาวโย่ง ให้ลองพิจารณาในการรับชมด้วย เพราะหนังเรื่องนี้นั้นได้ข้อคิดที่ดีมาก สำหรับสาว ๆ ไม่ว่าตัวเองจะมีรูปร่าง อ้วน ผอม สูง หรืออะไรก็ตามแต่ อยากจะให้ทุกคนนั้นรักตัวเองในสิ่งที่เป็น และก็รักคนที่เค้ารักเราในสิ่งที่เราเป็นด้วย ไม่อยากจะให้เราเปลี่ยนแปลง ก่อนที่จะรีวิวหนังเรื่องนี้ ขอแนะนำตัวละครหลัก ๆ ก่อนนั้นก็คือ แม่สาวตัวสูงโย่ง เอวา มิเชลล์ แสดงเป็น จอรดี่ เครแมน ประวัติสาวน้อยคนนี้  เธอนั้นมีส่วนสูงถึง 170 เมื่อตอนที่เธออายุเพียงงแค่ 16 เท่านั้น ถ้าเป็นฝรั่งนั้นอาจจะไม่ใช่เรื่องที่แปลกอะไร แต่ถ้าเป็นคนไทยอาจจะแปลก ซึ่งเธอแสดงเป็นตัวเอกในเรื่องนี้ การรีวิวโดยรวมนั้นก็คือ เธอคิดว่าความสูงของเธอนั้นเป็นปัญหาชีวิตเพราะไม่ว่าเธอจะทำอะไร ก็เป็นที่น่าจับตามองอยู่เสมอ ด้วยความที่เธออยู่ในสังคมที่กำลังเป็นวัยรุ่นเธอต้องโดนกลั่นแกล้งบางล่ะ แต่การกลั่นแกล้งในแต่ละครั้งนั้นก็อาจจะนำเรื่องส่วนสูงของเธอมาพูด  โดยปกติแล้วผู้หญิงตัวสูงนั้นเป็นอะไรที่แปลกและหายาก ผู้หญิงมักจะไม่ค่อยสูงกันเลยเป็น มาตรฐานไปแล้วว่า ผู้หญิงตัวสูงใหญ่แสดงว่าไม่สวย เธอเลยคิดว่าชาตินี้คงไม่มีผู้ชายคนไหนอยากจะเข้ามาจีบเธอหรอกเพราะเธอสูงขนาดนี้แต่เธอนั้นลืมมองสิ่งที่อยู่ข้างกายของเธอเองหนังเรื่องนี้ถือว่าเวลาไม่ยาวนานเกินไป แต่พร็อตเรื่องนั้นเดาได้นานมาก ไม่มีพลิกหรือหักมุมแต่อย่างใดเลย ส่วนตัวให้คะแนนของเรื่องอยู่ที่ 7/10 คะแนน แต่ในคะแนนของมุมกล้องเพราะมีความน่าสนใจ ถ่ายออกมาสวย ดูดี 10/10 เนื้อหาสาระเรื่องการสร้างแรงบันดาลใจก็ดีว่าดีอยากให้ทุกคนนั้นพอใจกับสิ่งที่ตัวเองเป็น ถ้าโลกใบนี้มีแต่คนที่หน้าตาเหมือนกันหมด มันก็คงมีความหลอนน่าดู สำหรับใครที่อยากจะรับชมหนังเรื่องนี้สามารถรับชมแบบถูกลิขสิทธิ์ได้ที่ Netflix

รีวิว The half of it รักครึ่ง ๆ กลาง ๆ

The half of it รักครึ่ง ๆ กลาง ๆ

สำหรับใครที่เป็น คอหนังรักฝรั่ง แต่ไม่ใช่แนวแบบหวานเจี๊ยบ ขอแนะนำหนังเรื่อง The half of it รักครึ่ง ๆ กลาง ๆ เป็นหนังที่ทำให้เรารู้คุณค่าของคำว่ารัก เวลาที่สมองและความรู้สึกตัดสินใจนั้นเป็นอย่างไร มันเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยากเหมือนกันนะ หลาย ๆ คนอาจจะพูดว่าทำตามใจตัวเอง แต่ถ้าความเป็นจริงแล้ว เราทำแบบนั้นไม่ได้ล่ะ เราจะทำยังไงต่อไปอีกคนเราก็รักเพราะความคิดของเค้า ส่วนอีกคนเราก็รู้สึกดีด้วย นี่หรือเปล่าที่เรียกว่ารักครึ่ง ๆ กลาง ๆ ก่อนที่จะเข้าการรีวิวขอแนะนำตัวละครหลักก่อนนั้นก็คือ เลียห์ ลูวิส แสดงเป็น เอลลี่ย์ จู ซึ่งแน่นอนเธอแสดงเป็นตัวเอกในหนังเรื่อง The half of it รักครึ่ง ๆ กลาง ๆ ด้วยความที่เธอนั้นเป็นลูกคนจีน พอพูดถึงคนจีนทุกคนจะรู้อยู่แล้วว่าพวกเค้านั้นฉลาดมากในการหาเงิน ไม่ว่าจะทำอะไร เราก็จะหาหนทางในการทำเงินได้อยู่แล้ว นักเรียนมักจะชอบจ้างในจูนั้นทำรายงานให้เพราะเธอเป็นคนที่หัวดี คิดไว แต่นิสัยหลัก ๆ ก็จะเหมือนพวกเนิร์ดหน่อย ๆ อยู่มาวันหนึ่งมีชายหนุ่มคนหนึ่งต้องการที่จะจีบผู้หญิงแต่ไม่รู้จะเข้าหายังไงเลยมาจ้างให้ จู นั้นเขียนจดหมายให้เค้าหน่อย จูก็รับปากจะทำให้ด้วยความสนิทสนมกัน ความสัมผัสมันก็เริ่มเพิ่มมากขึ้นเป็นเรื่องปกติ และผู้หญิงคนนั้นพึ่งมารู้ว่า คนที่เขียนจดหมายหาเธอนั้นไม่ใช่ผู้ชายที่ส่งให้แต่เป็นจูที่เป็นคนเขียนส่งเรื่อง The half of it รักครึ่ง ๆ กลาง ๆ สำหรับมุมกล้อง 10/10 สำหรับเนื้อเรื่องให้ 7/10 เพราะว่ามันจะมีช่วงหนึ่งที่ค่อนข้างน่าเบื่อแต่ไม่ได้น่าเบื่อจนอยากจะปิดหนังมันยังมีอารมณ์ลุ้นที่อยากจะดูต่ออีก พร็อตเรื่องถือว่าโอเครแปลกใหม่ น่าค้นหา มีความเกี่ยวกับเรื่องของความรู้สึกคนเพราะมันซับซ้อนแบบนี้จริง ๆ สำหรับใครที่อยากจะรับชมหนังเรื่องนี้แบบถูลิขสิทธิ์สามารถรับชมได้ที่ทาง Netflix

Don’t Look Up หนังใหม่ “ลีโอนาร์โด ดิแคพรีโอ” เตรียมฉายบน Netflix สิ้นปีนี้

Don’t Look Up

Don’t Look Up ภาพยนตร์แนวดราม่าเรื่องใหม่ของ Netflix ฝีมือผู้กำกับ “อดัม แมคเคย์” (Adam McKay) ที่ได้สองนักแสดงระดับแถวหน้าของฮอลลีวูดอย่าง “ลีโอนาร์โด ดิแคพรีโอ” (Leonardo DiCaprio) และ “เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์” (Jennifer Lawrence) มารับบทนำ ได้ประกาศวันฉายในวันที่ 24 ธันวาคม นี้  โดยหนังเรื่องนี้ได้รับการคาดหวังอย่างสูงว่าจะสามารถเข้าชิงรางวัลสาขาต่าง ๆ ทั้งในลูกโลกทองคำ และรางวัลออสการ์ได้เลยทีเดียว Don’t LookUp หนังดราม่าว่าด้วยนักบินอวกาศระดับล่าง 2 คน Don’t Look Upหนังแนวดราม่าผลงานของผู้กำกับและมือเขียนบท “อดัม แมคเคย์” ที่เคยฝากผลงานแนวคอมเมดี้เรื่องดังหลายเรื่อง ทั้ง Anchorman (2004), Talladega Nights (2006), Step Brothers (2008) รวมถึงหนังดราม่าระดับรางวัลออสกาสร์อย่าง The Big Shot (2015) แถมยังได้สองนักแสดงเจ้าของรางวัลออสการ์อย่าง “ลีโอนาร์โด ดิแคพรีโอ” และ “เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์” มารับบทนำอีกด้วย เรียกได้ว่าแค่เห็นชื่อนักแสดงก็การันตีคุณภาพได้ระดับหนึ่งแล้ว สำหรับ Don’t LookUpว่าด้วยเรื่องราวของนักบินอวกาศ 2 คน รับบทโดย ลีโอนาร์โด และ เจนนิเฟอร์ ที่พยายามเดินสายออกสื่อต่าง ๆ เพื่อเตือนสาธารณชนเกี่ยวกับดาวหางมรณะที่กำลังจะพุ่งเข้าชนโลกในอีก 6 เดือน ขณะที่รัฐบาลก็พยายามทำทุกวิธีทางเพื่อปิดบังความจริงนี้  โดยหนังเรื่องนี้ได้รับการคาดหวังค่อนข้างมากว่าจะนำเสนอเนื้อหาเสียดสีการเมืองของสหรัฐฯ ได้ดีพอจะเข้าชิงรางวัลเวทีใหญ่ ๆ ทั้งลูกโลกทองคำและออสการ์ นอกเหนือจากนักแสดงนำอย่าง ลีโอนาร์โด ดิแคพรีโอ และ เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์ แล้ว หนังเรื่องนี้ยังได้นักแสดงมากฝีมืออีกหลายคนมาร่วมสมทบ ไม่ว่าจะเป็น “เมอรีล สตรีป” (Meryl Streep) ที่จะมารับบทประธานาธิบดีสหรัฐฯ และ “โจนาห์ ฮิลล์” (Jonah Hill) ที่มารับบทลูกชายของประธานาธิบดี รวมทั้งยังได้ เคต แบลนเชตต์ (Cate Blanchett), ทิโมธี ชาลาเมต์ (Timothée Chalamet), อารีอานา กรานเด (Ariana Grande) และ คริส อีแวนส์ (Chris Evans) มาร่วมแสดงด้วย ทั้งนี้ Don’t LookUpมีกำหนดเข้าฉายบน Netflix ในวันที่ 24 ธันวาคม นี้ โดยจะเข้าฉายพร้อมกับภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์หลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็น Sherlock Holmes 3, Spider-Man: No Way Home และ The Matrix 4

รูโรนิ เคนชิน (ปฐมบท) เปิดตำนานซามูไร

รูโรนิ เครชิน ปฐมบท

สำหรับบรรดาสาวกของการ์ตูนมังงะเรื่อง ซามูไรพเนจร คงจะจำกันได้กับตัวละคร ฮิมูระ เคนชิน หรือมือพิฆาตบัตโตไซ สุดยอดซามูไรฝีมือดีแห่งยุคปฏิวัติประเทศญี่ปุ่น และได้มีการสร้างออกในแบบอนิเมชั่นจนมาถึงแบบคนแสดงจริง ในชื่อว่า “รูโรนิ เคนชิน” ซึ่งมีฉายในประเทศไทยมาแล้วทั้งหมด 3 ภาคด้วยกัน และ 2 ภาคล่าสุดที่กำลังเข้าฉายทาง Netflix นั่นคือ “รูโรนิ เครชิน ปฐมบท” และ “ปัจฉิมบท” และกลายเป็นภาพยนตร์ญี่ปุ่นที่ได้รับคำชมอย่างมากจากคนดูในประเทศไทย รูโรนิ เคนชิน ปฐมบท จะกล่าวถึงเนื้อเรื่องของ ฮิมูระ เคนชิน ในสมัยที่เขายังไม่ได้ออกพนเจรและยังใช้ชื่อว่า ฮิมูระ บัตโตไซ อยู่ ตอนนั้นเขาเป็นมือสังหารหมายเลข 1 ที่สร้างความหวาดกลัวอย่างมากในยุคเมจิ ซึ่งเรื่องราวในภาค ปฐมบท จะเล่าถึงเหตุการณ์ในช่วงปฏิวัติตอนนั้นเขาได้รับคำสั่งให้มาฆ่าซามูไรคนหนึ่ง ซึ่งกำลังจะเข้าพิธีแต่งงาน ซึ่งเขานั้นทำการสังหารสำเร็จไปได้ด้วยดีแต่ก็ต้องได้รับบาดแผลที่แก้มด้านซ้าย จากนั้นเนื้อเรื่องใน รูโรนิ เครชิน ปฐมบท หลังจากนั้น ฮิมูระ บัตโตไซ ได้พบรักกับ ยูกิฮิโร โทโมเอะ ผู้หญิงคนแรกที่เขายอมรับว่าเป็นภรรยาโดยเธอนั้นมีน้องชายชื่อ ยูกิฮิโร เอนิชิ โดยที่แท้จริงแล้วนั้นโทโมเอะผู้นี้คือคู่หมั้นของซามูไรที่บัตโตไซได้ลอบสังหารไปในตอนต้นเรื่อง จากการได้ใช้ชีวิตอยู่กับโทโมเอะ ทำให้ บัตโตไซ ตระหนักถึงการมีชีวิตของทั้งตนเองและผู้อื่น แต่แล้วโศกนาฎกรรมก็ได้เกิดขึ้นอีกครั้งเมื่อโทโมเอะตายต่อหน้าต่อ ด้วยฝีมือของตัวเขาเองและได้สร้างบาดแผลที่แก้มด้านซ้ายอีก 1 แผลจนกลายเป็นแผลกากบาท ภายหลังจากนั้น เอนิชิ ได้หายตัวไปส่วน บัตโตไซ นั้นได้เข้าร่วมสู้สงครามก่อนจะสาบานกับตัวเองว่าจะไม่ฆ่าคนอีกและพกดาบสลับคมตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา สำหรับใครที่อ่านซามูไรพเนจรในแบบมังงะมาก่อนคงจะเดาเนื้อเรื่องของ รูโรนิ เครชิน ปฐมบท ได้อย่างง่ายดาย เพราะเนื้อเรื่องส่วนมากนั้นจะคล้ายกับในมังงะ แต่หลังจากถูกสร้างเป็นภาพยนตร์ญี่ปุ่นก็ได้มีการดัดแปลงเพิ่มเติมบางส่วนเข้ามาเพื่อความสนุกของตัวหนังเอง สำหรับใครที่อยากจะรับ รูโรนิ เครชิน ปฐมบท สามารถติดตามชมได้แล้วใน Netflix รับรองได้เลยว่าสนุกอย่างแน่นอน

รูโรนิ เคนชิน (ปัจฉิมบท) ปิดตำนานซามูไรก้าวสู่ยุคใหม่

รูโรนิ เคนชิน ปัจฉิมบท

รูโรนิ เคนชิน ปัจฉิมบท สุดยอดภาพยนตร์ญี่ปุ่น ภาคสุดท้ายของตำนานสุดยอดซามูไรมือสังหารอย่าง ฮิมูระ บัตโตไซ ในอดีตเขาเคยเข่นฆ่าผู้คนเหมือนผักปลารวมถึงภรรยาของตัวเองแม้ว่าจะเป็นเพียงแค่อุบัติเหตุแต่นั้นทำให้เกิดแผลลึกในใจของ เคนชิน และทำให้เขาตัดสินใจออกพเนจรพร้อมกับใช้ดาบสลับคมเพื่อปกป้องคนอ่อนแอ แต่ยังมีกลุ่มคนอีกกลุ่มที่จ้องรอวันจะแก้แค้นอดีตมือพิฆาตในตำนานรายนี้อยู่  รูโรนิ เคนชิน ปัจฉิมบท จะเล่าเรื่องราวหลังจากจบศึกกับ ชิชิโอ มาโคโตะ อดีตมือสังหารรุ่นน้องของของ บัตโตไซ ซึ่งหากใครที่ยังไม่เคยดูมาก่อนแนะนำให้ดูภาคปฐมบทและไล่เรียงมาตั้งแต่ ซามูไร X, โตเกียวทะเลเพลิง และ คนจริงซามูไร โดยเนื้อเรื่องของภาคนี้จะต่อเนื่องจากภาคที่ 3 คนจริงซามูไร และอ้างอิงจากภาคปฐมบท โดยในภาคปฐมบทนั้นจะเล่าเรื่องราวก่อนที่เคนชินจะมาพเนจรพร้อมกับให้เห็นถึงภรรยาคนแรกของเขา และน้องภรรยาคือ เอนิชิ ที่หายตัวไปหลังจากนั้น  รูโรนิ เคนชิน ปัจฉิมบท จะเป็นเรื่องราวสุดท้ายระหว่าง เอนิชิ ซึ่งมีศักดิ์เป็นน้องภรรยาเคนชิน โดยตัวเขาได้รวมรวบบรรดาซามูไรที่มีความแค้นกับบัตโตไซในอดีตเพื่อกลับมาล้างแค้น ซึ่งตัวของเอนิชินั้นเป้าหมายคือต้องการล้างแค้นให้ โทโมเอะ ผู้เป็นพี่สาวเพราะเขาฝังใจมาตลอดว่าบัตโตไซเป็นคนพรากพี่สาวไปจากชีวิตของเขา ซึ่งภาคนี้ถือว่าเป็นภาคสุดท้ายของเวอร์ชั่นมังงะ, อนิเมชั่น และ ภาพยนตร์ญี่ปุ่น เพราะหลังจากนี้จะเป็นการเข้าสู่ยุคใหม่อย่างเต็มตัว  รูโรนิ เคนชิน ปัจฉิมบท ถือได้ว่าเป็นการปิดฉากซามูไรพเนจรอย่างแท้จริง สุดท้ายแล้วเคนชินกับพรรคพวกจะผ่านวิกฤตินี้ไปได้หรือไม่นั้น ร่วมกันหาคำตอบกันได้แล้วใน รูโรนิ เคนชิน ปัจฉิมบท สามารถติดตามชมทั้งหมด 5 ภาคได้แล้วที่ Netflix การันตีความมันได้เลย ยิ่งถ้าดูไล่ตั้งแต่แรกมาจะยิ่งสนุกและเข้าใจเนื้อเรื่องได้ดีมากยิ่งขึ้น  ตัวอย่างหนัง รูโรนิ เคนชิน ปัจฉิมบท

Ghost Lab ฉีกกฎทดลองผีซีรี่ส์ที่ต้องใช้สติในการดูมาก ๆ

“ผี” มีจริงหรือไม่ เป็นคำถามของคนเรามายาวนานนับแต่ยุคก่อเกิดมนุษย์ จากตำนานความเชื่อ และสิ่งที่กล่าวไว้ในศาสนาต่าง ๆ ที่ว่า ผี คือจิตวิญญาณของคนที่ตายไปแล้วที่ยังคงสามารถปรากฎตัวออกมาให้คนที่ยังมีชิวิตเห็นรวมทั้งส่งผลดีและแย่ต่อผู้ที่พบเจอได้ รวมทั้งมีหลากหลายเรื่องราว จนถึงยุคปัจจุบันที่เป็นยุควิทยาศาสตร์ครองโลก เว็บรีวิวหนัง หนังต่างประเทศความเชื่อเรื่องผีก็ยังคงไม่จางหายไปไหน betclic88ซึ่งในทางวิทยาศตร์เองก็ยังพยายามตรวจสอบให้ได้ว่ามันมีจริงหรือไม่ ด้วยอุปกรณ์ต่างๆที่คิดขึ้น อาทิ เครื่องจับความร้อนอ จับคลื่นความถี่ แม้แต่เครื่องคุยกับผีก็ยังมี ซึ่งแนวคิดการค้นหาผีด้วยวิทยาศตร์นี้เองทำให้เป็นจุดเริ่มต้นของซีรี่ส์แนวกึ่งไซไฟแฟนตาซีสยองขวัญที่ชื่อ Ghost Lab ฉีกกฎทดลองผี The Falcon and the Winter Soldier กำเนิดกัปตันอเมริกาคนใหม่ ซีรี่ส์ Ghost Labฉีกกฎทดลองผี เป็นซีรี่ส์สัญชาติไทยที่หยิบยกเอาความเชื่อเรื่องวิญญาณ ภูติผี หลังความตายในปัจจุบันมาจับคู่กับแนวคิดทางวิทยาศาตร์ผ่านตัวละครหลักที่มีอาชีพอย่างแพทย์ ซึ่งบริษัทสร้างภาพยนตร์และซีรี่ส์ชื่อดังของไทย GDH ได้ผนึกกำลังกับ กอล์ฟ ปวีณ ภูริจิตปัญญา เจ้าของผลงานภาพยนตร์ชื่อดังอย่าง บอดี้…ศพ#19,สี่แพร่และห้าแพร่ง อดีตภาพยนตร์แนวน่ากลัว ผีหลอก วิญญาณหลอนชื่อดังของไทย ที่นำเสนอต่อผู้ชมผ่านระบบผู้ให้บริหารสตรีมมิ่งส์ชื่อดัง Netflix ซึ่งเรื่องราวจะบอกเล่าถึงแพทย์หนุ่มสองเพื่อนซี้ที่ต้องการสร้างผลงานทางวิทยาศาตร์และการแพทย์ที่ไม่เคยมีผู้ใดทำสำเร็จมาก่อน เพื่อให้ได้ตีพิมพ์ลงนิตยสารชื่อดังของวงการวิทยาศาสตร์และการแพทย์ ซึ่งพวกเขากลับเลือกหัวข้อยากอย่าง “ผี” และโลกหลังความตาย เริ่มตั้งแต่การใช้เครื่องมือทางวิทยาศาตร์ออกมองหาผีตามบ้านร้างหรือสถานที่ที่ว่ากันว่าน่ากลัวและมีผีอยู่ไปจนกรรมวิธีต่างๆตามความเชื่อของคนเกี่ยวกับผี ในบางตอนก็จะผสานไปด้วยความรักในครอบครัว และความผูกพันระหว่างเพื่อน ซึ่งถูกชมกันมากในช่วงครึ่งแรกของซีรี่ส์ แต่ปัญหาไปตกลงตรงที่ครึ่งหลังที่ถูกวิจารณ์กันมากว่าการกระทำของตัวละครที่นอกจากจะไม่สอดคลองกับหลักศาสนาแล้ว ยังดูจะไม่เป็นวิทยาศาสตร์หรือตรรกะที่แพทย์ควระจะมีทำให้มีทั้งคนที่ชอบและไม่ชอบ Ghost Labสักเท่าไหร่ สำหรับผู้เขียนมองว่า Ghost Labเหมาะสำหรับคนที่ไม่จริงจังอะไรมากและต้องการรับความบันเทิงเท่านั้น แต่สำหรับผู้ชมในกลุ่มเยาวชนอาจต้องมีผู้ปกครองคอยแนะนำถึงสิ่งที่ควรและไม่ควรทำในซีรี่ส์นี้ด้วยถึงจะดี วิดีโอตัวอย่างภาพยนตร์เรื่อง Ghost Lab ฉีกกฎทดลองผี

หนังแอนตี้ฮีโร่จากค่าย Netflix อย่าง “The Old Guard” ผลงานจากผู้สร้าง G.I.JO

จากผลงานนิยายชื่อดัง ที่ถูกดัดแปลก และแต่งเติมเข้าไปจนได้หนัง นักรบอมตะอย่าง The Old Guard ผลงานหนังแอนตี้ Hero จากทางค่าย Netflix ที่บอกเล่าเรื่องราวของกลุ่มคนที่มีพลังอมตะเหนือมนุษย์ ที่พวกเขาไม่มีวันแก่ และฆ่ายังไงก็ไม่ตาย แต่พลังของพวกเขานั้น ไม่แน่นอน พวกเขาไม่รู้ว่าพลังของพวกเขาจะหมดไปตอนไหน และวันนี้ผมจะมารีวิวThe Old Guardนักรบพันธ์อมตะให้เพื่อนๆได้ฟังกันครับ รีวิว “The Old Guard” หนังแอนตี้ฮีโร่เรื่องล่าสุดจากทายค่าย NetFlix The Old Guardเป็นหนังแอนตี้ฮีโร่ เรื่องล่าสุดจากทายค่าย NetFlix ที่ผสมผสานและดัดแปลงมาจากนิยายชื่อดัง อีกทั้งยังได้ทีมงานคุณภาพจากสตูดิโอที่ฝากผลงานต่างๆไว้มากมายมายมาร่วมสร้างสรรค์ผลงาน เช่น G.I.JO, Mission: Impossible, 6underground, โดยThe Old Guardจะพูดถึง กลุ่มนักรบที่มีพลังวิเศษ อมตะฆ่าไม่ตาย ที่ต้องใช้ชีวิตปะปนไปกับคนธรรมดา ซึ่งเหล่านักรบพันธ์อมตะนั้นมีผู้นำหญิงที่ชื่อว่า “Andy” ที่มีอายุยาวนานมากที่สุดในกลุ่ม และมีประสบการณ์ในการรบและการใช้ชีวิตที่ยาวนานสุด นำแสดงโดย  “Charlize Theron” (ชาร์ลีซ เทรัน) ซึ่ง Andy เป็นผู้รวบรวมกลุ่มคนที่มีพลังอมตะนี้เข้าไว้ด้วยกัน โดยเธอหวังที่จะไม่ใช้มนุษย์รู้เพราะอาจจะเป็นอันตรายต่อเผ่าพันธุ์ของเธอได้ และสมาชิกในกลุ่มได้แก่ “Kooker” นำแสดงโดย Matthias Schoenaerts และสมาชิกคนล่าสุดในกลุ่มอย่าง Kiki layne  รับบทโดย liyne และ “Nicky”, “Joe” ที่รับบทโดย Luca Marinelli และ Marwan kenzari ,และซึ่งทั้ง 2 ตัวละครนี้ เป็นคู่ ชายรักชายกันภายในหนัง โดยตรงจุดนี้ผมมองว่ามันทำให้หนังมีสเน่ห์ขึ้นเอามากๆ เพราะมีหนังแอคชั่นเพียงไม่กี่เรื่องที่ หยิบยกเพศที่สาม เข้ามามีบทบาทในหนังฮีโร่  ส่วนความสนุกของหนังจะเป็นอย่างไร เพื่อนๆสามารถไปรับชมกันแล้วได้ทาง Netflix และในส่วนความรู้สึกของผมนั้น หนังเรื่องนี้ ค่อนข้างสนุกและน่าติดตามตลอดทั้งเรื่อง ยิ่งทางฝั่งนักแสดงอย่าง “Charlize Theron” (ชาร์ลีซ เทรัน) เธอแสดงได้ดีเอามากๆ  เธอมีเสน่ห์ สวย เท่ และแบกหนังเรื่องนี้ได้อย่างดีเลยทีเดียวครับ หากคุณไม่อยากพลาดทุกข้อมูลเกี่ยวกับ เว็บรีวิวหนัง อย่าลืมติดตาม หนังที่ฝากคำถามไว้มากมายจาก Netflix อย่าง In The Tall Grass พงหลอนมรณะ ได้อีกที่ filmograd.net หลังจากที่ดูหนังสนุกสุดมันส์ไปแล้วนั้น เรามาต่อกันที่ gclub168 สถานที่ที่นักลงทุนให้ความสนใจกันเป็นอย่างมาก เพราะมันสามารถเปลี่ยนชีวิตทุกคนได้อย่างง่ายดายเลย

หนังแฟนตาซีจัดจ้านเรื่องแรกจากทาง netflix อย่างเรื่อง “Bright”

หากพูดถึงหนังตำรวจคู่หูเพื่อนๆก็คงจะนึกถึงหนังตำรวจคู่หูจากหนังเรื่อง Bad Boys และหากพูดถึงหนังแฟนตาซีเพื่อนหลายๆคนก็คงจะนึกถึงหนังฟอร์มยักษ์ชื่อดังยัง The Lord of the Rings แต่จะเป็นอย่างไรหากหนังทั้งสองเรื่องนี้อยู่รวมกัน ใช่แล้วครับผมกำลังจะพูดถึงหนังเรื่องหนึ่งซึ่งเป็นหนังฟอร์มยักษ์จากทางค่าย Netflix อย่าง Bright ซึ่งมองดูผิวเผินอาจเหมือนกันหนังเรื่อง Bad Boys ฉบับเวทมนต์ และวันนี้ผมก็จะมารีวิวหนังแฟนตาซีจัดจ้าย เรื่องแรกจาก netflix  อย่างbrightให้เพื่อนๆได้ฟังกันครับ Bright หนังอีกเรื่องที่ควรค่าแก่การรับชมเป็นอย่างมาก สำหรับหนังฟอร์มยักษ์อย่างBrightนั้น จะพูดถึง โลกในอนาคตที่เกิดความแบ่งชนชั้น ความเสื่อมโทรมของอารยธรรม และการอยู่ร่วมกันระหว่างเผ่าพันธุ์ต่างๆ เช่น ออร์ค เอลฟ์ ภูต และมนุษย์ ซึ่งปกติแล้วหนังที่พูดถึงทั้ง 3 เผ่าพันนี้จะเป็นหนังแฟนตาซีย้อนยุค แต่สำหรับbrightนั้น กลับนำเสนอไอเดียร์ที่แตกต่างออกไปกว่านั้น เพราะหนังเดินเรื่องในโลกของอนาคตอันใกล้ แต่ยังคงความเป็นชนชั้นของแต่ละเผ่าไว้เช่นเดิม  โดย เอลฟ์ เป็นชนชั้นสูง มนุษย์เป็นชนชั้นกลาง ออร์คเป็นชนชั้นล่าง และภูตเป็นสิ่งมีชีวิตที่ต่ำต้อยที่สุด โดยหนังจะพูดถึงโลกที่อยู่สงบสุขมานาน แต่ต้องเผชิญภัยอันตรายที่กำลังจะมาถึง โดยมีเผ่าเอลที่ไม่หวังดีคิดจะรวบรวมไม้กายสิทธิ์วิเศษ ที่สามารถปลุกชีพจอมมารจากยุคโบราณมืดกลับขึ้นมาอีกครั้ง และคนที่จะมาพิทักษ์โลกนั้นคือ สองคู่หูตำรวจ ที่แตกต่างกันสุดขั้ว ทั้งนิสัย และเผ่าพันธุ์ นั่นคือ มนุษย์ที่นำแสดงโดย “Will Smith” (วิลล์ สมิธ) และ ออร์ค นำแสดงโดย “Joel Edgerton” (โจล เอ็ดเกอร์ทอน) และทั้งสองจะช่วยเหลือโลกนี้ได้อย่างไร คงต้องไปติดตามกันได้ในbrightทาง Netflix เท่านั้น สำหรับความรู้สึกหลังจากที่ผมได้ดู ต้องขอชื่นชมทางค่าย Netflix จริงๆครับที่กล้าจะสร้างความแตกต่างของหนังให้ออกมาได้อย่างลงตัว อาจจะมีเพียงเรื่องเดียวที่ผมรู้สึกเสียดายอยู่เล็กน้อย ถึงสเกลของหนัง ที่อยากให้ทำออกมาให้กว้างกว่านี้อีกหน่อย แต่ทางค่ายคงต้องการทำหนังแฟนตาซีที่เข้าใจง่าย และสเกลที่สั้นเพื่อสร้างความแตกต่างหรือเปล่าอันนี้ก็อาจจะเป็นไปได้ แต่ก็ถือเป็นหนังอีกเรื่องที่ควรค่าแก่การรับชมเอามากๆเลยครับ หากคุณไม่อยากพลาดทุกข้อมูลเกี่ยวกับ เว็บรีวิวหนัง อย่าลืมติดตาม รีวิวหนัง “เล มิเซราบล์” (Les Misérables) ความรัก อยุติธรรม และการปฏิวัติ ได้อีกที่ filmograd.net จะว่าไปตอนนี้หนังแนวแฟนตาซีและ gclub1688 ก็กำลังเป็นที่นิยมเป็นอย่างมากเลยเหมือนกัน ซึ่งคำว่าเป็นที่นิยมนั้นก็แสดงได้ว่า สิ่งนั้นมันดีจริงๆ ผู้คนถึงได้ให้ความสนใจกัน

รีวิวซีรี่ย์เรื่องใหม่อย่าง “Sweet home” ทั้งมันส์ ทั้งสนุก ครบรสสุดๆ

สวัสดีครับทุกคนวันนี้อยู่กับผมในหัวข้อรีวิวหนังใหม่และหนังที่เราจะนำมารีวิวในวันนี้คือ Sweet home ครับ ซีรีย์แนวระทึกสยองขวัญของเกาหลีจากทาง Netflix ที่เป็นที่จับตามองของผู้ชมหลายคนเลยทีเดียวตั้งแต่ทีเวซอร์ออกมาก็ทำให้ใครหลายๆคนถึงกับเตรียมตัวดูกันยาวๆเลยละ แล้วในที่สุดทาง Netflix ก็ได้ปล่อยตัวหนังมาให้ดูกันยาวๆเต็มๆถึง 10 ep. บอกเลยหนังจะมีความน่าสนุกขนาดไหนติดตามได้ต่อไปนี้เลยครับ เรื่องราวของซีรี่ย์ใหม่อย่างเรื่อง “Sweet home” หนังนะครับได้ว่าด้วยเรื่องราวของ หนุ่มคนนึงที่มีปมในใจเรื่องครอบครัวที่เขาเสียไปเพราะอุบัติเหตุ จึงได้หนีย้ายมาพักอยู่อพาร์ทเม้นท์ที่นึงในเกาหลี แต่แล้วเรื่องราวพิลึกและไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นเมื่อโลกได้วิบัติเปลี่ยนคนเป็นสัตว์ประหลาดทั่วเมืองโดยผู้คนจะติดเชื้อจากภายในหรือเรียกว่าคำสาปก็ได้ แล้วจะกลายเป็นปีศาจในทันทีเหลือเพียงกลุ่มผู้รอดชีวิตในอพาร์ทเม้นท์เท่านั้นที่ต้องช่วยเหลือและรักษาความเป็นมนุษย์ ให้ได้นานที่สุด เหลือเพียงพระเอกคนเดียวเท่านั้นที่ดูเหมือนจะเป็นที่พึ่งเพราะเขามีพลังที่สามารถควบคุมสัตว์ประหลาดในตัวของเขาได้  บอกเลยครับหนังเรื่องนี้ได้แรงบันดาลหรืออ้างอิงมาจาก นิยายชื่อดังในWebtoonที่มีผู้คนดูเยอะมากๆอยู่แล้ว และยิ่งเอามาสร้างเป็นหนังทำให้ยิ่งน่าดูเข้าไปใหญ่และแล้วเมื่อได้ดูปรากฏว่าไม่ผิดหวังจริงๆ ทางเกาหลีทำซีรีย์เรื่องนี้ออกมาได้สนุกมากๆ ทั้งด้านการแสดง ภาพ เสียง ในด้านการแสดงนะครับได้ตัว นักแสดงชื่อดังมากมายทั้ง ซงคัง, ลีจินอุค,ลีซิยอง  และคนอื่นๆอีกมากมาย ที่มาร่วมความสนุกครั้งนี้ ในด้านภาพทางทีมงานทำCG สัตว์ประหลาดแต่ละตัวออกมาได้น่ากลัวสยดสยองมากๆ สมกับเป็นหนังสัตว์ประหลาดขึ้นหิ้งความน่ากลัวของเกาหลีเลย ต่อมาในด้านเสียงและฉากในส่วนนี้ทำออกมาได้ฟิวบรรยากาศอพาร์ทเม้นท์นึงที่รวมๆแล้วน่ากลัวมากๆ ส่วนเสียงของสัตว์ประหลาดบอกเลยทั้งน่ากลัวทั้งเเสบหู และในสว่นสำคัญที่สุดของหนังคือเนื้อเรื่อง ที่ทำออกมาได้ดีมากๆไม่มีความน่าเบื่อเลย สามารถดูได้เรื่อยๆและมีส่วนที่น่าติดตามในแต่ละ ep. ถือว่าสนุกมากๆครับ   ยังไงเนื้อหาต่อไปนี้ ต้องได้รับชมกันเอาเองครับถึงได้อารมณ์มากกว่า ทั้งสนุก ทั้งน่ากลัว ห้ามพลาดจริงๆ ยังไงถ้าเนื้อหาที่เรานำมาไม่ถูกต้องประการใดต้องขอกราบอภัยมานะทีนี้ด้วยครับ ในครั้งต่อไปเราจะนำหนังเรื่องไหนมารีวิวให้ผู้ชมได้ดูกันนั้นอย่าลืมติดตามกันด้วยนะครับ หากคุณไม่อยากพลาดทุกข้อมูลเกี่ยวกับ เว็บรีวิวหนัง อย่าลืมติดตาม รีวิวหนัง “เล มิเซราบล์” (Les Misérables) ความรัก อยุติธรรม และการปฏิวัติ ได้อีกที่ filmograd.net หลังจากที่ได้ดูหนังสนุกๆ ลุ้นระทึกไปแล้วนั้น เรามาผ่อนคลายสมองต่อกันที่ mm888bet เลยดีกว่า ต้องเรียกได้ว่าเมื่อคุณได้ลองแล้วจะสนุกจนลืมเรื่องราวเครียดๆไปได้ในทันที

อยากดูซีรีย์ใหม่เด็ดๆ BG personal bodyguard 2 มาแรงตอนนี้อ่านได้ที่นี่

สำหรับคอซีรี่ย์หรือคอหนังญี่ปุ่น อยากดูซีรีย์ใหม่และอยากดูภาพยนตร์เด็ดๆแนะนำให้คุณอ่านคำแนะนำของเราวันนี้เพราะเรามีซีรีย์ใหม่ BG personal bodyguard 2 ที่จะให้คุณรับชมได้ครบจบทุกภาคและร้องเรื่องย่อที่น่าสนใจเริ่มกันด้วยเรื่อง  BG personal bodyguard 2  เป็นซีรีย์ที่เพิ่งออนแอร์จบไปในประเทศญี่ปุ่นนำแสดงโดย ทาคุยะ คิมูระกับบทบาทของบอดี้การ์ดเอกชนที่ บอกได้เลยว่าภาคนี้เข้มข้นและสนุกกว่าภาคแรก ซึ่งหากคุณยังไม่เคยรับชมแนะนำเลยว่าให้ดูทั้ง 2 ภาค ซึ่งตอนนี้ภาคแรกนั้นใน เน็ตฟลิก นำมาใช้แล้วส่วนภาค 2 ก็อดใจรอกันอีกไม่นานเพราะตอนนี้ netflix จะจับตลาดเอาใจคอหนังเอเชีย ด้วยการนำภาพยนตร์ของ  ทาคุยะ คิมูระ  หลายเรื่องเข้าสู่ระบบ ทำให้คุณดูสนุกกับ หนังญี่ปุ่น ที่หาดูได้ยาก  เนื้อหาของ BG personal bodyguard 2 จะเป็นความต่อเนื่องจากภาคแรก แม้ว่าจะทิ้งช่วงห่างกันหลายปีแต่ผู้ผลิตทำเนื้อหาเกี่ยวโยงกัน เพราะในภาคนี้บริษัทเดิมของเหล่าบอดี้การ์ดจากภาคแรกนั้น ถูกเปลี่ยนมือมาสู่ผู้บริหารคนใหม่ รูปแบบการให้บริการเปลี่ยนไป และมีการอารักขาบุคคลสําคัญในวงการเมืองซึ่งในซีรีย์ภาคนี้ก็ตีแผ่การเมืองญี่ปุ่นเล็กๆอยู่เหมือนกัน เรียกได้ว่าดูแล้วสนุกได้อรรถรส รวมทั้งตัวเอกของเรื่องคือ อากิระ (ทาคุยะ คิมูระ) ได้แยกออกมาเปิดบริษัทเอง เพราะขัดแย้งกับเจ้านายเก่า แน่นอนว่าทั้งสองฝ่ายจะต้องชิงไหวชิงพริบในหน้าที่การงาน  เรียกได้ว่าภาคนี้เข้มข้นและมีหักมุมในหลายตอนแล้วเรื่องกันแทบไม่ถูกเลยทีเดียวและแม้ว่าหากคุณไม่ได้ดูภาคแรกก็สามารถดูภาค 2 ได้เข้าใจ เพราะซีรีย์ญี่ปุ่นส่วนใหญ่เนื้อหานั้นจะแยกเป็นการตอนแม้ว่าจะมีหลายภาคจ ะมีความเกี่ยวเนื่องกันแค่ตอนต้นเพื่อย้อนความจำของคนดูเท่านั้นเองหรือหากใครไม่เคยรับชมซีรีย์ญี่ปุ่น เริ่มต้นจากเรื่องนี้ก็น่าสนใจเช่นเดียวกัน และเรื่องนี้ไม่ใช่แนวยืดเยื้อดูง่ายทำความเข้าใจกับตัวละครได้ง่ายกว่าเรื่องอื่นๆ หากคุณอยากจะเปิดใจดูซีรีย์ญี่ปุ่นเริ่มจากเรื่องนี้รับรองว่าไม่ผิดหวัง ต้องขอขอบคุณข้อมูลการรีวิวหนังจาก UFA24h มา ณ ที่นี้ด้วยนะครับ ติดตามการรีวิวหนังและติดตามภาพยนตร์ แบทแมน 1989 การปะทะกันของอริตลอดกาล