หนัง ซีรีส์ และการ์ตูนที่ดังที่สุด จัดอันดับ 5 ซีรีส์ยอดฮิตของ Netflix ปี 2020

Netflix เป็นค่ายทำหนัง ซีรีส์ และการ์ตูนที่ดังที่สุดในยุคนี้เลยล่ะ นอกจากจะมีช่องหนังของตัวเองให้ผู้คนจ่ายรายเดือนเพื่อรับชมหนังใหม่ ๆ ทุกวันแล้วนั้นยังสร้างหนังและซีรีส์ที่มีคุณภาพออกมาได้อีกต่างหาก ไม่แปลกใจว่าทำไมใคร ๆ ถึงดู Netflix กัน ด้วยความที่ซีรีส์ของทาง Netflix มีมากมายเหลือเกินจนไม่รู้จะดูเรื่องไหนก่อนเราได้ทำการจัดอันดับซีรีส์ยอกนิยมตามคะแนนของทาง IMDb ฝั่งอเมริกามาเป็นเกณฑ์ให้เพื่อน ๆ ลองตัดสินเลือกดูกัน จัดอันดับ 5 ซีรีส์ยอดฮิตของ Netflix ปี 2020 อันดับที่ 5: Mindhunter – ซีรีส์ยอดฮิตของ Netflix ปี 2020ทำออกมาแล้วทั้งหมดเพียง 2 seasons ตอนทั้งหมด 19 episodes ได้รับคะแนนจาก IMDb: 8.6/10 เป็นเรื่องราวที่ดัดแปลงมาจากเรื่องจริงของ John E. Douglas นักวิทยาศาสตร์ที่ทำงานภายใต้ FBI เป็นนักวิเคราะห์และสำรวจทีท่าของอาชญากรในช่วงที่ 1970s ถึง 80s โดยซีรีส์ได้สร้างตัวเอก Holden Ford ที่มีความสนใจในจิตวิทยาของฆาตกรต่อเนื่อง ดำเนินเรื่องจากความสงสัยใคร่รู้ของพ่อหนุ่มคนนี้ อันดับที่ 4: American Vandal – ซีรีส์ยอดฮิตของ Netflix ปี 2020 ทำออกมาแล้วทั้งหมด 2 seasons ตอนทั้งหมด 16 episodes ได้รับคะแนนจาก IMDb: 8.2/10 เป็นซีรีส์ที่รวมเรื่องราวอาชญากรรมที่เกิดขึ้นจริงในอเมริกามาทำเป็นแนว Documentary หรือสารคดีที่ไม่ใช่มีเพียงเรื่องของฆาตกรฆ่าคนเท่านั้นแต่ยังรวมถึงอาชญากรรมเล็ก ๆ อย่างอาชญากรรมในโรงเรียนอีกด้วย อันดับที่ 3: Orange is the New Black – ซีรีส์ยอดฮิตของ Netflix ปี 2020ทำออกมาแล้วทั้งหมด 7 seasons ตอนทั้งหมด 91 episodes ได้รับคะแนนจาก IMDb: 8.1/10 ยังคงเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับอาชญากรรมอีกเช่นเคยที่ได้รับคะแนนสูงจาก IMDb เรื่องนี้ค่อนข้างสนุกและครบรส เป็นการถ่ายทอดเรื่องราวของนักโทษหญิงคนหนึ่งกับชีวิตในคุกและเรื่องราวที่เธอได้เรียนรู้ในการเป็นผู้ถูกคุมขัง อันดับที่ 2: BoJack Horseman – ซีรีส์ยอดฮิตของ Netflix ปี 2020ทำออกมาแล้วทั้งหมด 6 seasons ตอนทั้งหมด 77 episodes ได้รับคะแนนจาก IMDb: 8.6/10 เป็นซีรีส์ที่ห้ามดูถูกเขาเลยล่ะ แม้จะดูเป็นซีรีส์การ์ตูนกิ๊กก๊อกแต่ก็ได้คะแนนในการรับชมสูงเป็นอันดับสองในปีนี้เลยทีเดียว เป็นเรื่องของ BoJack ม้าหนุ่มอดีตดาราซิตคอมเมื่อปี 1990 ที่อยากหวนคืนสู่วันวานกับเพื่อน ๆ ของเขาในวงการบันเทิง อันดับที่ 1: Stranger Things – ซีรีส์ยอดฮิตของ Netflix ปี 2020ทำออกมาแล้วทั้งหมด 3 seasons ตอนทั้งหมด 25 episodes ได้รับคะแนนจาก IMDb: 8.8/10 อีกเรื่องที่น่าติดตามที่สุดของปีนี้เลยล่ะแม้ไม่รู้ว่าจะมีซีซันต่อมาออกมาหรือไม่ แต่ก็นับเป็นเรื่องที่น่าติดตามเลยล่ะ เป็นเรื่องราวของหมู่บ้านหนึ่งที่มักจะเกิดเรื่องแปลก ๆ อยู่เสมอจนเด็ก ๆ รวมถึงคนอื่น ๆ ในหมู่บ้านต้องออกตามหาสาเหตุของเหตุการณ์เหนือธรรมชาติที่เกิดขึ้น ต้องขอขอบคุณข้อมูลการรีวิวหนังจาก ufa777 มา ณ ที่นี้ด้วยนะครับ ติดตามการรีวิวหนังและติดตามการรีวิวซีรีส์ The Crown มงกุฎิราชินี ซีรีส์สุดปังจาก Netflix!

รีวิวซีรีส์ The Crown มงกุฎิราชินี ซีรีส์สุดปังจาก Netflix!

รีวิวซีรีส์มาก็หลายเรื่องมีเรื่องที่ประทับใจมากมายและนี่ก็เป็นอีกซีรีส์ที่อยากบอกว่าเขียนบทออกมาได้ปังมาก ๆ ที่สำคัญนักแสดงเล่นกันถึงบทบาทกันสุด ๆ และขึ้นหิ้งซีรีส์ที่น่ารอดูในปีนี้อีกหนึ่งรายการเลยทีเดียว เรื่องนี้จะเป็นเรื่องอื่นไปไม่ได้นอกจาก The Crown มงกุฎิราชินี ซีรีส์สุดปังจาก Netflix! ซีรีส์นี้เป็นแนวดราม่า-ประวัติศาสตร์ สร้างขึ้นมาจากโครงเรื่องของ Queen Elizabeth II เขียนบทโดย Peter Morgan ซึ่งเขาได้ขยายเรื่องมาจากภาพยนตร์อีกเรื่องที่เขาเขียนบทเช่นกันนั่นคือ The Queen (2006) ซีรีส์ The Crown มงกุฎิราชินี ซีรีส์สุดปังที่เขาเขียนบทให้ Netflix นั้นได้ Left Bank Pictures และ Sony Pictures มาเป็นผู้สนับสนุนเรียกได้ว่ายิ่งใหญ่มาตั้งแต่ก่อนจะทำการถ่ายทำเสียอีก โดยปีเตอร์วางแพลนว่าจะมีซีรีส์ทั้งหมด 6 ซีซัน ขณะนี้ออกมาแล้วทั้งหมด 3 ซีซันและซีซันที่ 4 ก็กำลังจะลง Netflix ในวันที่ 15 พฤศจิกายน 2020 นี้  The Crownมงกุฎิราชินี ซีรีส์สุดปังจาก Netflix ได้รับรางวัลอย่างล้นหลามตั้งแต่ที่ออกซีซันแรกออกมาในปี 2016 รางวัลแรกที่ได้รับคือ Top 10 TV Programs of the Year จาก American Film Institute Awards 2016 และได้รับรางวัลอย่างต่อเนื่องหลังจากนั้น นางเอกของเรื่องหรือ Claire Foy ที่รับบทเป็น Queen Elizabeth II ก็ได้รับรางวัลนักแสดงยอดเยี่ยมจาก Television Series Drama 2017 ด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ยังมีรางวัลอื่น ๆ อีกมากมาย ซึ่งปีนี้ก็ได้ส่งชื่อเข้าชิงหลายรายการและคาดว่าจะได้รับรางวัลกลับมาอย่างแน่นอน คะแนนโหวตจาก IMDb ของปีนี้อยู่ที่ 8.7/10 ยิ่งตอกย้ำความปังของซีรีส์เรื่องนี้อย่างมากเลยทีเดียว  เรื่องย่อของ The Crownมงกุฎิราชินี ซีรีส์สุดปังจาก Netflix เป็นเรื่องที่เน้นไปในเชิงการเมืองสมัยที่ Queen Elizabeth II ขึ้นครองราชย์ โดยเรื่องดำเนินโดยมุมมองของ Elizabeth ที่ต้องดูแลทุกอย่างหลังจากที่พ่อหรือกษัตริย์ของอังกฤษตอนนั้นสวรรคต ความฝันที่เธอเคยคิดว่าจะได้ใช้ชีวิตที่ง่ายดายไม่เกี่ยวกับเรื่องการเมืองหรือใด ๆ ก็เป็นไปไม่ได้อีก ในซีซันที่หนึ่งเนื้อเรื่องจะเป็นการปูความหลังของ Queen Elizabeth II มีการแต่งงานกับเจ้าชาย Philip, Duke of Edinburgh ในปี 1947 ซีซันสองและสามต่อมาจะเน้นไปที่เรื่องของนายก และการเมืองที่เข้มข้นมากขึ้น ฉากและการแสดงของนักแสดงแต่ละคนทำออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม ทั้งนักแสดงนำและนักแสดงสมทบต่างได้รับการเสนอชื่อให้รับรางวัลทั้งสิ้น บทพูดที่ต้องใช้คำโบราณก็ถือเป็นเรื่องท้าทายของนักแสดงและผู้ชมต่างชาติอย่างเรา ๆ กันพอสมควร ถ้าไม่มีซับคือดูไม่รู้เรื่องทันที แต่ด้วยเนื้อเรื่องแล้วต้องยกให้ The Crownเป็นที่หนึ่งเลยล่ะ ต้องขอขอบคุณข้อมูลการรีวิวหนังจาก ufa777 มา ณ ที่นี้ด้วยนะครับ วิดีโอตัวอย่างซีรีส์ The Crown ติดตามการรีวิวหนังและติดตามการรีวิว SEX EDUCATION ซีรีส์วัยรุ่นแนวใหม่ที่คนทุกวัยควรดู

รีวิว SEX EDUCATION ซีรีส์วัยรุ่นแนวใหม่ที่คนทุกวัยควรดู

SEX EDUCATION

ยังคงอยู่กับออริจินอลซีรีส์ของทาง Netflix ที่ออกมาอย่างต่อเนื่องให้ดูกันอย่างไม่หวาดไม่ไหวกันเลยทีเดียว และเรื่องที่เรายิบยหมาในวันนี้ก็เป็นซีรีส์ที่เป็นที่วิพากย์วิจารณ์กันมาตั้งแต่ต้นปีที่แล้วที่ซีซันแรกออกมาใหม่ ๆ จนถึงปีนี้ที่ซีซันที่สองเพิ่งจะออกมา จะเป็นซีรีส์เรื่องอื่นใดไปไม่ได้นอกจาก SEX EDUCATION ซีรีส์ที่เปิดโลกของวัยรุ่นอย่างสุด ๆ ไปเลย ยุคนี้ใครไม่พูดถึงก็คงไม่ได้แล้วล่ะ รีวิวซีรีส์วัยรุ่นแนวใหม่ที่คนทุกวัยควรดู SEX EDUCATION ซีรีส์วัยรุ่นแนวใหม่ที่คนทุกวัยควรดู เปิดหัวมาแบบนี้เพื่อที่จะบอกกับผู้อ่านทุกคนว่าเรื่องนี้ไม่ได้เป็นเรื่องที่เน้นไปเรื่องการมีเพศสัมพันธ์อย่างพวกหนังเรท R อะไรพวกนั้นแต่อย่างใด แต่เป็นเรื่องที่พูดคุยเกี่ยวกับเพศสัมพันธ์กันอย่างเปิดเผยระหว่างคนในครอบครัว ระหว่างเพื่อน หรือระหว่างคนรักกันก็ตาม เรื่องนี้ได้เปิดเผยแนวคิดใหม่ ๆ ให้คนดูว่าเรื่องเซ็กซ์ไม่ใช่เรื่องที่ห้ามพูด แต่เป็นเรื่องที่ควรพูดกันเพื่อความเข้าใจกันนั่นเอง โดยเรื่อง SEX EDUCATIONเป็นแนวดราม่า-คอเมดี้ เขียนขึ้นโดย Laurie Nunn นักเขียนบทชาวอังกฤษ โดยให้ตัวละครเอกของเรื่อง Otis Milburn รับบทโดย Asa Butterfield เป็นเด็กนักเรียนที่มีแม่เป็นนักบำบัดเรื่องเพศสัมพันธ์ ทำให้ตัวพระเอกของเรามีความรู้เกี่ยวกับเรื่องพวกนี้โดยไม่ตั้งใจ และด้วยความที่มีแม่เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านนี้จึงเป็นเหตุให้อยากรู้เรื่องเซ็กซ์ของลูกหรือเรื่องส่วนตัวอื่น ๆ ไปโดยไม่ตั้งใจ กลายเป็นเรื่องอึดอัดใจของเด็กวัยรุ่นกันไป เรื่องราวของ SEX EDUCATIONเริ่มต้นจริง ๆ เมื่อโอทิสได้ไปให้คำปรึกษาเกี่ยวกับเรื่องเซ็กซ์กับเพื่อของเขา ซึ่งดันได้ผลออกมาดีกว่าที่คิด แน่นอนว่าเขาไม่เคยมีเซ็กซ์แค่จำมาจากแม่เท่านั้น แต่นั่นก็ทำให้เขากลายเป็นคนดังในโรงเรียนชั่วข้ามคืนเลยทีเดียว SEX EDUCATIONซีรีส์วัยรุ่นแนวใหม่ที่คนทุกวัยควรดู อย่างที่บอกไปข้างต้นว่าเนื้อหาในเรื่องไม่ได้นำเสนอเรื่องราวของเซ็กซ์ที่ไม่ดีแต่อย่างใด แต่เน้นไปในการสอนให้รู้ด้วยซ้ำว่าเซ็กซ์ไม่ใช่เรื่องน่าอายแต่เป็นเรื่องที่ต้องเตรียมความพร้อมและมีความเข้าใจที่ถูกต้องนั่นเอง ในซีซันสองเรื่องราวมีความเข้มข้นมากขึ้นมีตัวละครใหม่ ๆ แถมยังนำเสนอเนื้อหาเกี่ยวกับการรักร่วมเพศที่ถูกพ่อแม่ขัดขวางอีกด้วย ถือเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ในสถานการณ์ ด้วยความที่มีเนื้อหาที่ดีและน่าสนใจขนาดนี้แน่นอนว่า Netflix เปิดทางให้ไปต่อ และเตรียมรอซีซันที่สามต่อมาได้เลย ต้องขอขอบคุณข้อมูลการรีวิวหนังจาก ufa777 มา ณ ที่นี้ด้วยนะครับ วิดีโอตัวอย่างซีรีส์เรื่อง SEX EDUCATION ติดตามการรีวิวหนังและติดตามซีรีส์หาญท้าชะตาฟ้าปริศนายุทธจักร ที่สุดแห่งซีรีส์จีนหักเหลี่ยมเฉือนคม 2019

รีวิว หนังไทยน่าดูใน Netflix ดูช่วงวันหยุดรับรองว่าสนุกถูกใจแน่นอน

หนังไทย น่าดูใน Netflix

รีวิวหนังไทน น่าดูใน Netflix ดูช่วงวันหยุดรับรองว่าสนุกถูกใจแน่นอน ในช่วงเวลาวันหยุดที่หลาย ๆ คนก็อยากที่จะใช้เวลาพักผ่อนดูหนังที่สนุก ๆ ชวนให้ได้รอยยิ้มและเสียงหัวเราะ ซึ่งวันนี้แอดอยากที่จะมารีวิว หนังไทยน่าดูใน Netflix ดูช่วงวันหยุดรับรองว่าสนุกถูกใจแน่นอน ใครที่อยู่บ้านเบื่อ ๆ ว่าง ๆ แอดบอกเลยว่าการดูหนังก็เป็นสิ่งที่น่าสนใจ ช่วยให้เราผ่อนคลายและพักสมองจากอาการเหนื่อยล้าต่าง ๆ ได้เยอะเลยทีเดียว หนังไทยน่าดูในNetflix เรื่องแรกที่แอดอยากจะมาแนะนำ คือ ตุ๊ดซี่ส์แอนด์เดอะเฟค บอกเลยว่าเป็นหนังที่เรียกเสียงหัวเราะให้คนที่ชมเป็นอย่างมาก เนื้อเรื่องแอดจะขอสรุปคร่าว ๆ เพื่อไม่ให้เป็นการสปอยมาเกินไป เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับ แก๊งตุ๊ดซี่ส์ 3 ตุ๊ด 1 ดี้ เมื่อเกิดอุบัติเหตุกับ เคที่ รับบทโดย ชมพู่ – อารยา เอ ฮาร์เก็ต ในวันที่ใกล้จะถ่ายโฆษณาโดย เคที่ล้มหัวฟาดสลบอยู่ที่โรงพยาบาล เรื่องราวสุดเฟคก็เกิดขึ้น เมื่อเหล่าตุ๊ดซี่ต้องร่วมกันปลอม เจ้น้ำ แม่ค้าขายผัดกระหรี่ ให้มีเป็น ซุปตาร์ดัง อย่างเคที่ เป็นปฏิบัติการลวงโลกสุดฮา และ มีเรื่องเกี่ยวกับความรักครั้งเก่าและรับครั้งใหม่ของกัส รับบทโดย เพชร เผ่าเพชร ให้เราได้ติดตาม เป็นหนังที่สนุกมาก ๆ เลย สามารถดูแบบไม่ต้องคิดอะไรเยอะ ได้ที่ Netflix แอดแนะนำ หนังไทยน่าดูในNetflix เรื่องที่สองที่แอดอยากจะมาแนะนำ คือ ฮาวทูทิ้ง ทิ้งอย่างไรไม่ให้เหลือเธอ เป็นเรื่องราวความรักในอดีตที่พอกับมานึกถึงก็รู้สึกผิด ของจีน สาวสวยที่จะรีโนเวทบ้านที่อยู่มาตั้งแต่เด็กให้เป็นออฟฟิศสุดมินิมอล การเคลียร์บ้านครั้งใหญ่จึงเริ่มขึ้น เธอได้ทิ้งสิ่งของที่ไม่จำเป็นถึงแม่ว่าจะเป็นความทรงจำในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งในชีวิตก็ตาม แต่เมื่อได้เจอของในถุงสีขาว ของ เอ็ม เรื่องราวการทิ้งของที่ไม่จำเป็นครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายอีกต่อไป เธอเริ่มจากนำของที่ซื้อมาฝากเพื่อนเมื่อนานมาแล้ว ของที่เคยยืมเพื่อน ต่าง ๆ ไปคืนเจ้าของให้หมด จนมาถึงของในถุงสีขาวที่ตอนแรกกะจะส่งไปคืน ไม่ได้กะจะไปด้วยตัวเอง แต่เมื่อของที่ส่งให้ถูกตีกลับ เธอเลือกที่จะไปส่งของคืนเจ้าของให้ถึงมือด้วยตัวเอง เรื่องราวความรักที่ไม่ MOVE ON จึงเกิดเป็นปัญหาขึ้น แอดแนะนำเลยสำหรับใครที่ชอบดูหนังเศร้านิด ๆ เพราะนอกจอกจะมีเรื่องราวความรักเกี่ยวกับความรักแบบคนรักแล้ว ยังมีเรื่องราวเกี่ยวกับครอบครัว ที่ใครอ่อนไหวจะกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่แต่แอดชอบนะ ด้วยองค์ประกอบของรูป สี ดูมีความมินิมอลชวนให้เราอยากดู และตอนนี้เข้า Netflix เรียบร้อยแล้วหาดูง่ายมาก หนังไทยน่าดูในNetflix เรื่องที่สามแอดอยากจะมาแนะนำ คือ Classic Again จดหมาย สายลม ร่มวิเศษ หนังรักสไตล์ยก 90 หน่อย ๆ ที่เนื้อเรื่องจะเป็นเรื่องของความรักของคนสองรุ่น ที่เป็นเรื่องราวความรักที่มีความคล้ายกันมากในทั้งสองรุ่น แอดว่าในส่วนของตัวหนังดำเนินเรื่องได้ดีมีการสลับในส่วนของการเล่าเรื่องของความรักทั้ง 2 รุ่นด้วย ซึ่งเป็นความรักที่มีทั้งความงดงามในเรื่องของความรัก มีความเศร้าในตอนที่ต้องจากลา ถือว่าเป็นหนังที่น่าดูมาก แอดแนะนำเลยใครที่ชอบดูหนังรัก ซึ่งหาดูง่ายใน Netflix ก็ลงให้เราได้ดูกันแล้วด้วย ทั้งหมดก็เป็นที่แอดอยากจะมารีวิว หนังไทยน่าดูใน Netflix เป็นหนังไทยที่ถ้ามีเวลาว่างควรที่จะไปดูอย่างยิ่ง ใครที่สมัคร Netflix ไว้ถือว่า 3 เรื่องนี้เป็นหนังที่ไม่ควรพลาด ติดตามการรีวิวหนังและติดตามการรีวิวหนัง ฮาร์ทบีท เสี่ยงนัก..รักมั้ยลุง หนังรักฉบับกลิ่นอายความเป็น 90

แนะนำซีรี่ส์ Netflix สายดาร์ค นี่มันพระเอก หรือตัวร้ายกันแน่!

ซีรี่ส์ Netflix

Netflix ถือเป็นแหล่งรวมของภาพยนตร์ ซีรี่ส์ รวมถึงการ์ตูนที่น่าสนใจมากมาย มีเยอะแยะเสียจนคอหนังเลือกไม่ถูกกันเลยทีเดียวว่าจะดูเรื่องไหนก่อนหลัง เพราะจะแนวคอมเมดี้ โรแมนติก ไซไฟ หรือสารคดี Netflix เขาก็จัดให้ได้หมด วันนี้ขอเอาใจสายดาร์คกันหน่อยละกัน ใครที่กำลังเบื่อ ๆ แนวพระเอกเทพบุตรสุดใจดี มีความเป็นฮีโร่สุดเท่ห์แล้วละก็ นี่เลยขอแนะนำซีรี่ส์ Netflix สายดาร์ค นี่มันพระเอก หรือตัวร้ายกันแน่!  1. Peaky Blinders –  ซีรีส์ Netflix  แนวมาเฟีย โหด ดิบ เถื่อน สมัยยุคหลังสงครามโลกครั้งที่ 1 ณ เมืองเบอร์มิงแฮม ประเทศอังกฤษ “พีคคี้ ไบล์นเดอร์ส” คือชื่อกลุ่มอันธพาลหรือโค้ดลับของตระกูลเชลบี้ (Shelby) ซึ่งมีอิทธิพลในเงามืดอย่างมากในเมืองเบอร์มิงแฮมสมัยนั้น  ทอมมี่ เชลบี้ (Tommy Shelby) พระเอกของเรื่องที่มาพร้อมกับใบหน้าเรียบนิ่งยากที่จะคาดเดา เป็นผู้นำตระกูลผู้มีความฉลาดแกมโกง หลังจากถูกเกณฑ์ไปเป็นทหารสู้กับฝรั่งเศสเขากลับมาพร้อมกับความคิดที่จะขยายอำนาจของตระกูล ให้กลายเป็นผู้ที่มีอิทธิพลเหนือกฎหมาย เขาทำได้ทุกอย่างเพื่อตระกูลทั้งฆ่า หลอกลวง คดโกง จนเกิดความสงสัยว่านี่มันพระเอก หรือตัวร้ายกันแน่! Movie trailer 2. You – ซีรี่ส์ Netflix  แนวรักโรแมนติกสายดาร์ก เมื่อ “โจ” ผู้จัดการร้านหนังสือดันไปตกหลุมรัก “เบค” ลูกค้าสาวของตัวเองซึ่งเป็นผู้หญิงที่ตรงสเปคของเขาทุกอย่าง เขาเชื่อในการตกหลุมรักแรกพบจึงทำทุกอย่างเพื่อที่จะได้รู้จักเธอและให้เธอตกหลุมรักเขา ดูเผิน ๆ อาจเหมือนการกระทำของคนที่อินเลิฟทั่ว ๆ ไป แต่เมื่อดูซีรี่ส์ไปสักพักก็ต้องฉุกใจคิดว่านี่มันพระเอก หรือตัวร้ายกันแน่ เมื่อหนุ่มโจได้สืบค้นข้อมูลทางโซเชียลมีเดียของเธออย่างละเอียดยิบ จนรับรู้ทุกความเคลื่อนไหวของเธอ ทั้งข้อมูลเรื่องครอบครัว เพื่อน หรือความสัมพันธ์กับคนรัก กระทั่งยอมฆ่าคนเพื่อให้ได้เธอมา เรียกได้ว่าคนเราทำได้ทุกอย่างเพื่อความรักล่ะน่า Movie trailer 3. Extracirricular – ซีรี่ส์Netflix  วัยรุ่นเกาหลีแบบแหวกแนว เพราะเป็นสายดาร์คที่ไกลห่างจากความเป็นซีรี่ส์เกาหลีสายหวานละมุนอบอุ่นหัวใจอย่างสิ้นเชิง ดำเนินเรื่องโดย โอจีซู นักเรียนผลการเรียนยอดเยี่ยมขวัญใจคุณครู แต่ดูเป็นหนุ่มติ๋ม ๆ ขี้แพ้ในสายตาเพื่อน ๆ แต่จะมีใครรู้บ้างว่าเบื้องหลังภาพลักษณ์เด็กธรรมดา ๆ นั้นพระเอกของเราถึงขั้นยอมทำอาชญากรรมเพื่อที่จะส่งเสียตัวเองเล่าเรียน! คงไม่ถึงขั้นตั้งคำถามว่านี่มันพระเอก หรือตัวร้ายกันแน่ เพราะชีวิตของโอจีซูค่อนไปทางน่าสงสาร แต่ก็ต้องยอมรับว่าความมืดได้เข้าสู่จิตใจของเด็กหนุ่มทีละนิด ๆ จนไม่รู้ว่าเรื่องราวของเขาจะจบลงที่หัวหรือก้อย ต้องมาลุ้นกันว่าเขาจะสามารถกลับมาสู่ทางสว่างอีกครั้งได้หรือไม่Movie trailer เว็บไซต์ที่คัดสรรความบรรเทิงมาให้แบบครบครันทั้งหนังไทย หนังต่างประเทศ หนัง Netflix และซีรีย์ต่างๆ

รีวิวหนัง The Platform แฝงข้อคิดที่หลายคนมองข้าม

ภาพยนตร์เรื่อง The Platform เป็นภาพยนตร์ที่กำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในขณะนี้ ด้วยรูปแบบของหนังที่แปลกใหม่ มีความลึกลับที่ทำให้ผู้ชมนั้นอยากติดตาม ชายคนหนึ่งชื่อ โกเรง ที่ตื่นขึ้นมาในห้องแห่งหนึ่ง ที่อยู่ในตึกแบบทึบไม่มีประตูหรือหน้าต่าง แต่มีรูหรือหลุมตรงการห้อง ที่มีไว้เพื่อส่งอาหารให้กับผู้ที่อยู่ในตึกนี้ ซึ่งตึกแห่งนี้ที่มีมากึง 333 ชั้น โดยที่อาหารจะเริ่มส่งมาจากชั้นบน และค่อย ๆ เลื่อนลงไปชั้นล่าง ตามชั้นต่าง ๆ จนถึงล่างสุด ซึ่งส่วนใหญ่แล้วอาหารที่ถูกส่งมานั้นจะหมดไปตั้งแต่ชั้นแรก ๆ ส่วนคนที่อาศัยอยู่ชั้นล่าง ๆ นั้นแทบจะไม่ได้กินอาหารเลย ส่วนเรื่องราวจะจบลงอย่างไรนั้น สามารถติดตามได้ใน The Platform The Platform เรียกได้ว่าเป็นหนังที่น่าติดตามเป็นอย่างมาก และสำหรับผู้ชมหลายท่านที่รับชมจนจบอาจจะสงสัยว่า หนังเรื่องนี้จะสื่อถืออะไร นอกจากเนื้อหาเรื่องราวที่น่าติดตาม และลุ้นไปกับตัวเอกอย่างตื่นเต้นนั้น แท้จริงแล้ว หนังเรื่องนี้ได้แทรกข้อคิด เกี่ยวกับเรื่องของการแบ่งชั้นวรรณะ ไว้ได้อย่างแนบเนียน อย่างที่ในหนังได้สื่อว่าผู้คนที่อยู่ชั้นบนสุดนั้น จะได้กินอาหารก่อนและเป็นของที่ดีที่สุด แล้วหลังจากคนเบื้องบนกินเสร็จ เศษอาหารเหลือก็จะถูกส่งลงมาด้านล่างต่อไปเรื่อย ๆ จนผู้คนที่อยู่ชั้นล่างนั้นเกิดความขัดแย้ง ความรุนแรง เพราะอาหารที่ส่งมานั้นไม่ถึงพวกเขา ซึ่งจะสะท้อนถึงสังคมที่เป็นอยู่ในทุกวันนี้ ในเรื่องความเลื่อมล้ำต่าง ๆ มากมาย ที่คนเบื้องบน เปรียบได้กับคนที่มีอิทธิพลในสังคม ซึ่งในหนังสำหรับผู้คนในที่อยู่ในตึกนั้นจะได้รับการจัดอันดับในแต่ล่ะชั้น เช่นเดียวกับผู้คนในสังคมที่มีผู้คนอยู่หลายระดับ และคนที่อยู่ระดับล่างสุดของสังคมก็จะไม่ได้รับถึงอาหาร หรือทรัพยากรดี ๆ อย่างที่คนในระดับสูงกว่านั้นมี เรียกได้ว่า The Platform เป็นหนังที่แฝงข้อคิดได้อย่างลึกซึ้งเป็นอย่างมาก Movie trailer click เว็บไซต์ที่คัดสรรความบรรเทิงมาให้แบบครบครันทั้งหนังไทย หนังต่างประเทศ หนัง Netflix และซีรีย์ต่างๆ click

Extraction หนังดังจาก Netflix ถ่ายทำที่ไทย

Chris Hemsworth ได้ยินชื่อนี้สาวกชาวไทยก็นึกถึงภาพของเทพเจ้าสายฟ้าธอร์ บุตรแห่งเทพเจ้าโอดินที่ไม่ว่าเวลาไหนก็ฆ่าเขาไม่ตาย เพราะด้วยบุคลิกที่หล่อ เท่ห์ แถมขี้เล่นนิดๆ ทำให้สาวๆ หลายคนต้องร้องกรี๊ดกันเลย แล้วเขาจะมาเป็นนักแสดงหลักหนังที่ชื่อว่า Extraction          การกลับมาในครั้งนี้ของ Chris Hemsworth ในบทนักแสดงนำของเรื่อง Extraction ที่สร้างคามฮือฮาจากคลิปสั้นๆ บนทางด่วนที่นักแสดงนำของเราได้บ่นถึงเรื่องรถติดในกรุงเทพนั่นเอง เอ๊ะทำไมถึงได้บ่นหละครับ แน่นอนว่า Chris Hemsworth คงไม่ได้มาเที่ยวอย่างเดียวอย่างแน่นอน แต่เขานั้นได้มาถ่ายทำหนังเรื่อง Extraction ที่ประเทศไทยของเรานั่นเอง รู้สึกตื่นเต้นเลยนะครับ ที่บรรยากาศบ้านเราจะไปปรากฎอยู่ในโรงภาพยนต์ระดับโลกกันเลยทีเดียว          การถ่ายทำที่ประเทศไทยถูกเนรมิตเป็นเมืองธากา เมืองหลวงของประเทศบังกลาเทศและประเทศไทยยังได้ถูกดัดแปลงเป็นเมือง เมืองอาห์เมดาบัด ในประเทศอินเดียอีกเช่นกัน          Extraction เริ่มเรื่องด้วย ไทเลอร์ เรค รับบทโดย Chris Hemsworth อดีตทหารสมัคร ที่ภูมิหลังนั้นมีแต่เรื่องร้าวรานในจิตใจ หัวใจของเขาได้แตกสลายไปอย่างสิ้นเชิง เขาได้ผันตัวมาเป็นทหารรับจ้าง การเดินเรื่องก็คงไม่ต่างอะไรกับเรื่องอื่นๆ ที่อดีตเป็นทหารมือดี แต่จับพลับจับผลูมาเป็นทหารรับจ้างอีก ด้วยฝีมือที่เก่งฉกาจ การใช้ชีวิตของเขาก็มีไปวันๆ อยู่อย่างไร้จุดหมาย แต่จู่ๆ เขาก็ได้รับงานจ้างเป็นการชิงตัว ลูกชายมาเฟียในย่านนั้นเพื่อเรียกค่าไถ่ โดยหัวหน้าเจ้าพ่อผู้คุมเมืองอีกฝั่งหนึ่ง ซึ่งทั้งสองระหองระแหงกันมาอย่างยาวนาน และแล้วเรื่องราววุ่นวาย ความสนุกต่างๆ ก็ได้เกิดขึ้น ความอันตรายที่ปกคลุมด้วยอิทธิพลของมาเฟียในย่านนั้นก็ยากเกินจะอธิบายได้ ในเรื่องยังดำเนินไปถึงการหักหลัง ซ้อนแผนซ่อนเงื่อน จึงเป็นบททดสอบ Chris Hemsworth สำหรับการกลับมาของเขาได้ดีทีเดียว          เรื่องราวได้ถูกดำเนินไป แต่ว่าฉากแอ็คชั่นต่างๆ ทำมาได้อย่างสุดมันส์ด้วยความบ้าระห่ำ ของ Chris Hemsworth บู้ล้างผลาญ และระทึกใจของฉากที่ลำดับภาพมาเป็นอย่างดี ผู้ชมส่วนใหญ่แทบหยุดหายใจกับฉากการต่อสู้ที่ต่อเนื่องยาวนานถึง 2 ชั่วโมงเต็มกันเลยทีเดียว          จุดขายที่หนัง Extraction พยายามขายก็คือฉาก Long Take ที่มีความยากของการถ่ายทำ และอาวุธสงครามที่ใช้ ประหนึ่งว่าขนมาทั้งกองทัพเพื่อถ่ายทำฉากที่ยากที่สุดในหนังเรื่องนี้เลยก็ว่าได้ เรียกได้ว่าจะทำให้ผู้ชมประทับใจกับฉากนี้และโดนใจอย่างแน่นอน          การถ่ายทำในประเทศไทยเป็นส่วนใหญ่ แต่เราก็ยังแทบจะมองไม่ออกว่าถ่ายทำที่ประเทศไทยและเราไปพิสูจน์กันได้ที่ Extraction ใน Netflix กันเลยครับ Movie trailer click เว็บไซต์ที่คัดสรรความบรรเทิงมาให้แบบครบครันทั้งหนังไทย หนังต่างประเทศ หนัง Netflix และซีรีย์ต่างๆ click

Bad Boys For Life คู่หูขวางนรก ระห่ำโลก กลับมาใหม่ ใส่เต็มแม็ก

Bad Boys For Life แค่ได้ยินชื่อนี้ก็จะนึกถึงสองตำรวจคู่ซี้ ที่มีดีกรีความห้าว กวน ชวนขำ แต่ยังเต็มไปด้วยฝีมือที่เก่งฉกาจของเมืองไมอามี่กันเลยทีเดียว ด้วยคาแรคเตอร์ที่ถูกจัดวางมาได้อย่างลงตัว น่าจดจำและสนุกไปกับเนื้อหาของหนัง ทำให้ Bad Boys เป็นที่จดจำและเป็นที่รักของคนทั่วโลกไปแล้ว          Bad Boys For Life การกลับมาอีกครั้งของคู่หูขวางนรก ตำรวจระห่ำโลก ที่กลับมาครั้งนี้ขนความสนุก ความฮา ความกวนประสาทมาเสริฟแฟนๆ ที่ติดตามรอคอย          ไมค์ ลาวรีย์ (Will Smith) และมาร์คัส เบอร์เนตต์ (Martin Lawrence) แห่ง Bad Boys For Life ในเริ่มแรกของหนัง มาร์คัสได้รู้สึกว่าตัวเองอยากจะเกษียณตัวเอง และวางมือจากการเป็นำตรวจ ที่เขาได้รับใช้เมืองนี้มาอย่างยาวนาน ผลงานต่างๆ มากมายต่างเป็นที่รับรู้กันดีว่า พวกเขาทั้งสองได้สร้างคุณงามความดีไว้กับเมืองดีมากมายขนาดไหน แต่ทว่า คนเราก็มาถึงจุดอิ่มตัว มาร์คัสก็อยากที่จะวางมือ แต่ไมค์นั้นกลับยังไม่อยากจะวางมือ เรื่องราวได้ถูกดำเนินไป เมื่อเจ้าแม่ค้ายาได้แหกคุกออกมาและไล่เก็บชีวิตคนที่ทำให้สามีของเธอตาย โดยใช้ลูกของเขาเป็นเครื่องมือในการจัดการทุกอย่าง          แน่นอนว่า ไมค์ก็คือเป้าหมายหนึ่งที่ถูกหมายหัวเอาไว้แล้ว และแล้วก็เป็นจริง ไมค์ได้ถูกลอบยิงจากสองแม่ลูก เรื่องราวน่าติดตามของ Bad Boys For Life ก็ได้เริ่มขึ้น          เมื่อไมค์รักษาตัวจนหายดี เขาก็ได้เริ่มสืบถึงมือปืนที่แอบยิงเขาในวันนั้น โดยไมค์ไปขอความร่วมมือคู่ซี้ของเขานั่นคือ มาร์คัส แรกๆ มาร์คัสก็มีทีท่าปฏิเสธ แต่เมื่อเข้าตาจน มาร์คัสก็เริ่มอ่อนข้อ และร่วมมือกับไมค์ในการสืบสวนเรื่องราวกันต่อไป          ยิ่งสืบก็ยิ่งทำให้ ไมค์หวนคิดถึงอดีต เพราะด้วยสัญลักษณ์ต่างๆ ที่มือปืนได้ทิ้งไว้นั้นล้วนถูกกำหนดมาจากหญิงคนนั้น          Bad Boys For Life ใช้ปมในชีวิตของไมค์มาดำเนินเรื่อง เป็นเรื่องที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดในอดีตที่ไม่สามารถแก้ไขได้ จนทำให้ไมค์ต้องมาพบกับ มือปืนคนที่ยิงเขา นั่นก็คือลูกของไมค์นั่นเอง เป็นไปได้ยังไงที่ลูกจะฆ่าพ่อ ผู้บงการอยู่เบื้องหลังคือหญิงคนนั้น ซึ่งเป็นคนรักเก่าของไมค์ครั้งเมื่อไมค์หนุ่มๆ เรื่องราวยุ่งเหยิงก็ได้เกิดขึ้น ลูกจะฆ่าพ่อโดยที่ไม่รู้ตัว จะเป็นไปได้อย่างไร ไมค์จะแก้ไขปัญหานี้ได้อย่างไร มาร์คัสจะร่วมมือกับไมค์ในครั้งนี้ด้วยวิธีไหน บทสรุปจะเป็นเช่นไร ไปหาคำตอบกันได้ที่ Bad Boys For Life ตัวอย่างหนัง เว็บไซต์ที่คัดสรรความบรรเทิงมาให้แบบครบครันทั้งหนังไทย หนังต่างประเทศ หนัง Netflix และซีรีย์ต่างๆ

Kingdom2 แรงบันดาลใจ 5

แรงบันดาลใจที่แท้จริงเบื้องหลัง หากคุณมีความอยากสยองขวัญซอมบี้คุณภาพแล้ว ‘ ราชอาณาจักร ‘ ของ Netflix คือสิ่งที่ต้องทำ ละครอิงประวัติศาสตร์ที่มีการวางแผนอย่างรวดเร็วและหนาแน่นมีส่วนร่วมอย่างมีรสนิยมและช่วยให้คุณหลงไหลตลอดทั้งฤดูกาลซึ่งคุณจะต้องรู้สึกเหนื่อยล้าในตอนท้าย รายการผสมผสานการเมืองภายในศาลและความสยองขวัญของการระบาดของโรคจากภายนอกด้วยประสิทธิภาพที่ดูเหมือนว่ามันจะเกิดขึ้นได้จริง ในขณะที่รายการประเภทอื่นนำผู้ชมไปสู่อนาคตอันแสนเยือกเย็นโดยไม่มีการหลบหนี ‘ราชอาณาจักร’ พาเราย้อนกลับไปในอดีตและทำให้เราตั้งคำถามว่าภัยพิบัติเช่นนั้นทำให้ประเทศชาติน่าสะพรึงกลัวและหลงทางในประวัติศาสตร์ เหตุการณ์ใน ‘ราชอาณาจักร’ เป็นจริงได้หรือไม่ นี่คือคำตอบ   ‘ราชอาณาจักร’ เกี่ยวกับอะไร? ตั้งอยู่ในยุคโชซอน ‘ราชอาณาจักร’ ติดตามเรื่องราวของสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมารที่มีการอ้างสิทธิ์ในราชบัลลังก์ เมื่อพระราชาล้มป่วยลงเพราะโรคลึกลับโจฮาคจูผู้เป็นหัวหน้าของ Haewan Cho Clan และพ่อของราชินีรับสายบังเหียนและในไม่ช้าผ่านการวางแผนและการข่มขู่ทำให้ทุกคนที่ว่าช้างเป็นคนทรยศ ในขณะเดียวกันเจ้าชายก็ตามแพทย์ที่เข้าร่วมพ่อของเขาเพื่อค้นหาสิ่งที่ผิดปกติกับเขา สิ่งที่เขาค้นพบนั้นเกินความเชื่อและขู่ว่าจะทำลายทั้งประเทศ   ‘ราชอาณาจักร’ มีพื้นฐานมาจากเรื่องจริงหรือไม่? ‘ราชอาณาจักร’ มีพื้นฐานมาจากซีรีส์มิคอม ‘ดินแดนแห่งพระเจ้า’ โดยคิมอึนฮีและหยางคยองกู อึนฮีเข้าร่วมกับซีรี่ส์ในฐานะนักเขียนเมื่อ Netflix ตัดสินใจหยิบมันขึ้นมาเพื่อดัดแปลงหน้าจอ แม้ว่ามันจะเป็นเรื่องสมมติที่ยกระดับด้วยจินตนาการที่ไม่มีใครเทียบของอึนฮี แต่เธอก็พบว่ารากของเรื่องนี้อยู่ในบัญชีจริง   มันเป็นในปี 2011 ในขณะที่ต้องผ่านพงศาวดารของราชวงศ์โชซอนเธอเจอสิ่งที่ทำให้เธอแย่มากจนเธอไม่สามารถกำจัดมันออกจากความคิดของเธอได้ ในบทหนึ่งเกี่ยวกับการครองราชย์ของกษัตริย์ Soonjo บันทึกดังกล่าวเป็นโรคลึกลับที่คร่าชีวิตผู้คนนับพัน บันทึกในศตวรรษที่ 19 อ่านว่า: “ในฤดูใบไม้ร่วงโรคลึกลับเริ่มแพร่กระจายจากทางตะวันตกและใน 10 วันผู้คนหลายหมื่นคนเสียชีวิตในฮันยาง”     ฮันยางซึ่งเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรโชซอนใน ‘ราชอาณาจักร’ และเป็นกรุงโซลในปัจจุบันกลายเป็นที่นั่งแห่งการต่อสู้แย่งชิงอำนาจในการแสดง ซีรีส์เพิ่มความถูกต้องทางประวัติศาสตร์มากขึ้นในเรื่องราวเมื่อสิ้นสุดฤดูกาลที่สองกษัตริย์องค์ใหม่ได้ค้นพบว่าไม่มีใครแม้แต่เขาจะได้รับอนุญาตให้อ่านบันทึก ทุกคนต้องเชื่อในสิ่งที่บอกกับพวกเขา   ในขณะที่พงศาวดารทำให้เป็นไปไม่ได้สำหรับทุกคนที่จะรู้ว่าสิ่งที่เป็นโรคระบาดและวิธีการที่ถูกเหนี่ยวรั้งในที่สุดไม่เคยลุกขึ้นมาอีกครั้ง ม่านแห่งความลึกลับที่ขัดขวางไม่ให้ค้นพบความจริงยังช่วยให้จินตนาการของพวกเขาทะยานขึ้นและทำสิ่งที่พวกเขาต้องการ อึนฮีใช้ประโยชน์จากสิ่งนี้และเราได้ ‘ราชอาณาจักร’   ด้วยการใช้คำจำกัดความของโรคเธอเพิ่มรายละเอียดของเธอเองโดยเน้นที่จุดกำเนิดของโรค สิ่งที่จะเกิดขึ้นได้และสิ่งที่มันต้องเกิดขึ้น – นี่คือคำถามที่ทำให้เธอยังคงดำเนินต่อไปและเพื่อฝังความอยากรู้อยากเห็นนี้ในการแสดงเธอใช้ตัวละครของ Seo-bi แพทย์ที่ดีที่สุด โอกาสของราชอาณาจักรที่เข้าใจและเอาชนะโรคระบาด แม้จะมีการแสดงที่เป็นซอมบี้เป็นศูนย์กลาง แต่ความสยองขวัญไม่ใช่สิ่งเดียวในใจของเธอในขณะที่เขียนเรื่องราว สำหรับเธอมันเป็นเรื่องความหิวโหยทางการเมืองมากพอ ๆ กับความอยากได้เนื้อมนุษย์ หัวใจของมัน ‘ราชอาณาจักร’ เป็นเรื่องเกี่ยวกับความกระหายที่ไม่รู้จักพอและนำไปสู่การทำลายล้างตนเองและโลก “ ฉันต้องการที่จะพรรณนาคนที่ถูกทำร้ายโดยผู้มีอำนาจที่ต้องดิ้นรนกับความอดอยากและความยากจนผ่านสัตว์ประหลาด หิวมากที่สุดคือสัญชาตญาณของมนุษย์สากล” เธออธิบาย “ ฉันต้องการเขียนเรื่องราวที่สะท้อนถึงความกลัวและความวิตกกังวลของยุคปัจจุบัน แต่สำรวจผ่านเลนส์แห่งความหลงใหลในยุคโชซอนแห่งประวัติศาสตร์” เธอกล่าวเกี่ยวกับการเลือกที่จะวางเรื่องราวในยุคอดีตที่มักจะใช้เป็น ฉากหลังในรายการทีวีเกาหลีมากมาย

Kingdom2 อาณาจักรสิ้นสุด 4

ภาคต่อเนื่อง ละครเกาหลีเรื่องแรกของ Netflix ‘Kingdom’ หรือที่รู้จักกันในนาม ‘Kingdeom’ เป็นซีรีส์สยองขวัญซอมบี้ชาวเกาหลีใต้ที่ได้รับความชื่นชอบจากเหล่าซอมบี้ตั้งแต่เริ่มก่อตั้งเมื่อวันที่ 25 มกราคม 2019 ดัดแปลงมาจาก Kim Eun-hee และ Yang Kyung ซีรีย์การ์ตูนเรื่อง Land of the Gods หนังสยองขวัญเรื่องลึกลับที่บันทึกเรื่องราวชีวิตของมกุฎราชกุมารลีชางผู้เริ่มต้นการเดินทางเพื่อล้างข้อกล่าวหาเท็จที่ก่อกวนเขาพร้อมกับการรับมือกับภัยคุกคามที่ยิ่งใหญ่กว่า ราชอาณาจักร – คติซอมบี้ เกือบจะอยู่ในเส้นเลือดของ’Game Of Thrones’และ’The Walking Dead’ผู้นอนหลับที่ได้รับเสียงโห่ร้องอย่างมากจากความมุ่งมั่นทางการเมืองความรุนแรงที่น่าสยดสยองและเรื่องราวที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วซึ่งปูทางให้มันวางไข่สองฤดูกาล ตอนนี้แฟน ๆ กำลังรอการอัพเดทอย่างต่อเนื่องในฤดูกาลที่สาม นี่คือทุกสิ่งที่เรารู้เกี่ยวกับ ‘ราชอาณาจักร’ ซีซัน 3   วันที่วางจำหน่าย Kingdom Season 3 ‘Kingdom’ ซีซัน 2 ออกมาอย่างครบถ้วนใน Netflix เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2563 ออกอากาศทั้งหมด 6 ตอนโดยใช้เวลาประมาณ 50-60 นาที เท่าที่มีความเกี่ยวข้องกับฤดูกาลที่ 3 นี่คือสิ่งที่เรารู้ หากเราพิจารณาข้อเท็จจริงที่ว่ารายการนั้นมีพื้นฐานมาจากการ์ตูนบนเว็บพร้อมกับตอนจบที่สรุปไม่ได้ของซีซั่นที่ 2 รายการนี้รับประกันอีกซีซันหนึ่ง นอกจากนี้ความนิยมที่เพิ่มขึ้นอาจทำหน้าที่เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาสำหรับการต่ออายุโดยเครือข่าย หากทุกอย่างทำงานได้ดีและการแสดงจะได้รับการต่ออายุเราคาดว่า ‘Kingdom’ ซีซั่นที่ 3 จะวางจำหน่ายในเดือนมีนาคม 2564ในNetflix  มีโอกาสสูงที่ฤดูกาลที่สามอาจมีตอนยาวหกชั่วโมง   Kingdom Season 3 นักแสดง: ใครอยู่ในนั้น? ยกเว้นสมาชิกไม่กี่คนสมาชิกทั้งหมดจากทีมนักแสดงหลักจะถูกตั้งค่าให้กลับมาในซีซั่น 3   Ju Ji-hoon (‘Dark Figure of Crime’) จะพาดหัวนักแสดงในฐานะมกุฎราชกุมารลีชาง Bae Doona (‘The Host,’ ‘Sense8’ ) จะตอบโต้ตัวละครของเธอในฐานะแพทย์ Seo-Bi ​​ที่เฉียบแหลม Kim Hye-Jun อาจปรากฏตัวอีกครั้งในฐานะ Queen Consort Cho สมาชิกคนอื่น ๆ ที่มีแนวโน้มจะกลับมามากที่สุดคือรยูซึงรยในฐานะรัฐมนตรี Cho Hak-ju, Kim Sung-kyu เป็น Young-shin, Jun Ji-hyun (‘My Sassy Girl,’ ‘My Love From The Star,’) Kim Sang-ho รับบทเป็นหนุ่มสาว Heo Joon-ho เป็น Ahn Hyeon, Jeon Seok-ho เป็น Beom-pal, Jung Suk-won เป็น Cho Beom-il, ชื่อเสียงของคุณ ‘Park Byung Eun และ Kim Tae Hoon ที่รู้จักกันเป็นอย่างดีในเรื่อง ‘Rose’ ‘The Pit and the Pendulum’ และ ‘Way to Go’ ฤดูกาลที่ 3 อาจเห็นส่วนเพิ่มเติมใหม่ของตัวละครหลัก   Kingdom Season 3 เรื่องย่อ: มันเกี่ยวกับอะไรกัน? หลังจากที่วางแผนจะสั่งการป้องกันการยิงของซางจูในซีซั่นที่ 2 เราจะเห็นลีชางบุกเข้าไปใน Mungyeong Saejae โดยไม่รู้ตัวถึงไฟที่กำลังจะตก ในขณะเดียวกัน Seo Bi และ Beom-pal ช่วยเหลือ Cho Hak-ju ผู้เผชิญหน้ากับราชินีเกี่ยวกับภารกิจลึกลับของเธอ ตลอดทั้งฤดูกาลเราเห็น Seo Bi ที่เป็นห่วงพยายามอย่างดีที่สุดเพื่อหาวิธีกำจัดโรคระบาดและช่วยชีวิตผู้คน ในตอนสุดท้ายของฤดูกาลที่ 2 ลีชางเข้ารับตำแหน่งฮันยางและต่อสู้อย่างเต็มที่ระหว่างพวกเขากับชายของควีนโชซึ่งนำไปสู่การหลั่งเลือด เพื่อให้แน่ใจว่าสมเด็จพระราชินีจะไม่ประสบความสำเร็จในการดำเนินแผนการชั่วร้ายของเธอโซบีพาลูกและซ่อนตัวจากกองทัพของราชินี   ซีซัน 3 อาจมาจากตอนจบฤดูกาลที่ 2 ด้วยการซ่อนตัวของ Seo Bi ราชินีอาจย้ายสวรรค์และนรกเพื่อให้ลูกกลับมา เราสามารถคาดหวังให้ลีชางเผชิญกับความท้าทายเพิ่มเติมในการเดินทางของเขาเพื่อค้นหาแหล่งที่มาของโรคระบาดและหยุดยั้งการบริโภคมนุษย์ทั้งหมด มีโอกาสสูงที่ Yeong-shin ซึ่งเป็นหมาป่าโดดเดี่ยวผู้ลึกลับอาจมีบางอย่างติดแขนเสื้อซึ่งอาจช่วยต้นเหตุของลีชางได้ ด้วยความตายเพียงไม่กี่ก้าวจากการปนเปื้อนมวลมนุษยชาติซีซั่น 3 จึงต้องเป็นรถไฟเหาะตีลังกา