รีวิว Tall Girl รักยุ่งของสาวโย่ง

Tall Girl รักยุ่งของสาวโย่ง

ใครที่เป็นคอหนังรัก น่ารัก ๆ สนุก ๆ ไม่ได้ปวดหัวตัวร้อนเวลาดูตาม เราขอแนะนำหนังเรื่อง Tall Girl รักยุ่งของสาวโย่ง ให้ลองพิจารณาในการรับชมด้วย เพราะหนังเรื่องนี้นั้นได้ข้อคิดที่ดีมาก สำหรับสาว ๆ ไม่ว่าตัวเองจะมีรูปร่าง อ้วน ผอม สูง หรืออะไรก็ตามแต่ อยากจะให้ทุกคนนั้นรักตัวเองในสิ่งที่เป็น และก็รักคนที่เค้ารักเราในสิ่งที่เราเป็นด้วย ไม่อยากจะให้เราเปลี่ยนแปลง ก่อนที่จะรีวิวหนังเรื่องนี้ ขอแนะนำตัวละครหลัก ๆ ก่อนนั้นก็คือ แม่สาวตัวสูงโย่ง เอวา มิเชลล์ แสดงเป็น จอรดี่ เครแมน ประวัติสาวน้อยคนนี้  เธอนั้นมีส่วนสูงถึง 170 เมื่อตอนที่เธออายุเพียงงแค่ 16 เท่านั้น ถ้าเป็นฝรั่งนั้นอาจจะไม่ใช่เรื่องที่แปลกอะไร แต่ถ้าเป็นคนไทยอาจจะแปลก ซึ่งเธอแสดงเป็นตัวเอกในเรื่องนี้ การรีวิวโดยรวมนั้นก็คือ เธอคิดว่าความสูงของเธอนั้นเป็นปัญหาชีวิตเพราะไม่ว่าเธอจะทำอะไร ก็เป็นที่น่าจับตามองอยู่เสมอ ด้วยความที่เธออยู่ในสังคมที่กำลังเป็นวัยรุ่นเธอต้องโดนกลั่นแกล้งบางล่ะ แต่การกลั่นแกล้งในแต่ละครั้งนั้นก็อาจจะนำเรื่องส่วนสูงของเธอมาพูด  โดยปกติแล้วผู้หญิงตัวสูงนั้นเป็นอะไรที่แปลกและหายาก ผู้หญิงมักจะไม่ค่อยสูงกันเลยเป็น มาตรฐานไปแล้วว่า ผู้หญิงตัวสูงใหญ่แสดงว่าไม่สวย เธอเลยคิดว่าชาตินี้คงไม่มีผู้ชายคนไหนอยากจะเข้ามาจีบเธอหรอกเพราะเธอสูงขนาดนี้แต่เธอนั้นลืมมองสิ่งที่อยู่ข้างกายของเธอเองหนังเรื่องนี้ถือว่าเวลาไม่ยาวนานเกินไป แต่พร็อตเรื่องนั้นเดาได้นานมาก ไม่มีพลิกหรือหักมุมแต่อย่างใดเลย ส่วนตัวให้คะแนนของเรื่องอยู่ที่ 7/10 คะแนน แต่ในคะแนนของมุมกล้องเพราะมีความน่าสนใจ ถ่ายออกมาสวย ดูดี 10/10 เนื้อหาสาระเรื่องการสร้างแรงบันดาลใจก็ดีว่าดีอยากให้ทุกคนนั้นพอใจกับสิ่งที่ตัวเองเป็น ถ้าโลกใบนี้มีแต่คนที่หน้าตาเหมือนกันหมด มันก็คงมีความหลอนน่าดู สำหรับใครที่อยากจะรับชมหนังเรื่องนี้สามารถรับชมแบบถูกลิขสิทธิ์ได้ที่ Netflix

รีวิว The half of it รักครึ่ง ๆ กลาง ๆ

The half of it รักครึ่ง ๆ กลาง ๆ

สำหรับใครที่เป็น คอหนังรักฝรั่ง แต่ไม่ใช่แนวแบบหวานเจี๊ยบ ขอแนะนำหนังเรื่อง The half of it รักครึ่ง ๆ กลาง ๆ เป็นหนังที่ทำให้เรารู้คุณค่าของคำว่ารัก เวลาที่สมองและความรู้สึกตัดสินใจนั้นเป็นอย่างไร มันเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยากเหมือนกันนะ หลาย ๆ คนอาจจะพูดว่าทำตามใจตัวเอง แต่ถ้าความเป็นจริงแล้ว เราทำแบบนั้นไม่ได้ล่ะ เราจะทำยังไงต่อไปอีกคนเราก็รักเพราะความคิดของเค้า ส่วนอีกคนเราก็รู้สึกดีด้วย นี่หรือเปล่าที่เรียกว่ารักครึ่ง ๆ กลาง ๆ ก่อนที่จะเข้าการรีวิวขอแนะนำตัวละครหลักก่อนนั้นก็คือ เลียห์ ลูวิส แสดงเป็น เอลลี่ย์ จู ซึ่งแน่นอนเธอแสดงเป็นตัวเอกในหนังเรื่อง The half of it รักครึ่ง ๆ กลาง ๆ ด้วยความที่เธอนั้นเป็นลูกคนจีน พอพูดถึงคนจีนทุกคนจะรู้อยู่แล้วว่าพวกเค้านั้นฉลาดมากในการหาเงิน ไม่ว่าจะทำอะไร เราก็จะหาหนทางในการทำเงินได้อยู่แล้ว นักเรียนมักจะชอบจ้างในจูนั้นทำรายงานให้เพราะเธอเป็นคนที่หัวดี คิดไว แต่นิสัยหลัก ๆ ก็จะเหมือนพวกเนิร์ดหน่อย ๆ อยู่มาวันหนึ่งมีชายหนุ่มคนหนึ่งต้องการที่จะจีบผู้หญิงแต่ไม่รู้จะเข้าหายังไงเลยมาจ้างให้ จู นั้นเขียนจดหมายให้เค้าหน่อย จูก็รับปากจะทำให้ด้วยความสนิทสนมกัน ความสัมผัสมันก็เริ่มเพิ่มมากขึ้นเป็นเรื่องปกติ และผู้หญิงคนนั้นพึ่งมารู้ว่า คนที่เขียนจดหมายหาเธอนั้นไม่ใช่ผู้ชายที่ส่งให้แต่เป็นจูที่เป็นคนเขียนส่งเรื่อง The half of it รักครึ่ง ๆ กลาง ๆ สำหรับมุมกล้อง 10/10 สำหรับเนื้อเรื่องให้ 7/10 เพราะว่ามันจะมีช่วงหนึ่งที่ค่อนข้างน่าเบื่อแต่ไม่ได้น่าเบื่อจนอยากจะปิดหนังมันยังมีอารมณ์ลุ้นที่อยากจะดูต่ออีก พร็อตเรื่องถือว่าโอเครแปลกใหม่ น่าค้นหา มีความเกี่ยวกับเรื่องของความรู้สึกคนเพราะมันซับซ้อนแบบนี้จริง ๆ สำหรับใครที่อยากจะรับชมหนังเรื่องนี้แบบถูลิขสิทธิ์สามารถรับชมได้ที่ทาง Netflix

Don’t Look Up หนังใหม่ “ลีโอนาร์โด ดิแคพรีโอ” เตรียมฉายบน Netflix สิ้นปีนี้

Don’t Look Up

Don’t Look Up ภาพยนตร์แนวดราม่าเรื่องใหม่ของ Netflix ฝีมือผู้กำกับ “อดัม แมคเคย์” (Adam McKay) ที่ได้สองนักแสดงระดับแถวหน้าของฮอลลีวูดอย่าง “ลีโอนาร์โด ดิแคพรีโอ” (Leonardo DiCaprio) และ “เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์” (Jennifer Lawrence) มารับบทนำ ได้ประกาศวันฉายในวันที่ 24 ธันวาคม นี้  โดยหนังเรื่องนี้ได้รับการคาดหวังอย่างสูงว่าจะสามารถเข้าชิงรางวัลสาขาต่าง ๆ ทั้งในลูกโลกทองคำ และรางวัลออสการ์ได้เลยทีเดียว Don’t LookUp หนังดราม่าว่าด้วยนักบินอวกาศระดับล่าง 2 คน Don’t Look Upหนังแนวดราม่าผลงานของผู้กำกับและมือเขียนบท “อดัม แมคเคย์” ที่เคยฝากผลงานแนวคอมเมดี้เรื่องดังหลายเรื่อง ทั้ง Anchorman (2004), Talladega Nights (2006), Step Brothers (2008) รวมถึงหนังดราม่าระดับรางวัลออสกาสร์อย่าง The Big Shot (2015) แถมยังได้สองนักแสดงเจ้าของรางวัลออสการ์อย่าง “ลีโอนาร์โด ดิแคพรีโอ” และ “เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์” มารับบทนำอีกด้วย เรียกได้ว่าแค่เห็นชื่อนักแสดงก็การันตีคุณภาพได้ระดับหนึ่งแล้ว สำหรับ Don’t LookUpว่าด้วยเรื่องราวของนักบินอวกาศ 2 คน รับบทโดย ลีโอนาร์โด และ เจนนิเฟอร์ ที่พยายามเดินสายออกสื่อต่าง ๆ เพื่อเตือนสาธารณชนเกี่ยวกับดาวหางมรณะที่กำลังจะพุ่งเข้าชนโลกในอีก 6 เดือน ขณะที่รัฐบาลก็พยายามทำทุกวิธีทางเพื่อปิดบังความจริงนี้  โดยหนังเรื่องนี้ได้รับการคาดหวังค่อนข้างมากว่าจะนำเสนอเนื้อหาเสียดสีการเมืองของสหรัฐฯ ได้ดีพอจะเข้าชิงรางวัลเวทีใหญ่ ๆ ทั้งลูกโลกทองคำและออสการ์ นอกเหนือจากนักแสดงนำอย่าง ลีโอนาร์โด ดิแคพรีโอ และ เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์ แล้ว หนังเรื่องนี้ยังได้นักแสดงมากฝีมืออีกหลายคนมาร่วมสมทบ ไม่ว่าจะเป็น “เมอรีล สตรีป” (Meryl Streep) ที่จะมารับบทประธานาธิบดีสหรัฐฯ และ “โจนาห์ ฮิลล์” (Jonah Hill) ที่มารับบทลูกชายของประธานาธิบดี รวมทั้งยังได้ เคต แบลนเชตต์ (Cate Blanchett), ทิโมธี ชาลาเมต์ (Timothée Chalamet), อารีอานา กรานเด (Ariana Grande) และ คริส อีแวนส์ (Chris Evans) มาร่วมแสดงด้วย ทั้งนี้ Don’t LookUpมีกำหนดเข้าฉายบน Netflix ในวันที่ 24 ธันวาคม นี้ โดยจะเข้าฉายพร้อมกับภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์หลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็น Sherlock Holmes 3, Spider-Man: No Way Home และ The Matrix 4

The Guilty หนังใหม่ “เจค จิลเลินฮาล” ที่ถ่ายทำโดยไม่เจอผู้กำกับตลอดทั้งเรื่อง

The Guilty

The Guilty หนังใหม่ของ Netflix ที่ได้นักแสดงหนุ่ม “เจค จิลเลินฮาล” (Jake Gyllenhaal) และผู้กำกับ อองตวน ฟูกัว (Antoine Fuqua) จาก “The Equalizer” (2014) โดยเปิดกล้องถ่ายทำไปแล้วในช่วงการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ผ่านทางโปรแกรม Zoom และ FaceTime เกือบตลอดทั้งเรื่อง ซึ่งนั่นทำให้นักแสดงกับผู้กำกับไม่เคยเจอหน้ากันเลยนับตั้งแต่ถ่ายทำ The Guilty หนังดัดแปลงจากเวอร์ชั่นต้นฉบับเมื่อปี 2018 The Guilty ภาพยนตร์แนวระทึกขวัญเรื่องใหม่ของ Netflix ฝีมือผู้กำกับ “อองตวน ฟูกัว” ที่เคยมีผลงานหนังแอคชั่นเรื่องดังอย่าง “Olympus Has Fallen” (2013), “The Equalizer” (2014) และ The Magnificent Seven (2016) และได้นักแสดงหนุ่มที่เคยถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์มาแล้วอย่าง “เจค จิลเลินฮาล” มารับบทนำ โดยตัวหนังเปิดกล้องถ่ายทำกันเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา แต่เนื่องจากตัวผู้กำกับ ฟูกัว มีประวัติใกล้ชิดกับผู้ที่ติดเชื้อโควิด-19 ทำให้เขาจำเป็นต้องกักตัวนานหลายสัปดาห์ ทำให้การถ่ายทำเกือบทั้งหมดต้องทำผ่านโปรแกรม Zoom และ FaceTime เกือบตลอดทั้งเรื่อง โดยตัวผู้กำกับ ฟูกัว จะควบคุมการถ่ายทำผ่านจอมอนิเตอร์ในรถตู้ที่จอดอยู่ข้าง ๆ กองถ่าย  ซึ่ง เจค กล่าวว่า “เราคุย FaceTime กันหลังถ่ายฉากลองเทคนาน 25 นาที เขากำกับผมอย่างนั้นอย่างนี้ ผมก็จำสิ่งที่เขาสั่งไว้ แล้วเราก็กลับมาถ่ายกันอีกเทค เราสองคนไม่เคยเจอหน้ากันจริง ๆ เลยตลอดการถ่ายทำ” สำหรับ The Guiltyเป็นภาพยนตร์แนวระทึกขวัญที่ดัดแปลงจากหนังต้นฉบับของเดนมาร์กในชื่อเดียวกันเมื่อปี 2018 โดยเป็นเรื่องราวของเจ้าหน้าที่ตำรวจสาย แผนก Call Center ที่ได้รับสายขอความช่วยเหลือจากเหยื่อที่กำลังถูกลักพาตัว ซึ่งเขาต้องทำทุกวิธีทางเพื่อสืบหาตำแหน่งของเหยื่อไปพร้อม ๆ กับเวลาที่เหลือน้อยลงทุกที  ซึ่งภาพยนตร์หนังเรื่องนี้นอกจากจะได้ เจค จิลเลินฮาล มารับบทนำแล้ว ยังได้นักแสดงสมทบอย่าง อีธาน ฮอว์ค (Ethan Hawke), ปีเตอร์ ซาร์สการ์ด (Peter Sarsgaard), ไรลีย์ คีโอ (Riley Keough) และ ไบรอน โบเวอรส์ (Byron Bowers) ส่วนตัวหนังนั้นมีกำหนดฉายบน Netflix ในวันที่ 1 ตุลาคมนี้

แคง เดอะคองเคอเรอร์สุดยอดตัวร้ายใหม่ในจักรวาล MCU

MCU

สำหรับแฟน ๆ ภาพยนตร์แนวฮีโร่ ไซไฟ แฟนตาซี ก็น่าจะเป็นอีกหนึ่งสาวกของภาพยนตร์จากค่ายมาร์เวลสตูดิโอ ผู้ให้กำเนิดภาพยนตร์แนวซุปเปอรืฮีโร่ที่เอามาจากต้นฉบับการ์ตูนของตนเองมากมายหลายเรื่อง และสามารถเชื่อมโยงกันจนกลายมาเป็นจักรวาลภาพยนตร์มาเวล (Marvel Cinematic Universe : MCU) อย่างที่เราท่านต่างรู้จักกันดี โดยเรื่องราวของจักรวาลภาพยนตร์มาเวล หรือ MCU นั้นได้ดำเนินมาจนจบเฟสที่ 3 แล้ว ซึ่งจบลงตรงที่ตัวละครฮีโร่เอกสองคนอย่างไอรอนแมน และกัปตันอเมริกาคนแรกได้จบบทบาทลง  และแน่นอนว่าธานอสศัตรูตัวร้ายที่อยู่เบื้องหลังสิ่งสิ่ชั่วร้ายมากมายที่ผ่านมาก็ถูกโค่นลงจากการเสียสละตนของไอรอนแมนใน อเวนเจอร์ส 4 : เอนเกม เผด็จศึก (2019) ซึ่งก็ทำให้แฟนมาเวลพากันสงสัยกันว่า แล้วแบบนี้เฟส 4 ต่อไป จะมีตัวละครตัวใดออกมาเป็นศัตรูตัวร้ายระดับบอสตัวใหม่ของ MCU คนต่อไป จนในที่สุดในซีรี่ส์โลกิก็ปรากฎตัวหนึ่งในตัวละครที่แฟน ๆ ต้นฉบับการ์ตูนมาเวลหรือมาเวลคอมมิกต่างก็เดาเอาไว้นั้นก็คือ แคง เดอะคองเคอเรอร์ (Kang The Comqueror) ตัวละครตัวร้ายจากต้นฉบับการ์ตูนของมาเวลที่มักจะออกมาเป็นศัตรูของเหล่าอเวนเจอร์สและแฟนทาสติกโฟร์ โดยปรากฎตัวครั้งแรกในหนังสือการ์ตูน The Avengers#8 ประจำเดือน กันยายน 1964 ออกแบบตัวละครโดยสแตน ลี สุดยอดบรรณาธิการผู้เป็นบิดาของมาเวล และ แจ็ก เคอร์บี นักเขียนคู่หูของเขาในมาเวล ซึ่งเขามีพลังในการข้ามเวลาไปยังเวลาต่าง ๆ รวมทั้งโลกคู่ขนานอีกด้วย ทำให้ยากที่จะสามารถเอาชนะเขาได้ แถมที่น่ากลัวกว่าก็คือ แคง ไม่ได้มีแค่คนเดียวแต่มีแคงในเวอร์ชั่นอื่นในมิติคู่ขนานอื่น ๆ อีกมากมายมีทั้งดีและไม่ดี บางตัวก็ดีใจหาย บางตัวก็อยากครองโลก จนมีบางมิติเวลาที่แคงสามารถสร้างอาณาจักรตนเองไว้ได้ และบางเวอร์ชั่นในต้นฉบับการ์ตูนก็มีการเอ่ยถึงการรวมตัวของแคงจนกลายมาเป็นสภาแคงก็มีสำหรับในเวอร์ชั่นคนแสดงของ แคง เดอะคองเคอเรอร์ หรือเจ้าของฉายาแคง ผู้พิชิต ที่ปรากฎตัวในซีรี่ส์โลกิที่เป็นส่วนหนึ่งของ MCU นั้น แสดงโดย จอนาทัน เมเจอส์ ตัวเขาได้บอกเล่าประวัติของตนเองว่าเขานั้นเป็นนักวิทยาศตร์จากอนาคตที่มีความสามารถในการประดิษฐ์คิดค้นเทคโนโลยีล้ำยุคต่าง ๆ และยิ่งเก่งมาขึ้นไปอีกเมื่อเขานั้นสามารถสร้างเครื่องข้ามเวลาที่สามารถข้ามไปยังเส้นเวลาอื่น(มิติคู่ขนานได้) ทำให้ได้พบเจอกับตัวเขาเองในโลกอื่น และได้แลกเปลี่ยนเทคโนโลยีกันจนมีความเก่งกาจมากยิ่งขึ้นนั้นเอง สำหรับการปรากฎตัวของแคงใน MCU จะเป็นแบบใดพบได้ในซีรี่ส์โลกิ (2021) ตัวอย่างหนัง

โปเยโปโลเย 2020 ตำนานรักบัณฑิตหนุ่มและปีศาจสาวที่ยังคงถูกสานต่อ

โปเยโปโลเย

โปเยโปโลเย มีที่มาจากการตำนานเล่าเรื่องราวลึกลับว่า “เรื่องประหลาดจากห้องหนังสือ” แต่ในประเทศไทยจะรู้จักกันในชื่อโปเยโปโลเยเสียมากกว่า ถูกแต่งขึ้นตั้งแต่สมัยราชวงศ์ชิงของประเทศจีนโบราณโดย “ผู ซงหลิง” ซึ่งที่จริงแล้วจะกล่าวถึงตำนานภูตผีปีศาจโบราณ ซึ่งมักจะบอกเล่าเรื่องราวระหว่างคนกับปีศาจ แต่ที่เป็นภาพยนตร์ที่ทุกมุมโลกต่างรู้จักกันดีนั่นก็คือเรื่องเล่าในตอนที่ชื่อว่า “เนี่ย เสี่ยวเชี่ยน” ซึ่งบอกเล่าเรื่องราวระหว่างบัณฑิตที่มีชื่อว่า “หนิงไฉ่เฉิน” และผีสาวที่มีหน้าที่ล่อลวงมนุษย์ไปให้ปีศาจต้นไม้ดูดวิญญาณ “เนี่ยน เสี่ยวเชียน” และโปเยโปโลเยถูกหยิบมาสร้างเป็นภาพยนตร์ครั้งแรก ในชื่อ The Enchanting Shadow  (1960) แต่จะรู้จักกันดีตอนที่ถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์ในชื่อ Chinese Ghost Story  ในปี 1987 ที่สนามเด็กแสดงนำโดย เลสลีจาง และ หวังจู่เสียน  โดยภาพยนตร์ โปเยโปโลโย ในปี 1987 ได้รับการตอบรับอย่างดีเป็นจากแฟน ๆ อย่างมากถึงขั้นมีการสร้างภาคสองเป็นภาคสองในปี 1990 และภาคสามในปี 1991  จากนั้นตำนานโปเยโปโลเยก็ถูกหยิบยกมา  สร้างเป็นทั้งภาพยนตร์และซีรี่ส์เรื่องยาวมากมายหลายตอน ไม่ใช่ตอนที่กล่าวมาเท่านั้น แต่อย่างไรก็ตาม ตอนที่ได้รับความนิยมมากที่สุดและถูกนำมาสร้างใหม่บ่อยครั้งมากก็ยังเป็นภาพยนตร์ในตอนของ หนิงไฉ่เฉิน และเนี่ย เสี่ยวเชี่ยน ว่ากันว่านิยมตลอดกาลเลยทีเดียว จากนั้นในปี 2020 ที่ผ่านมาตำนานของโปเยโปโลเยในตอนของบัณฑิตหนุ่มและปีศาจสาว ก็ถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์อีกครั้งในชื่อ The Enchanting Phantom (2020)  ได้นักแสดงมากฝีมืออย่าง เฉินซิงซวี่ รับบท หนิงไฉ่เฉิน  บัณฑิตหนุ่มกำลังจะเดินทางไปสอบเข้ารับราชการในเมืองหลวง หลี่ข่ายซิน รับบท เนี่ยเสี่ยวเชี่ยน ปีศาจสาวผู้น่าสงสาร จากนั้นก็ได้ปรมาจารย์นักบู๊ชื่อดังที่มักจะเป็นผู้ปิดทองหลังพระผลักดันพระเอกนางเอกอยู่เสมออย่าง หยวนหัว มารับบท เยี่ยนชื่อเสีย สุดยอดมือปราบปีศาจประจำเรื่อง และยังได้อดีตพระเอกชื่อดังระดับตำนานของฮ่องกงอย่าง ฉีเส้าเฉียน รับบทเป็นปีศาจต้นไม้ พันปี  นอกจากปีศาจต้นไม้แล้วโปเยโปโลเยในเวอร์ชั่นนี้ ยังได้เพิ่มบทสุดยอดปีศาจขุนเขาที่ร้ายกาจกว่าปีศาจต้นไม้ เพิ่มเข้ามาให้พระเอกและพวกพ้องต้องประผจญภัยหาทางจัดการมันให้ได้ พบกับตำนานคนกับผีบทใหม่ได้ใน The Enchanting Phantom (2020)

10 อันดับ หนังไทย ที่โกยรายได้สูงที่สุดในประวัติศาสตร์

หนังไทย

ในแต่ละปี ประเทศไทยผลิตภาพยนต์ หรือที่หลายคนเรียกติดปากว่า “หนังไทย” ออกมาหลายต่อหลายเรื่อง บางเรื่องก็ประสบความสำเร็จกวาดรายได้ไปอย่างถล่มทลาย แต่ก็มีหลายเรื่องที่ทำรายได้ไม่ดีเท่าที่ควร ในบทความนี้ เราจะมาว่ากันในเรื่องของ หนังไทย ที่ทำรายได้สูงที่สุดตลอดกาล อันดับที่ 10 นาคี 2 ทำรายได้ 116.19 ล้านบาท ภาพยนต์เรื่องนี้ เป็นหนังภาคต่อของละครดัง “นาคี” ที่ออกฉายทางช่อง 3 โดยผู้กำกับ พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง ได้เอามาทำเป็นหนังต่อ โดยได้ ณเดชณ์ คูกิมิยะ มาแสดงคู่กับ “ญาญ่า” อุรัสยา เสปอร์บันด์ ตัวหนังว่าด้วยเรื่องราวของ “สร้อย” ที่รับบทโดย “ญาญ่า” ถูกสงสัยจากชาวบ้านว่า เป็นตัวการที่ทำให้เกิดคดีสะเทือนขวัญขึ้นมากมาย โดยเธอถูกกล่าวหาว่าเป็นร่างทรงของ “เจ้าแม่นาคี” และ “ผู้กอง ป้องปราบ” ที่รับบทโดย ณเดชณ์ คูกิมิยะ ต้องเป็นคนสืบคดีนี้ให้เป็นที่กระจ่างชัด อันดับที่ 9 หลวงพี่แจ๊ส 4G ทำรายได้ 166.53 ล้านบาท หนึ่งในหนังแฟรนไชส์ของภาพยนต์ “หลวงพี่เท่ง” เข้าฉายในปี 2559 ได้ “แจ๊ส ชวนชื่น” มารับบทนำในเรื่องนี้ โดยมี “ตุ๊กกี้ ชิงร้อยฯ” และ “แพท ณปภา” มาร่วมสร้างความฮา หนังว่าด้วยเรื่องราวของ พระแจ๊ส ที่รับบทโดย แจ๊ส ชวนชื่น อดีตเด็กนักเลงสายความเร็ว ที่หันมาเอาดีในพระพุทธศาสนา และได้เข้ามาใช้ชีวิตแบบพระในกรุงเทพฯ ตีแผ่เรื่องราวของสังคมในวัด รวมไปถึงสังคมภายนอกในแบบตลกๆ อันดับที่ 8 ต้มยำกุ้ง ทำรายได้ 183.35 ล้านบาท หนังเรื่องนี้ได้พระเอกนักบู๊เบอร์ 1 ของเมืองไทยอย่าง จา พนม มารับบทเป็นพระเอก ซึ่งแค่ชื่อนี้ก็ไม่จำเป็นต้องมีใครมาสมทบ หนังว่าด้วยเรื่องราวของ “ขาม” เด็กหนุ่มบ้านนอกที่้ใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางป่าและช้าง และแล้ววันหนึ่ง มีคนมาขโมยช้างของเขาไปขายที่ประเทศออสเตรเลีย ทำให้เขาต้องออกตามหา และช่วยเหลือช้างกลับมาให้ได้ จนกลายเป็นวลีเด็ด “ช้างกูอยู่ไหน” อันดับที่ 7 ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ภาค 3 ยุทธนาวี ทำรายได้ 201.08 ล้านบาท หนังภาคต่อของ ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช หนังอ้างอิงประวัติศาสตร์ชาติไทย ที่ถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนต์ ตัวหนังว่าด้วยเรื่องราวในสมัยปี 2117 หลังการประกาศอิสรภาพที่เมืองแครง เหตุการณ์ดังกล่าว สร้างความไม่พอใจให้ พระเจ้านันทบุเรง กษัตริย์แห่งหงสาวดี จึงได้ส่ง พระยาพระสิม  และ พระเจ้าเชียงใหม่ มาตีอโยธยา ส่วนฝั่งละแวก ได้ส่ง “จีนจันตุ” เข้ามาสืบความลับในอโยธยา เพื่อหวังจะโจมตี แต่ถูกจับได้ จนต้องโล้สำเภาหนี จึงเกิดเป็นศึกยุทธนาวี อันดับที่ 6 ตำนานสมเด็จพระนเรศวรภาค 5 ยุทธหัตถี ทำรายได้ 206.86 ล้านบาท อีกหนึ่งในหนังภาคต่อของ “ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช” หนังว่าด้วยเรื่องราว ในปี พ.ศ 2019 เมื่อ พระมหาธรรมราชาเสด็จสวรรคต และ สมเด็จพระนเรศวร ได้ขึ้นครองอโยธยา ทางพระเจ้านันทบุเรง จึงให้พระเจ้ามังสามเกียด พาทหารกว่า 240,000 มาตีเมืองอโยธยา จนเกิดศึกยุทธหัตถีระหว่าง 2 กษัตริย์แห่งอโยธยา และเมืองหงสาฯ อันดับที่ 5 ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ภาค 2 ประกาศอิสรภาพ ทำรายได้ 216.87 ล้านบาท หนังภาคต่อของ “ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช” ว่าด้วยเรื่องราวของ “องค์ดำ” พระนเรศวรในวัยเด็ก ได้หนีกลับมาจากกรุงหงสาฯ หลังจากนั้น พระเจ้าบุเรงนอง เจ้าเมืองหงสาฯ เสด็จสวรรคต เมืองขึ้นต่างๆจึงต้องเข้ามาร่วมพิธี แต่เมืองคัง ไม่ยอมส่งตัวแทนมา พระเจ้านันทบุเรง เจ้าเมืองหงสาฯคนใหม่ จึงสั่งให้ เจ้าชายจากอโยธยา ตองอู และ หงสาฯ ยกทัพไปตีเมืองคัง อันดับที่ 4 ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ภาค 1 องค์ประกันหงสา ทำรายได้ 219.06 ล้านบาท หนังว่าด้วยเรื่องราวในปี พ.ศ 2016 เมื่อพระเจ้าบุเรงนอง บุกมาตีหัวเมืองทางฝั่งเหนือ หนึ่งในนั้นคือเมืองพิษณุโลกสองแคว พระมหาธรรมราชา เห็นท่าไม่ดีจึงยอมแพ้ศึกเข้าร่วมกับหงสาฯ พระเจ้าบุเรงนอง จึงขอ “องค์ดำ” ไปอยู่ที่เมืองหงสาฯเพื่อเป็นตัวประกัน  อันดับ 3 ไอฟาย แต๊งกิ้ว เลิฟยู้ ทำเงิน 330.55 ล้านบาท หนังเข้าฉายเมื่อปี 2557  ตัวหนังว่าด้วยเรื่องราวของ “ป๋ายิม” ที่รับบทโดย ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์ ถูก “คายะ” ที่รับบทโดย โซระ อาโออิ บอกเลิก เขาจึงต้องการบินไปง้อแฟนที่ต่างประเทศ แต่ด้วยความที่เขา ภาษาอังกฤษไม่แข็งแรง จึงต้องให้ “เพลง” ที่รับบทโดย “ไอซ์ ปรีชญา” ช่วยสอนให้ ระหว่างนั้นได้เกิดเรื่องราวมากมายขึ้นกับทั้งสองคน โดยเป็นเรื่องราวที่ถูกถ่ายทอดมาในรูปแบบของความฮา ที่คุณหยุดขำไม่ได้ อันดับที่ 2  สุริโยทัย ทำรายได้ 550 ล้านบาท หนังเรื่องนี้เข้าฉายในปี พ.ศ 2544 เล่าเรื่องราวในสมัย พ.ศ 2072 -2019 ที่มีการเปลี่ยนผ่านอำนาจของกษัตริย์หลายพระองค์ ภายใต้ตัวดำเนินเรื่องอย่าง พระสุริโยทัย วีรสตรีผู้ยิ่งใหญ่ อันดับที่ 1 พี่มาก… พระโขนง ทำรายได้ 553.21 ล้านบาทหนังเรื่องนี้เข้าฉายเมื่อปี 2556 ตัวหนังเล่าเรื่อราวของ ผีในตำนานอย่าง “แม่นาก พระโขนง” ผ่านทางตัวละครอย่าง “พี่มาก” ที่รับบทโดย มาริโอ เมาเร่อ เรื่องราวของผีแม่นากในตำนาน ที่จะทำให้คุณลืมตำนานเก่าๆของแม่นากไปเลย ร่วมปั้นความฮาโดย 4 ตัวละครสุดฮาจากหนัง 4 แพร่ง และ 5 แพร่ง [ เผือก เต๋อ ชิน เอ] ตัวหนังยังคงความน่ากลัวของ “แม่นาก”ที่รับบทโดย ใหม่…

อันดับหนังตระกูล Marvel ที่ทำเงินได้มากที่สุด

Marvel

ในยุคปัจจุบันปฎิเสธไม่ได้ว่า ในโลกของภาพยนต์ ค่ายหนังยักษ์ใหญ่อย่าง Marvel ครองใจแฟนๆได้ทั่วโลก สร้างรายได้อย่างมากมายมหาศาล จากการขีดเขียนซุปเปอร์ฮีโร่ให้ดูเหมือนมีตัวตนขึ้นมาจริงๆ ในบทความนี้ เรามาว่ากันด้วยเรื่อง ภาพยนต์เรื่องไหน ของ Marvel ที่ทำรายได้ให้กับค่ายมากที่สุด เริ่มต้นด้วย อันดับ 7 Iron Man 3 ทำเงิน $409,013,994 เมื่อผู้ก่อการร้ายนามว่า “แมนดาริน” ต้องการยึดครองโลก เขาได้ทำการโจมตี “โทนี่ สตาร์ค” หรือ IRon Man จนทุกคนคิดว่าเขาตายไปแล้วและเขาต้องหาทางกลับมา เพื่อทำภารกิจพิทักษ์โลกเอาไว้ อันดับที่ 6 Captain Marvelทำเงิน $426,829,839 เมื่อมีสิ่งทีชีวิตตกมาจากนอกโลก และต้องมาปกป้องโลกจากการทำสงครามของเอเลี่ยน หนังเปิดตัว           “Captain Marvel” ฮีโร่ที่มีพลังมากที่สุดในจักรวาลMarvel อันดับที่ 5 Avengers: Age of Ultron ทำเงิน $459,005,868 เมื่อ Ultron หุ่นยนต์ที่ โทนี่ สตาร์ค หรือ IRon Man สร้างขึ้นมา พยายามที่จะปกป้องโลก เมื่อมันรู้สึกว่ามนุษย์เป็นอันตรายต่อโลก มันและพรรคพวกจึงต้องการทำลายมนุษย์ทั้งหมด ซึ่งเหล่า Avengers ต้องช่วยกันยับยั้งเอาไว้ให้ได้  อันดับที่ 4 The Avengers ทำเงิน $623,357,910 ตัวหนังว่าด้วยเรื่อง “โลกิ” น้องชายของ “เทพเจ้าธอร์” ต้องการยึดครองโลก ทำให้เกิดโปรเจ็คต์การตั้งทีม “Avengers” ขึ้นมาเพื่อปกป้องโลก ซึ่งเป็นการรวมตัวกันของเหล่าซุปเปอร์ฮีโร่ของ Marvelเรื่องแรก บทก็แบ่งๆกันเด่นแบบลงตัว อันดับที่ 3 Avengers: Infinity War ทำเงิน $678,815,482 เมื่อ “ทานอส” ต้องการทำให้จักรวาลมีความสมดุล ด้วยการกำจัดมนุษย์ออกไปครึ่งโลก “ทานอส” และลูกสมุน บุกทำลายมาแล้วทุกดาว เหลือเพียงดาวโลก ที่มันต้องการจะปรับสมดุล โดยเหล่า “Avengers” ต้องสู้กับศัตรูที่พวกเขาไม่มีทางเอาชนะได้ อันดับ 2 Black Panther ทำเงิน $700,059,566 เมื่อตำแหน่งกษัตริย์ของ “วาคานด้า” ประเทศที่ร่ำรวย และมีเทคโนโลยีสูงที่สุดในจักรวาล ว่างลง จึงเกิดการแย่งชิงกันขึ้น หนังเปิดตัว “Black Panther” อีกหนึ่งซุปเปอร์ฮีโร่ของจักรวาล”Marvel” อันดับ 1 Avengers: Endgame ทำเงิน $858,373,000 หลัง “ทานอส” ทำภารกิจลดจำนวนประชากรโลกลงได้สำเร็จ คราวนี้ถึงคราวที่ผู้ที่เหลือรอด ต้องหาทางกอบกู้โลก ด้วยการย้อนเวลากลับไปจำกัด “ทานอส” ให้จงได้ เป็นบทสรุปสงคราม ที่เหล่า “Avengers” จะแพ้ไม่ได้อีกแล้ว จำนวนเงินคิดเป็นดอลลาห์ สหรัฐฯ คิดเป็นเงินไทยเท่าไหร่ไปกดเครื่องคิดเลขเองนะจ๊ะ

รูโรนิ เคนชิน (ปฐมบท) เปิดตำนานซามูไร

รูโรนิ เครชิน ปฐมบท

สำหรับบรรดาสาวกของการ์ตูนมังงะเรื่อง ซามูไรพเนจร คงจะจำกันได้กับตัวละคร ฮิมูระ เคนชิน หรือมือพิฆาตบัตโตไซ สุดยอดซามูไรฝีมือดีแห่งยุคปฏิวัติประเทศญี่ปุ่น และได้มีการสร้างออกในแบบอนิเมชั่นจนมาถึงแบบคนแสดงจริง ในชื่อว่า “รูโรนิ เคนชิน” ซึ่งมีฉายในประเทศไทยมาแล้วทั้งหมด 3 ภาคด้วยกัน และ 2 ภาคล่าสุดที่กำลังเข้าฉายทาง Netflix นั่นคือ “รูโรนิ เครชิน ปฐมบท” และ “ปัจฉิมบท” และกลายเป็นภาพยนตร์ญี่ปุ่นที่ได้รับคำชมอย่างมากจากคนดูในประเทศไทย รูโรนิ เคนชิน ปฐมบท จะกล่าวถึงเนื้อเรื่องของ ฮิมูระ เคนชิน ในสมัยที่เขายังไม่ได้ออกพนเจรและยังใช้ชื่อว่า ฮิมูระ บัตโตไซ อยู่ ตอนนั้นเขาเป็นมือสังหารหมายเลข 1 ที่สร้างความหวาดกลัวอย่างมากในยุคเมจิ ซึ่งเรื่องราวในภาค ปฐมบท จะเล่าถึงเหตุการณ์ในช่วงปฏิวัติตอนนั้นเขาได้รับคำสั่งให้มาฆ่าซามูไรคนหนึ่ง ซึ่งกำลังจะเข้าพิธีแต่งงาน ซึ่งเขานั้นทำการสังหารสำเร็จไปได้ด้วยดีแต่ก็ต้องได้รับบาดแผลที่แก้มด้านซ้าย จากนั้นเนื้อเรื่องใน รูโรนิ เครชิน ปฐมบท หลังจากนั้น ฮิมูระ บัตโตไซ ได้พบรักกับ ยูกิฮิโร โทโมเอะ ผู้หญิงคนแรกที่เขายอมรับว่าเป็นภรรยาโดยเธอนั้นมีน้องชายชื่อ ยูกิฮิโร เอนิชิ โดยที่แท้จริงแล้วนั้นโทโมเอะผู้นี้คือคู่หมั้นของซามูไรที่บัตโตไซได้ลอบสังหารไปในตอนต้นเรื่อง จากการได้ใช้ชีวิตอยู่กับโทโมเอะ ทำให้ บัตโตไซ ตระหนักถึงการมีชีวิตของทั้งตนเองและผู้อื่น แต่แล้วโศกนาฎกรรมก็ได้เกิดขึ้นอีกครั้งเมื่อโทโมเอะตายต่อหน้าต่อ ด้วยฝีมือของตัวเขาเองและได้สร้างบาดแผลที่แก้มด้านซ้ายอีก 1 แผลจนกลายเป็นแผลกากบาท ภายหลังจากนั้น เอนิชิ ได้หายตัวไปส่วน บัตโตไซ นั้นได้เข้าร่วมสู้สงครามก่อนจะสาบานกับตัวเองว่าจะไม่ฆ่าคนอีกและพกดาบสลับคมตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา สำหรับใครที่อ่านซามูไรพเนจรในแบบมังงะมาก่อนคงจะเดาเนื้อเรื่องของ รูโรนิ เครชิน ปฐมบท ได้อย่างง่ายดาย เพราะเนื้อเรื่องส่วนมากนั้นจะคล้ายกับในมังงะ แต่หลังจากถูกสร้างเป็นภาพยนตร์ญี่ปุ่นก็ได้มีการดัดแปลงเพิ่มเติมบางส่วนเข้ามาเพื่อความสนุกของตัวหนังเอง สำหรับใครที่อยากจะรับ รูโรนิ เครชิน ปฐมบท สามารถติดตามชมได้แล้วใน Netflix รับรองได้เลยว่าสนุกอย่างแน่นอน

รูโรนิ เคนชิน (ปัจฉิมบท) ปิดตำนานซามูไรก้าวสู่ยุคใหม่

รูโรนิ เคนชิน ปัจฉิมบท

รูโรนิ เคนชิน ปัจฉิมบท สุดยอดภาพยนตร์ญี่ปุ่น ภาคสุดท้ายของตำนานสุดยอดซามูไรมือสังหารอย่าง ฮิมูระ บัตโตไซ ในอดีตเขาเคยเข่นฆ่าผู้คนเหมือนผักปลารวมถึงภรรยาของตัวเองแม้ว่าจะเป็นเพียงแค่อุบัติเหตุแต่นั้นทำให้เกิดแผลลึกในใจของ เคนชิน และทำให้เขาตัดสินใจออกพเนจรพร้อมกับใช้ดาบสลับคมเพื่อปกป้องคนอ่อนแอ แต่ยังมีกลุ่มคนอีกกลุ่มที่จ้องรอวันจะแก้แค้นอดีตมือพิฆาตในตำนานรายนี้อยู่  รูโรนิ เคนชิน ปัจฉิมบท จะเล่าเรื่องราวหลังจากจบศึกกับ ชิชิโอ มาโคโตะ อดีตมือสังหารรุ่นน้องของของ บัตโตไซ ซึ่งหากใครที่ยังไม่เคยดูมาก่อนแนะนำให้ดูภาคปฐมบทและไล่เรียงมาตั้งแต่ ซามูไร X, โตเกียวทะเลเพลิง และ คนจริงซามูไร โดยเนื้อเรื่องของภาคนี้จะต่อเนื่องจากภาคที่ 3 คนจริงซามูไร และอ้างอิงจากภาคปฐมบท โดยในภาคปฐมบทนั้นจะเล่าเรื่องราวก่อนที่เคนชินจะมาพเนจรพร้อมกับให้เห็นถึงภรรยาคนแรกของเขา และน้องภรรยาคือ เอนิชิ ที่หายตัวไปหลังจากนั้น  รูโรนิ เคนชิน ปัจฉิมบท จะเป็นเรื่องราวสุดท้ายระหว่าง เอนิชิ ซึ่งมีศักดิ์เป็นน้องภรรยาเคนชิน โดยตัวเขาได้รวมรวบบรรดาซามูไรที่มีความแค้นกับบัตโตไซในอดีตเพื่อกลับมาล้างแค้น ซึ่งตัวของเอนิชินั้นเป้าหมายคือต้องการล้างแค้นให้ โทโมเอะ ผู้เป็นพี่สาวเพราะเขาฝังใจมาตลอดว่าบัตโตไซเป็นคนพรากพี่สาวไปจากชีวิตของเขา ซึ่งภาคนี้ถือว่าเป็นภาคสุดท้ายของเวอร์ชั่นมังงะ, อนิเมชั่น และ ภาพยนตร์ญี่ปุ่น เพราะหลังจากนี้จะเป็นการเข้าสู่ยุคใหม่อย่างเต็มตัว  รูโรนิ เคนชิน ปัจฉิมบท ถือได้ว่าเป็นการปิดฉากซามูไรพเนจรอย่างแท้จริง สุดท้ายแล้วเคนชินกับพรรคพวกจะผ่านวิกฤตินี้ไปได้หรือไม่นั้น ร่วมกันหาคำตอบกันได้แล้วใน รูโรนิ เคนชิน ปัจฉิมบท สามารถติดตามชมทั้งหมด 5 ภาคได้แล้วที่ Netflix การันตีความมันได้เลย ยิ่งถ้าดูไล่ตั้งแต่แรกมาจะยิ่งสนุกและเข้าใจเนื้อเรื่องได้ดีมากยิ่งขึ้น  ตัวอย่างหนัง รูโรนิ เคนชิน ปัจฉิมบท