มาตาลดา ซีรี่ส์ไทย ปนดราม่า ของครอบครัวหนึ่งที่ไม่ยอมรับ LGBT

มาตาลดา

ต้องบอกว่าในตอนนี้ Netflix ได้โกยเอาซีรี่ส์ดีๆ มารวมไว้ในที่เดียวไม่ว่าจะมาจากเกาหลีใต้, จีน, ญี่ปุ่น หรือฝั่งตะวันตก ก็มีให้ดูมากมาย โดยเฉพาะซีรี่ส์ของไทยเอง กับเรื่องราวคอมเมดี้, โรแมนติก ปนดราม่า ของครอบครัวหนึ่งที่ไม่ยอมรับในเรื่องของ LGBT ทำให้ลูกชายคนเดียวตัดสินใจหนีออกจากบ้านมาใช้ชีวิตอย่างที่ตัวเองต้องการและวันเวลาผ่านไปเด็กสาวคนหนึ่งก็เตรียมแผนการที่จะเป็นกาวใจให้ทุกคนกลับมาอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาอีกครั้ง กับเรื่อง มาตาลดา             มาตาลดา ซีรี่ส์น้ำดีอันน่ารัก                 เรื่องราวของ มาตาลดา จะกล่าวถึง ครอบครัว ชายจีน-ไทย ครอบครัวหนึ่งที่มีลูกชายชื่อว่า “เกริกพล” (รับบทโดย ชาย ชาตโยดม) เขาถูกเลี้ยงมาด้วยความรักจากพ่อและแม่ แต่แล้วเมื่อโตขึ้น เกริกพล ได้รับรู้ว่าตัวเองนั้นเป็นเพศที่ 3 และต้องการจะให้ครอบครัวยอมรับในสิ่งที่เขาเป็น แต่ไม่ว่าอย่างไรพ่อของเขา (รับบทโดย ตู่ นพพล โกมารชุน) ก็ไม่เข้าใจและไล่เขาออกจาก เกริกพล เปลี่ยนชื่อเป็น “เกรซ” และเลี้ยงดูลูกสาวเพียงคนเดียวคือ มาตาลดา จนกระทั่งเธอนั้นเติบโตขึ้นมาเป็นเด็กที่น่ารักและมีการศึกษาที่ดี เธอได้สืบเรื่องราวของครอบครัวจนรู้ที่อยู่ของอาม่ากับอากง เธอเลยตัดสินใจที่จะเป็นแกนกลางในการสานสัมพันธ์ของครอบครัวให้กับมาดีอีกครั้ง เว็บรีวิวหนัง             ดาราระดับคุณภาพคับคั่ง                 ต้องบอกว่ามาตาลดาเป็นซีรี่ส์เรื่องเยี่ยมที่เต็มไปด้วยนักแสดงคุณภาพแถวหน้าของประเทศไทย เริ่มตั้งแต่ มาตาลดา ที่ได้ เต้ย จรินทร์พร มารับบทนี้ร่วมกัน เจมส์ จิรายุ รับบทเป็นคุณหมอ ปุริม ชายที่อยู่เคียงข้างนางเอกตลอด แต่ที่หลายคนต่างชื่นชมเป็นอย่างมากคือการที่ ชาย ขาตโยดม พระเอกหนุ่มหล่อหุ่นแน่นมารับบทเป็น เกรซ สาวประเภทสองที่ต้องหนีจากครอบครัวมาใช้ชีวิตเพียงคนเดียว ซึ่งหลายคนต่างชมว่า ชาย ชาตโยดม ถ่ายทอดบทบาทการเป็นเกรซออกมาได้อย่างน่าประทับใจ และเป็นการเปิดให้สังคมยอมรับในเรื่องราวของ LGBT มากขึ้นกว่าเดิม                 มาตาลดาถือว่าเป็นซีรี่ส์เรื่องหนึ่งของประเทศไทยที่ได้รับคำชมมากมายจากคนดู ทั้งในเรื่องของความน่ารักของพระเอกนางเอก, การพลิกบทบาทของพระเอกอย่าง ชาย และการถ่ายทอดให้สังคมยอมรับในเรื่อง LGBT สำหรับใครที่อยากจะรับชมติดตามสามารถดูได้ใน Netflix และ gclub รับรองได้ว่าครบทุกรสชาติแน่นอน Latest Posts

แดง พระโขนง อีกแง่มุมของครอบครัว แม่นาก พระโขนง

แดง พระโขนง

แดง พระโขนง รอรับชมกันได้ทุกโรงภาพยนตร์วันนี้ไปอีกหนึ่งเรื่องพยนต์ที่น่าติดตามชมว่าผลงานของผู้กำกับหน้าใหม่จะออกมาไปในทิศทางใดเราควรใช้ก็ควรส่งเสริมหนังไทยแดงพระโขนง เว็บรีวิวหนัง หนังเรื่องแรกของผู้กำกับใหม่ “แจ็ค แฟนฉัน” ใครๆต่างก็รู้จักหนังเรื่องแฟนฉันเป็นอย่างดีเป็นที่ยอมรับกันว่าเป็นการแจ้งเกิดของดาราเด็กหลายๆคนไม่ว่าจะเป็นใครและหนึ่งในนั้นคือแจ็คซึ่งในปัจจุบันนี้ก็ทำงานในวงการสายบันเทิงอย่างเรานานและเริ่มต้นที่จะมาทำงานในเบื้องหลังคือการกำกับภาพยนตร์เรื่องแรกก็คือแดงพระโขนงที่ผ่านมาเกี่ยวกับหนังสกุลพระโขนงเราเคยได้ยินคำว่าแม่นากหรือพ่อมากพระโขนงกันมาบ่อยๆแต่ สำหรับลูกของแม่นากคือแดงยังไม่เคยมีใครนำเรื่องราวของแดงพระโขนงมาทำเป็นเรื่องราวซึ่งไม่รู้ว่าเรื่องราวเหล่าของแดงพระโขนงจะไปในทางใดแต่ดูจากโพสเตอร์หนังและตัวอย่างที่ออกมาแล้วคาดว่าจะเป็นหนังคอมเมดี้ดูได้แบบสบายๆให้อารมณ์คลายเครียดกับช่วงหน้าร้อนที่อยู่ในค่ายหนังของ m pictures ที่ทิ้งสูตรสำเร็จเดิม ๆที่ทำหนังอีกมิติหนึ่งให้นำมาเป็นเรื่องราวในภาพยนตร์ให้ลองดู ทำไมต้องไปดูเรื่อง แดง พระโขนง อย่างที่บอกไปว่าเป็นการฉีกกฏเดิม ๆในแง่มุมเกี่ยวกับเรื่องราวของครอบครัวแม่นาคพระโขนงที่เคยเสนอแต่ความน่ากลัวของแม่นาคพระโขนงเก่ามาเป็นพ่อนาคพระโขนงแต่ในครั้งนี้เกี่ยวกับทายาทผู้สืบสกุลลูกในท้องของแม่ที่ตายไปพร้อมกับแม่น่าจะเป็นอย่างไรลองมาลองติดตามกันดูและการตีความของผู้กำกับจะสื่อความหมายออกมาในทางใดจึงน่าสนใจอยู่ไม่น้อยเรื่องนี้จะรวบรวมนักแสดงเด็กเป็นมิตรภาพที่อยู่ใน เรื่องเรานักแสดงที่เคยผลงานผ่านตามาบ้างแล้วในจอทีวีและนำมารวมรวบรวมผลงานในเรื่องนี้จอใหญ่ถือว่าเป็นภาพยนตร์ที่มีนักแสดงเด็กอย่างคับคั่งยุ้ยเรื่องนี้ “แจ็คแฟนฉัน”และ “เอ็กซ์ วัชรพงษ์” เป็นผู้กำกับการแสดงซึ่งทั้งสองคนนี้ก็เคยร่วมงานกันในเรื่องแฟนฉันและเป็นเพื่อนสนิทกันมาจนถึงปัจจุบันเป็นเรื่องเกี่ยวกับมิตรภาพระหว่างวิญญาณของแดงแดงและเพื่อนๆ แม้ว่าจะเป็นหนังตลกอย่างไรแต่ก็เชื่อเหลือเกินว่าทุกๆเรื่องจะสอดแทรกมุมมองให้เขากับชีวิตในมิตรภาพวัยเด็กไม่ว่าจะมีสถานะเป็นอย่างไรถ้ามีมิตรภาพต่อกันก็เชื่อว่าต่างก็สร้างความรู้สึกดีๆตัวหนังจะเปลี่ยนหน้าร้อนองศาแรงรับชมหนังสบายๆตลกๆที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับความสัมพันธ์ ฉันมิตรไม่ว่าจะเป็นคนหรือผีที่อยู่ในโลกต่างกันถ้ามีความรู้สึกที่ดีต่อกันแล้วมิตรภาพก็ไม่เปลี่ยนแปลงแน่นอนรอรับชมกันได้ทุกโรงภาพยนตร์วันนี้ไปอีกหนึ่งเรื่องภาพยนตร์ที่น่าติดตามชมว่าผลงานของผู้กำกับหน้าใหม่จะออกมาไปในทิศทางใด

“The Game Plan” (เกมป่วน กวนป๋า) กับการรีวิวหนังครอบครัวดีๆ

ความประสบความสำเร็จของคนแต่ละคนนั้นแน่นอนว่าย่อมแตกต่างกันออกไปตามสิ่งที่พวกเขาตั้งเป้าหมายเอาไว้ นักกีฬาต้องการจะสร้างแชมป์ นักกฎหมายก็ต้องการที่จะชนะคดี แต่หากเป็นในฐานะพ่อล่ะ ความสำเร็จคืออะไร? “The Game Plan” เรื่องราวของ “โจ คิงแมน” กัปตันทีมอเมริกันฟุตบอลที่แสนโด่งดังเนื่องจากฝีมือหาตัวจับยาก และเขาก็มักเป็นคนพาทีมทำแชมป์มาแต่ไหนแต่ไร ทุกอย่างเป็นไปได้สวยจนกระทั่งโจได้พบว่าตนนั้นมีลูกสาวแสนน่ารักคนหนึ่งกับอดีตภรรยาที่เลิกรากันไปกว่า 8 ปี หนูน้อย “เพย์ตัน” แนะนำตัวว่าเป็นลูกสาวและแน่นอนว่าโจนั้นทำตัวไม่ถูก และผู้จัดการส่วนตัวนั้นคิดว่าเขาควรรับผิดชอบหน้าที่พ่อเพื่อเป็นการรักษาชื่อเสียงเพื่อไม่ให้พวกเขาถูกสปอนเซอร์ถอนตัวออกไปเนื่องจากพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม ในช่วงแรกการปรับตัวของโจและเพย์ตันค่อนข้างทุลักทุเลเพราะโจนั้นใช้ชีวิตชายโสดที่วัน ๆ เต็มไปด้วยกีฬาที่เป็นอาชีพของเขา แต่ถึงแบบนั้นเมื่อได้ใช้เวลาและทำกิจกรรมต่าง ๆ กับลูกสาวตัวน้อยก็ดูเหมือนว่าโจจะถูกขโมยหัวใจและตกหลุมรักเพย์ตันไปอย่างถอนตัวไม่ขึ้น แม้ว่าความจริงจะเปิดเผยเกี่ยวกับเรื่องราวของแม่ของเพย์ตันและการตัดสินใจของผู้เป็นป้าจะทำให้พ่อลูกนั้นเสียใจ แต่สุดท้ายพลังแห่งรักบริสุทธิ์ของพวกเขาก็ได้พิสูจน์ทุกสิ่งทุกอย่าง ข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับหนัง “The Game Plan” (เกมป่วน กวนป๋า) ประเภท : เด็กและครอบครัว/คอเมดี้ ผู้กำกับ : แอนดี ฟิกแมน นักแสดงนำ : ดเวยน์ จอห์นสัน, เมดิสัน เพตติส, โรซาลีน ซานเชส, ไครา เซดจ์วิค ความยาว :  1 ชั่วโมง 52 นาทีกำหนดฉาย : 1 พฤศจิกายน 2550 หนังครอบครัวเรื่องนี้บอกเลยว่าเป็น เว็บรีวิวหนัง อีกเรื่องที่ทำให้หุบยิ้มไปหยุดด้วยความน่ารักมุ้งมิ้งระหว่างคุณพ่อและลูกสาว อีกทั้งเรายังได้เห็นความเฉลียวฉลาดและมีไหวพริบของหนูน้อยเพย์ตันในการสามารถแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้อย่างดีและรอบคอบ “Time To Hunt” (ถึงเวลาล่า) กับการรีวิวหนังเกาหลีไล่ล่าสุดมัน จึงถือได้เลยว่าเธอนั้นเป็นจุดเด่นของหนังเรื่องนี้อย่างปฏิเสธไม่ได้ ส่วนเรื่องการแสดงของนักแสดงตัวเอกอย่างดเวยน์ จอห์นสันนั้นก็ทำออกมาได้อย่างดีเยี่ยม แม้ว่าเราจะมีโอกาสพบเห็นว่า bslot88 เขาจะรับเล่นบทหนังครอบครัวอยู่บ่อยครั้งแต่เราก็ไม่เคยรู้สึกเบื่อ เพราะเคมีบางอย่างที่ทำให้เขานั้นเป็นคุณพ่อแสนอบอุ่นได้อย่างยอดเยี่ยม

“Bliss” (คู่แท้สองโลก) หนังดราม่าไซไฟ สะท้อนปัญหาครอบครัว

เรื่องรอยต่อระหว่างโลกที่ข้ามเกี่ยวกันนั้นยังคงเป็นความเชื่อของคนบางกลุ่มที่เชื่อแบบนั้นว่าแท้จริงเส้นเวลาไม่ได้เป็นเส้นตรง หากแต่ว่ามันถูกซ้อนทับกันจากการบิดเบี้ยวเสียมากกว่า ซึ่งแนวคิดนี้เป็นที่มาของพล็อตหนังไซไฟดราม่าเรื่อง “Bliss” (คู่แท้สองโลก) นี้ ที่เล่าถึง “เกร็ง” พนักงงานออฟฟิศที่ดันทำเจ้านายเสียชีวิตโดยไม่ได้ตั้งใจ เรื่องราวของหนังเรื่อง “Bliss” (คู่แท้สองโลก) แทนที่เขาจะแจ้งตำรวจด้วยความกลัวและตกใจ เว็บรีวิวหนัง จึงคิดที่จะซ่อนศพของเจ้านาย แต่ระหว่างนั้นก็ได้เจอกับ “อิซซาเบล” หญิงสาวในภาพฝันที่เขามักมองเห็นเธอในนั้น ยอดนักสืบจิ๋ว โคนัน เดอะ มูฟวี่:The Scarlet School Tripเตรียมเข้าฉายในไทยแล้ว จู่ ๆ ตอนนี้ก็มาปรากฏตัวอยู่ตรงหน้าเขา พร้อมทั้งเธอยังบอกอีกว่าแท้จริงแล้วโลกที่เขาอยู่นั้นเป็นเพียงโลกจำลอง ไม่ใช่โลกแห่งความจริง มนุษย์ทุกคนที่เขาเห็นต่างก็เป็นคอมพิวเตอร์ด้วยกันทั้งนั้น เว้นแต่เขาคนเดียว และเธอก็เป็นคู่ของเขาที่ได้ทำการตามหาเขามาโดยตลอด  แต่ในเวลาเดียวกันที่ลูกสาวของเกร็กได้ออกตามหาพ่อของเธอ ซึ่งตอนนี้มันก็ทำให้เขาต้องตัดสินใจอย่างใหญ่หลวงว่าเขาจะเชื่อใคร และที่สำคัญคือโลกไหนคือโลกจริงกันแน่ ข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับหนัง ประเภท : ไซไฟ ดราม่า  ผู้กำกับ : ไมค์ เคฮิลล์ นักแสดงนำ : ซัลมา ฆาเยก, โอเวน วิลสัน, เมเดอลีน ไซมา, เนสตา คูเปอร์ ความยาว :  1 ชั่วโมง 43 นาที กำหนดฉาย : 5 กุมภาพันธ์ 2564 หากเปรียบเทียบกันให้เห็นภาพโดยง่ายแล้วนั้น หนังเรื่องนี้ก็เหมือนหนังที่สร้างโลกหลาย ๆ ใบ นำมาซ้อนทับกันไว้ในเวลาเดียวกัน ให้อารมณ์คลุมเครือเกือบทั้งเรื่อง ส่งผลให้เรานั้นต้องใช้ความคิดตลอดเรื่อง อีกทั้งยังใส่ความดราม่าจัดหนัก ทั้งจากตัวละครและเนื้อเรื่องเองด้วย แม้ว่าพล็อตจะน่าสนใจแต่หลายประเด็นก็ยังทำได้ไม่ลื่นไหลเช่นความแน่นของปูมหลังของเรื่อง หรือเรียกว่าการสร้างมิติของหนังยังทำได้ไม่ดี อีกทั้งนักแสดงนั้นค่อนข้างมีอายุที่มาก Ufacafe ไม่ตรงตามบทและไม่ตรงตามภาพที่ผู้ชมส่วนมากคิดตามเนื้อเรื่องนี้ อีกทั้งบางจุดก็ช่างขาดความสมเหตุสมผลของการตัดสินใจ ทำให้เรารู้สึกว่าหนังเรื่องนี้ยังไม่ค่อยสมบูรณ์เท่าที่ควรนัก

หนังครอบครัวเบาสมอง “Think Like A Dog” เหมาะกับดูช่วงวันหยุดกับคนที่คุณรัก

หนังเบาสมองอย่าง “Think Like A Dog” จะกล่างถึงเรื่องราวของหนุ่มน้อยนักประดิษฐ์อย่าง “โอลิเวอร์” ที่ตั้งใจประดิษฐ์เครื่องอ่านความคิด แต่เมื่อนำเครื่องนี้ไปโชว์ที่งานโรงเรียนมันก็ล้มเหลวไม่เป็นท่าเพราะเกิดข้อขัดข้องทางเทคนิค ทำให้เครื่องไม่สามารถทำงานได้ จนทำให้เขารู้สึกขายหน้ามาก ๆ เมื่อกลับมาถึงบ้านโอลิเวอร์จึงตัดสินใจทดลองกับสุนัขที่เป็นเหมือนเพื่อนสนิทของเขาอีกคนอย่าง “เฮนรี่” และได้รับความช่วยเหลือจากเพื่อนทางไกลที่เป็นชาวจีน ช่วยให้แฮกดาวเทียมของจีนได้สำเร็จ ทำให้สิ่งประดิษฐ์ของเขามีความก้าวหน้าและพัฒนาจนมันใช้งานจริงได้ ซึ่งการที่พวกเขาทำการแฮกดาวเทียมของจีนก็ทำให้รัฐบาลพยายามสืบหาและต้องการจับตัวเขา ส่วนเรื่องสิ่งประดิษฐ์สุดล้ำก็ไปเข้าหูเจ้าของบริษัทตัวร้ายที่มองว่ามันต้องเป็นเครื่องผลิตเงินให้เขาในอนาคตจึงวางแผนที่จะขโมยมันจากเด็ก ๆ  ด้วยความที่เป็นหนังดูง่าย สบาย ๆ ปมเรื่องจึงไม่ได้สลับซับซ้อนมาก การที่อ่านความคิดของน้องเฮนรี่ได้ก็เป็นเหมือนตัวช่วยในการแก้ปัญหาในชีวิตของโอลิเวอร์ได้อย่างไม่น่าเชื่อ ทั้งประเด็นที่พ่อแม่ของเขากำลังจะเลิกกัน หรือแม้กระทั่งการที่เขาไม่กล้าชวนสาวที่แอบหมายปองไปงานก็ตาม แม้มันจะดูง่ายดายไร้ซึ่งอุปสรรคไปเสียหน่อย แต่ก็ทำให้เรื่องราวไม่จืดชืดด้วยความสนุกปนฮาในการพยายามขโมยจากฝั่งตัวร้ายที่ทำออกมาได้ดีระดับหนึ่งเลยทีเดียว นอกจากนั้นเรายังเห็นประเด็นเล็ก ๆ เกี่ยวกับความรักความอบอุ่นในครอบครัว มิตรภาพระหว่างคนกับสัตว์เลี้ยง และแรงสนับสนุนในการทำความฝันของเด็ก ๆ  อย่างที่กล่าวมาข้างต้นว่าหนังเรื่องนี้เป็นหนังที่ดูเอาสบายเสพความบันเทิงเป็นหลัก ทำให้ความคาดหวังไม่ได้มากเท่าหนังเรื่องอื่น ๆ แต่ก็มีข้อควรพิจารณาอย่างเช่น การที่ควรเสริมความโดดเด่นให้น้องสุนัขมากขึ้นกว่านี้ เพราะทำให้เกิดแรงดึงดูดจากผู้ชมได้มากขึ้น ข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับหนังเบาสมองอย่าง “Think Like A Dog” ประเภท : ดราม่า ไซไฟ ผู้กำกับ : กิล จังเจอร์ นักแสดงนำ : เกเบรียล เบตแมน,เมแกน ฟอกซ์,จอช เดอเมล,นีโอ โฮ ความยาว : 1 ชั่วโมง 35 นาที กำหนดฉาย : 23 กรกฎาคม 2563 หากคุณไม่อยากพลาดทุกข้อมูลเกี่ยวกับการรีวิวหนัง อย่าลืมติดตามหนังต่างประเทศเรื่องอื่นๆ เช่น รีวิว Pandora หนังเกาหลีที่จะทำให้คุณเข้าใจความเห็นแก่ตัวในสังคมมากขึ้น ได้อีกที่ filmograd.net

รีวิว คุณพ่อตัวสำรอง (You’ve Got This) กับความขัดแย้งทางความคิดในครอบครัว

หากจะพูดหนังจากสัญชาติเม็กซิโกนั้น ก็ต้องบอกเลยว่าเดี๋ยวนี้เขาสามารถสร้างหนังออกมาตีตลาดและทำชื่อเสียงได้หลายเรื่องเลยทีเดียว ซึ่งส่วนใหญ่แล้วก็เป็นหนังที่สามารถดูได้แบบง่ายๆ เข้าถึงได้อย่างหลากหลายช่วงวัย และในวันนี้แอดจะพาทุกคนมาดูหนังของประเทศนี้กันอีกเรื่องกับ รีวิว คุณพ่อตัวสำรอง (You’ve Got This) กันเลย ชื่อเรื่อง : “คุณพ่อตัวสำรอง” (You’ve Got This) แนว : โรแมนติก คอมเมดี้ นักแสดง : Tato Alexander, Moisés Arizmendi, Fernando Becerril บทภาพยนตร์ : Tiaré Scanda, Leonardo Zimbrón ผู้กำกับ : Salvador Espinosa ค่าย : Netflix วันฉาย : 02 ตุลาคม 2020 เวลา : 01 ชั่วโมง 51 นาที IMDb : 5.6 (จาก 437 โหวต) เรื่องย่อ เรื่องราวของ “อเลฮานโดร” (รับบทโดย Moisés Arizmendi) หนุ่มครีเอทีฟและ “ซิเซเลีย” (รับบทโดย Tato Alexander) สาวสวยที่กำลังประสบความสำเร็จ โดยทั้งคู่ได้แต่งงานและอยู่ด้วยกันมา 7 ปีแล้ว ซึ่งพวกเขาได้ใช้ชีวิตคู่กับอย่างหวานชื่นมาเสมอ จนในวันหนึ่งอเลฮานโดรก็อยากเป็นพ่อคนขึ้นมา จึงได้ชวนซิเซเลียมีลูกด้วยกัน แต่เนื่องจากซิเซเลียกำลังจะประสบความสำเร็จในด้านการงาน เธอจึงยังไม่อยากมีลูกมาขัดขวางความสำเร็จของเธอ อีกทั้งเธอยังไม่เคยคิดว่าอยากจะมีลูกด้วยซ้ำ แต่แล้วก็เหมือนฟ้าจะเล่นตลกกับเขา เพราะอเลฮานโดรดันไปรับปากสาวเสิร์ฟในบาร์แห่งหนึ่ง ว่าจะดูแลลูกของเธอให้ 3 วัน เพราะเธอต้องไปทำธุระที่อื่น นั่นทำให้อเลฮานโดรต้องรับบทเป็นคุณพ่อโดยจำเป็นไปในทันที แต่ในขณะเดียวกันนั้นเขาก็มีปัญหากับซิเซเลีย ในเรื่องของความคิดที่ไม่ตรงกันอีกด้วย รีวิว คุณพ่อตัวสำรอง (You’ve Got This) หนังเรื่องนี้นั้นเน้นไปที่เรื่องราวของความขัดแย้งทางความคิดของคู่รักเป็นหลักในเรื่องของการมีลูก ซึ่งจะเห็นได้ชัดจากสังคมในสมัยนี้ที่มีอยู่มากพอสมควรเลยทีเดียว ซึ่งในส่วนของการเล่าเรื่องนั้นก็ถือได้ว่าสมเหตุสมผล เหมือนเราเข้าไปนั่งอยู่ในตัวของนักแสดงหลักเลย เพราะว่านักแสดงหลักทั้ง 2 คนสามารถเล่นเข้าขากันได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว โดยรวมแล้วหนังเรื่องนี้เราสามารถนั่งดูมันได้แบบเพลินๆ ก็น่ารักไปอีกแบบ ตัวอย่าง หากคุณไม่อยากพลาดทุกข้อมูลเกี่ยวกับการรีวิวหนัง อย่าลืมติดตามหนัง Netflix เรื่องอื่นๆ เช่น รีวิว ครอบครัวข้างบ้าน (American Murder: The Family Next Door) ได้อีกที่ filmograd.net

รีวิว ครอบครัวข้างบ้าน (American Murder: The Family Next Door)

ในยุคสมัยแบบนี้การหยิบยกเรื่องราวในชีวิตจริงของใครสักคน แล้วเอามาเล่าในรูปแบบของหนังที่ทำเป็นสารคดีกำลังเป็นที่นิยมเป็นอย่างมากเลย โดยเรื่องที่ถูกพูดถึงเป็นอย่างมากเมื่อเร็วๆนี้เอง ก็คงหนีไม่พ้นสารคดีที่เกี่ยวกับการแช่แข็งลูกสาวที่เสียชีวิตไปก่อนเวลาอันควรอย่าง “Hope Frozen” (ความหวังแช่แข็ง: ขอเกิดอีกครั้ง 2018) นั่นเอง แต่วันนี้แอดจะพาทุกคนมาดูสารคดีเรื่องอีกเรื่องหนึ่งอย่าง รีวิว ครอบครัวข้างบ้าน (American Murder: The Family Next Door) กันเลยดีกว่า ชื่อเรื่อง : “ครอบครัวข้างบ้าน” (American Murder: The Family Next Door) แนว : สารคดี ผู้กำกับ : Jenny Popplewell ค่าย : Netflix วันฉาย : 30 กันยายน 2020 เวลา : 01 ชั่วโมง 22 นาที IMDb : 7.2 เรื่องย่อ สารคดีเรื่องนี้จะเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับคดีอาชญากรรมสุดสะเทือนขวัญเมื่อปี 2018 ที่ผ่านมา เมื่อหญิงสาวในครอบครัวหนึ่งที่กำลังตั้งท้องค้นพบว่าลูกสาววัยเด็กทั้ง 2 คนของเธอได้หายตัวไปจากบ้านอย่างไร้ร่องรอย อีกทั้งสามีของเธอก็ตกเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีดังกล่าวนี้ เรื่องราวมันยิ่งยากขึ้นไปอีกเมื่อคนที่ทำจริงๆนั้นมีการปิดบังอำพรางคดีได้อย่างดีเยี่ยม รีวิว ครอบครัวข้างบ้าน (American Murder: The Family Next Door) ต้องบอกก่อนเลยว่า สารคดีเรื่องนี้ไม่ได้ให้ความรู้สึกที่อบอวล หรือเต็มไปด้วยความรักอย่างเรื่อง Hope Frozen หรอกนะ แต่ออกจะเป็นสารคดีที่เจาะลึกไปที่เรื่องราวของคดีอาชญากรรมสะเทือนขวัญซะมากกว่า กับเรื่องราวของครอบครัวที่ภายนอกดูเหมือนจะดีไปหมดทุกอย่าง แต่ความจริงแล้วมันจะอาจจะไม่ได้เป็นอย่างที่ทุกคนเห็นก็เป็นได้ ซึ่งเรื่องนี้มันสอนให้เรารับรู้ได้ว่า เราไม่ควรมองใครที่ภายนอก หรือดูจากตามสื่อโซเชียลได้เลย เพราะเรื่องแบบนี้มันเป็นอะไรที่ใครก็สามารถแสดงออกมาให้ดูดีได้กันทั้งนั้น โดยสารคดีเรื่องนี้ได้ใช้ลำดับการเล่าเรื่องได้เหมือนกับเราดูหนังปกติทั่วไปเรื่องหนึ่งเลย อีกทั้งสารคดีเรื่องนี้ยังใช้เรื่องราวที่เกิดขึ้นจริงมาเล่าให้ผู้ชมอย่างเรารับชม โดยที่ไม่มีการสร้างเหตุการณ์จำลองเลยด้วย แต่ด้วยความที่เอาเรื่องจริงมาเล่าทั้งหมดโดยที่ไม่มีการจำลองเหตุการณ์เลย มันก็อาจจะส่งผลให้ผู้ชมอย่างเราอาจจะเห็นภาพไม่ค่อยชัดเจนสักเท่าไร ตัวอย่าง หากคุณไม่อยากพลาดทุกข้อมูลเกี่ยวกับการรีวิวหนัง อย่าลืมติดตามหนัง Netflix เรื่องอื่นๆ เช่น รีวิว Hubie Halloween (ฮูบี้ ฮาโลวีน) ไปกับการสุขสันต์วันปล่อยผี ได้อีกที่ filmograd.net

CODA หนังสร้างแรงบันดาลใจที่จะทำให้หัวใจคุณพองโตได้อย่างไม่คิด

CODA

เรียกว่าเป็นหนังที่สร้างความประทับใจให้กับผู้ชมทุกเพศทุกวัยเลยทีเดียว กับ CODA หัวใจไม่ไร้เสียง หนังที่บอกเล่าเส้นทางความฝันของเด็กคนหนึ่ง ร่วมกับการสะท้อนให้เห็นถึงความแข็งแกร่งในความรักของครอบครัว ลำดับการเล่าเรื่องจะค่อยๆ เพิ่มความรู้สึกบางอย่างให้เกิดขึ้นในจิตใจของผู้ชม แล้วก็ถือได้ว่าครบรส ได้ทั้งความอิ่มใจ เสียงหัวเราะและรอยยิ้ม ยิ่งกว่านั้นยังปลุกไฟในตัวเราได้ด้วย CODA เด็กสาวรักเสียงเพลงในครอบครัวหูหนวก           ในเรื่อง CODA จะมีเด็กสาวคนหนึ่งเป็นคนดำเนินเรื่อง เธอเติบโตมาในครอบครัวคนหูหนวก ทั้งพ่อแม่และพี่ชายต่างไม่ได้ยินอะไร ขณะที่เธอเป็นคนเดียวที่ สื่อสาร ได้เลยดูคล้ายว่าทุกคนต้องพึ่งพาเธอตลอดเวลา เพราะรายได้หลักของบ้านคือการหาปลาที่ต้องคุยกับคนอื่นเป็นประจำ ประเด็นก็คือตัวเธอเองมีความฝันว่าอยากจะร้องเพลง แต่ความฝันนั้นอาจทำให้ครอบครัวต้องลำบาก ทุกอย่างไม่เป็นใจให้เธอเลือกชีวิตได้อย่างที่ตัวเองต้องการ เว็บรีวิวหนัง เสน่ห์ของCODAคือความรักภายในครอบครัว           หนังเรื่องนี้จะไม่ต่างจากหนังล่าฝันอื่นๆ เลย ถ้าCODAไม่ชูจุดเด่นเรื่องความรักอันแน่นแฟ้นของคนในครอบครัว ถึงจะทะเลาะกันอย่างไร พูดจากันรุนแรงแค่ไหน แต่ลึกๆ แล้วทุกคนรักใคร่และหวังดีต่อกันอย่างมาก พ่อแม่ยอมเปลี่ยนตัวเองเพื่อให้ลูกได้มีโอกาสทำตามฝัน พี่ชายพร้อมยืดอกรับผิดชอบทุกอย่างแทนน้อง ขณะเดียวกันตัวเอกก็สนับสนุนครอบครัวกลับ ทุกคนจึงบรรลุเป้าหมายของตัวเองได้อย่างสมบูรณ์ในท้ายที่สุด ภาษามือเป็นอีกอย่างหนึ่งที่น่าติดตามในCODA           นอกจากรายละเอียดทั้งหมดที่อยากให้ผู้ชมไปติดตามต่อในหนังเรื่องCODAกันเอง ก็มีอย่างหนึ่งที่เชื่อว่าจะสะดุดใจหลายๆ คนเช่นกัน ก็คือวิธีการสื่อสารด้วยภาษามือตลอดทั้งเรื่อง บางครั้งพอเราไม่ได้ยินเสียง เราก็เห็นบางอย่างชัดเจนขึ้น เห็นความรู้สึกที่แท้จริงของคนอื่น เห็นความรักแท้ที่ไม่ถูกกลบเกลื่อนด้วยคำพูด และยังเตือนให้เราได้รู้ด้วยว่า เราควรจะต้องตั้งใจฟังคนอื่นมากขึ้นแค่ไหน Latest Posts

พระเอกสุดหล่อซงจุ๊กกิ กับผลงานหนังและซีรีย์เกาหลี สาว ๆ ไม่ควรพลาด

พระเอกสุดหล่อซงจุ๊กกิ

   ซงจุ๊กกิ ชื่อนี้แทบจะทำให้สาว ๆ คนไทย ใจต้องละลายอ่อนไหวอย่างแน่นอน เพราะเขาคือพระเอกสุดหล่ออันดับต้น ๆ ของเกาหลี  ซีรีย์ หรือหนังเรื่องไหนก็ตามที่มีชื่อของพระเอกคนนี้ บอกได้เลยว่ายอดคนดู และรายได้ถล่มทลาย แต่เรื่องที่โด่งดังสร้างชื่อเสียง ให้สาว ๆ คนไทยรู้จัก พระเอกสุดหล่อซงจุ๊กกิ คนนี้ มากจากซีรีย์ “ ชีวิตนี้เพื่อชาติ รักนี้เพื่อเธอ ” Descendants of the Sun นั้นเอง ในวันนี้เราได้ทำการรวบรวมทั้งหนัง และซีรีย์ของพระเอกซงจุ๊กกิ  ที่อยากให้เหล่าแฟนคลับ คุณสาว ๆ ทั้งหลายได้ลองไปดู แต่ละเรื่องนี้ จะทำให้หัวใจพองโต ฟินน้ำลายไหล แนะนำผ้าเช็คหน้าเอาไว้ เว็บรีวิวหนัง 3 ผลงานหนัง และซีรีย์เกาหลีของ พระเอกสุดหล่อซงจุ๊กกิ ที่จะทำให้ฟินจนจิกหมอน Latest Posts

ใครบ้างที่ควรหลีกเลี่ยงการรับชม หนังระทึกขวัญ ไว้ก่อน

หนังระทึกขวัญ

แม้ว่า หนังระทึกขวัญ จะมีข้อดีหลายอย่าง ตั้งแต่การกระตุ้นจินตนาการของผู้รับชม ช่วยผ่อนคลายความเครียดให้ได้หลังจากรับชมจบเรื่องแล้ว กระทั่งทำให้เกิดบทสนทนาแปลกใหม่ในกลุ่มเพื่อนที่ชื่นชอบหนังแนวเดียกวัน แต่ก็ใช่ว่าทุกคนจะรับชมหนังสไตล์นี้ได้ เว็บรีวีวหนัง ยังมีคนบางกลุ่มที่ควรจะหลีกเลี่ยงเลย เพื่อไม่ให้เกิดผลเสียกับตัวเองทั้งแบบฉันพลันและระยะยาว แต่จะมีใครบ้างนั้น เดี๋ยวเราไปดูพร้อมกันเลย คนที่วิตกจริตมากกว่าปกติไม่ควรดู หนังระทึกขวัญ จะบอกว่าความวิตกจริตนี้ไม่จำเป็นต้องเจ็บป่วยทางจิต หรือมีอาการที่รุนแรงมากนัก แค่เป็นคนคิดมากและย้ำคิดเป็นเวลานานก็ไม่ควรดูหนังระทึกขวัญแล้ว เพราะเนื้อเรื่องของหนังแนวนี้จะเล่นกับความรู้สึก และจี้ปมปัญหาที่คนส่วนใหญ่จะสัมผัสได้ง่าย คนที่วิตกกังวลมากเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว อาจรู้สึกเครียดมากขึ้น ทั้งยังมีโอกาสสูงที่จะเชื่อมโยงกับชีวิตจริงด้วย คนที่เป็นโรคซึมเศร้าควรเลือกประเภทหนังระทึกขวัญ อันที่จริงก็ขึ้นกับระดับความซึมเศร้าของแต่ละคนด้วย ยิ่งมีอาการหนักมากก็ยิ่งต้องหลีกเลี่ยงหนังระทึกขวัญ แต่ถ้าน้อยกว่านั้นก็สามารถเลือกบางประเภทของหนังมาดูได้ สิ่งที่ต้องระวังมีเพียงแค่ปมในหนัง ไม่ควรจะเป็นเรื่องที่อาจทำให้เรารู้สึกสะเทือนใจ เช่น ถ้าเราเป็นคนที่มีความสัมพันธ์ในครอบครัวไม่ดีอยู่แล้ว ก็ต้องงดหนังระทึกที่เกี่ยวกับครอบครัว เป็นต้น คนที่มีอารมณ์รุนแรงทุกชนิดต้องงดดูหนังระทึกขวัญ เรื่องนี้อาจฟังดูเหลือเชื่อไปสักหน่อยในความคิดใครหลายๆ คน แต่มันมีความเป็นไปได้ที่เนื้อหาในหนังระทึกขวัญจะเปลี่ยนไปเป็นข้อมูลที่เจ้าตัวเก็บไว้ในสมอง เมื่อวันที่เกิดมีปัญหาจนอารมณ์ร้อนและขาดสติ ก็อาจใช้วิธีการแบบในหนังที่พอทำได้มาลองใช้ อย่างที่เราได้เห็นบางคนมีพฤติกรรมรุนแรงกับคนใกล้ตัว กับสิ่งของที่อยู่ใกล้มือ หรือกระทั่งการทำร้ายตัวเองในรูปแบบต่างๆ ยิ่งกว่านั้นถ้าคนอารมณ์ร้อนเป็นเด็กก็ยิ่งอันตราย