Tale from the Crypt “And All Through the House” กับความระทึกขวัญที่ไหลลื่น

“Tale from the Crypt” กับความเป็นซีรีส์สยองขวัญในตำนาน ที่มักหยิบยกเรื่องใกล้ตัว  สิ่งแวดล้อมที่ปกติแต่ไม่ปกติ  และเหตุการณ์ที่เกี่ยวกับเทศกาลมาเกี่ยวข้อง  โดยสร้างสถานการณ์ให้ดูแปลกประหลาดและวุ่นวายภายในระยะเวลาสั้น ๆ ได้อย่างไม่ติดขัด  และใน “And All Through the House” ก็เป็นหนึ่งในตอน  ที่ใช้พล็อตแนวไล่เชือด สยองขวัญ  ระทึกขวัญ  มาใช้ได้อย่างอร่อยและกลมกล่อม “Tale from the Crypt” ซีรีย์สยองขวัญในตำนานที่ไม่ควรพลาด เนื้อหาหลักของ“Tale from theCrypt”ในตอน “And All Through the House” กล่าวถึง ในวันคริสต์มาสอีฟอันแสนสุข  หญิงวัยกลางคนได้วางแผนฆ่าสามีของตนเองเพื่อเอาเงินประกันจนสำเร็จ  โดยหาวิธีอำพรางศพให้แนบเนียนจากสายตาตำรวจมากที่สุด  ในขณะเดียวกัน  ก็ได้มีผู้ป่วยทางจิตที่หนีออกจากโรงพยาบาลจิตเวช  โดยได้แต่งตัวเลียนแบบซานตาคลอสมาสร้างความอลหม่าน วุ่นวาย  และหลอนระทึก  มายังที่พักอาศัยของเธอ  โดยที่เธอจะต้องปกป้องภัยร้ายเหล่านั้น  ให้พ้นจากลูกสาวตัวน้อย  ที่กำลังนอนหลับอยู่บนห้องตัวเองอีกด้วย  ในขณะเดียวกันศพของสามีเธอก็ยังไม่ถูกกำจัดเสียที พล็อต ที่ว่าด้วยการฆ่าสามีเพื่อเอาเงินประกัน  กับสถานการณ์ไม่ปกติ  ที่จะต้องหาวิธีซ่อนศพและอำพรางให้พ้นจากสายตามากที่สุด  อาจได้เห็นจากภาพยนตร์ทั้งเก่าและใหม่  ซึ่งมีการนำเสนอในความระทึกขวัญที่แตกต่างกัน แต่ในตอนนี้  ได้หยิบยกวันเทศกาล  ให้แปรเปลี่ยนจากวันแห่งความสุข  ให้เป็นวันแห่งความตายได้อย่างน่าติดตาม  โดยสถานการณ์รหรือปมที่ขัดแย้งที่เกิดขึ้น  ล้วนเป็นเหตุเป็นผลที่สามารถเกิดได้  ที่ไม่ใช่เพียงแค่การสร้างการไล่เชือด  หลอกหลอน ให้ตกใจและลุ้นเอาใจช่วยตัวละครเพียงเท่านั้น  ส่วนบทสรุปที่ทิ้งท้ายด้วยบางอย่าง  อาจเดาทางได้ง่ายไปหน่อย  แต่ก็ถือว่า ทำได้ปลายเปิดให้น่าขบคิด  พลางขำขันในสไตล์ตลกร้ายดีเหมือนกัน “And All Through the House” เป็นหนึ่งในตอนคลาสสิก  แห่งตำนานซีรีส์อย่าง “Tale from theCrypt”  ที่ผ่านไปกี่ปี  หากหยิบมารับชมก็รู้สึกสนุกได้เสมอ  ทั้งในแง่ของตัวละครหลักที่เล่นอย่างไหลลื่นหรือซานตาคลอส  ที่ออกแบบมาได้  ไม่แปลกประหลาดหรือเกินคนธรรมดาไป  มิหนำซ้ำยังมีการโดนเอาคืน  โดนฟาดไปหลายฉาก  ซึ่งได้อารมณ์ขันในเชิงหลอนพอประมาณ อัตราความสะเด่า เนื้อหา           4/5 ระทึกใจ 4/5 บทสรุป 4/5 หากคุณไม่อยากพลาดทุกข้อมูลเกี่ยวกับ เว็บรีวิวหนัง อย่าลืมติดตาม หนังวันสิ้นโลกฟอร์มยักษ์ จากทางฝั่งจีนอย่าง “The Wandering Earth” ได้อีกที่ filmograd.net หลายคนที่ได้ดูซีรีย์เรื่องนี้ไปแล้วนั้นคงจะมีภาพน่ากลัวๆติดตากันอยู่เป็นแน่ ดังนั้นเราจึงอยากชวนให้ทุกคนมาเล่นเกม Gclub5555 กัน โดยเกมนี้นั้นเป็นเกมที่ขึ้นชื่อเรื่องความบันเทิงเป็นอย่างมากเลย

รีวิวหนัง “No Escape” (2020) หนังสยองขวัญ ลุ้นระทึก ที่ตกม้าตาย

“ No Escape (2020) ” เป็นหนังสยอง ระทึกขวัญ  ที่เล่นกับประเด็นกาเอารตัวรอดในห้องปิดตาย  โดยผสมผสานแนวคิด  หรือกลิ่นอายของหนังในอดีตหลายเรื่องไม่ว่าจะเป็น Hostel , Saw หรือEscape Room เป็นต้น  ซึ่งต่างทำได้ดีในการวางจังหวะความน่าตื่นเต้น  การลุ้นระทึก  และความสยองเลือดสาด ที่จัดเต็ม ซึ่งใน “NoEscape (2020)” ก็จัดเต็มมาได้ค่อนข้างดี แต่ ! กลับเป็นความซ้ำซากในการดำเนินเรื่อง  โดยสามารถเดาบทสรุปได้ตั้งแต่ครึ่งชั่วโมงแรก เนื้อหาในหนังเรื่อง “ No Escape (2020) ” เนื้อหาหลัก ใน “NoEscape(2020)” กล่าวถึง “โคล” ชายหนุ่มผู้โด่งดังในสังคมโซเชียล ที่ถ่ายทำรายการ  ในคอนเซ็ปต์การล่า  และค้นหาสถานที่ระทึกขวัญต่าง ๆ ในรูปแบบ vlog เขาและเพื่อน ได้รับเชิญไปยังมอสโกประเทศรัสเซีย เพื่อไปพิสูจน์สถานที่ปิดตายอันน่ากลัว  ที่พวกเขาจะไม่มีวันลืม ไปตลอดชีวิต การดำเนินเรื่องของ“NoEscape(2020)”ในช่วงแรก  และการปูตัวละครต่าง ๆ นั้น ทำได้เชื่องช้าและน่าเบื่อ  อาจเป็นเพราะต้องการยืดเพื่อจัดเต็มในช่วงหลัง  ที่โชว์ความสยอง  ตื่นเต้น  ได้พอสมควร  แต่สำหรับคอหนังสยองขวัญที่ผ่านการรับชมหนังประเภทดังกล่าวอย่างโชกโชน  เชื่อได้ว่าอาจรู้สึกเฉย ๆ กับเรื่องนี้  เพราะบางฉากเสมือนยืมแนวคิด  และทิศทางของการดำเนินเรื่องจากภาพยนตร์สยองขวัญ  ระทึกขวัญอื่น ๆ มากเกินไป  และบางจุดอาจรู้สึกจับพิรุธ  กับพฤติกรรมบางอย่างของตัวละคร  ท่ามกลางเหตุการณ์น่ายดสยอง  ที่เหมือนจงใจไปสู่บทสรุปที่เดาได้ไม่ยาก  แม้จะพยายามแทรกแง่คิดหรือนัยยะใด ๆ ก็ตาม  แต่ก็เป็นเพียงการเล่นกับปมตัวละครที่มีพฤติกรรมเหล่านั้นอยู่แล้ว  “NoEscape(2020)” จึงเป็นทางเลือกสำหรับ สายผู้ชมที่ดูหนังทั่วไป  ที่ไม่ค่อยได้รับชมแนวระทึกขวัญหรือสยองขวัญมากเท่าไหร่  ที่อาจจะปล่อยสมองโล่ง ๆ ให้ลุ้นระทึกกับตัวหนังที่ได้นำเสนอมา  ทั้งความเสียวสันหลัง  วินาทีกับดักที่กำลังเคลื่อนตัวทำร้ายตัวละคร  หรือการบิ้วอารมณ์ที่โหวกเหวกโวยวาย  นำไปสู่บทสรุปอันน่าตกใจ  ที่อาจได้คะแนนในส่วนนั้นมากขึ้น  เพียงแต่การเลือกบทสรุปของหนังนั้น  เป็นความเซอร์ไพรส์ที่ซ้ำซาก  และขาดความสดใหม่เท่านั้นเอง อัตราความสะเด่า เนื้อหา          2.5/5 ระทึกใจ        3/5 บทสรุป     2.5/5 หากคุณไม่อยากพลาดทุกข้อมูลเกี่ยวกับ เว็บรีวิวหนัง อย่าลืมติดตาม หนังแอนตี้ฮีโร่จากค่าย Netflix อย่าง “The Old Guard” ผลงานจากผู้สร้าง G.I.JO ได้อีกที่ filmograd.net หลังจากที่ลุ้นระทึกกับหนังไปกันอย่างเต็มอิ่มแล้วนั้น เรามาผ่อนคลายสมองไปกับการเล่นเกม ufa6666 ทางเข้า กันเลยดีกว่า เกมที่ได้รับการการันตีว่าสนุกสุดเหวี่ยงไปเลย

หนังที่ฝากคำถามไว้มากมายจาก Netflix อย่าง In The Tall Grass พงหลอนมรณะ

เป็นหนังอีกเรื่องที่เมื่อดูตัวอย่างที่ทาง Netflix ปล่อยออกมา ก็สามารถกระตุกต่อมล้ำลายของคนที่ชื่นชอบหนังปริศนา ลึกลับ พิศวง ได้อย่างดีเลยทีเดียว แม้จะไม่ได้มีการโปรโหมดหนังอะไรที่มากมาย แค่เพียงคลิบตัวอย่างและรูปโปสเตอร์หนังก็ทำเอาน่ากลัวน่าขนลุก และชวนให้ไปค้นหาคำตอบเอามากๆ และวันนี้ผมจะมารีวิวหนังเรื่อง In The Tall Grass พงหลอนมรณะ ให้เพื่อนได้ฟังกันครับ In The Tall Grass (พงหลอนมรณะ) หนังจะเป็นแนวดราม่า ระทึกขวัญสยองขวัญที่มีพล็อตเรื่องน่าสนใจมากๆ In The Tall Grassพงหลอนมรณะ นั้นเป็นหนังจากค่ายสตรีมมิ่ง Netflix หนังเมื่อปี 2019 ที่ผ่านมานี่เอง โดยหนังจะเป็นแนว ดราม่า ระทึกขวัญ สยองขวัญ เป็นหนังที่มีพล็อตเรื่องน่าสนใจเอามากๆ โดยพล็อตของหนังเรื่องนี้นั้นคือ “ภายในพงหญ้านั้นมีอะไรซ่อนอยู่?” ซึ่งตรงนี้มันชวนให้เราอยากไปหาคำตอบภายในหนังแบบสุดๆ โดยหนังถือว่าเรียกความน่าสนใจขึ้นไปอีก ด้วยการสร้างจากนวนิยายสยองขวัญเรื่องสั้นขายดีของ “สตีเฟ่นคิง” โดยเรื่องย่อของหนังจะบอกเล่าถึง พี่น้องคู่หนึ่ง ที่กำลังขับรถไปตามทาง แต่ละหว่างทางที่พวกเขาจอดพัก ก็มีเสียงร้องเรียกของเด็กน้อยอันโหยหวน อยู่ในพงหญ้าที่ขึ้นสูงข้างทาง และพวกเขาก็ได้ตัดสินใจเข้าไปช่วยเหลือเด็กน้อย โดยเดินตามเสียงเรียกนั้นไป ก่อนที่พวกเขาจะได้เจอกับความลับอันน่าพิศวงที่แอบซ่อนอยู่ภายในพงหลอนมรณะแห่งนี้ ส่วนเรื่องราวจะเป็นอย่างไรต่อไป เพื่อนๆก็ต้องไปหาคำตอบกันภายในหนังกันต่อนะครับ สำหรับความรู้สึกของผมเมื่อได้ดูหนังเรื่องนี้ ค่อนข้างมีความเฉยๆ กับหนังเรื่องนี้ เพราะพล็อตเรื่องของ In The Tall Grass นั้นค่อนข้างดี และน่าสนใจเอามากๆ แต่หนังกลับเดินเรื่องได้ค่อนข้าง งง และเนือย เล็กน้อย แต่หากเพื่อนๆคนไหนที่ชอบความแปลกใหม่ เรื่องนี้น่าจะสามารถตอบโจทย์เพื่อนๆได้ไม่มากก็น้อยอย่างแน่นอน และในเรื่องของมุมมองภาพ และการตัดต่อ ถือว่าทำได้ดีอยู่มากพอสมควรเลยตามแบบฉบับของทาง Netflix หากใครที่อยากดู In The Tall Grass ก็สามารถรับชมได้ทาง Netflix เท่านั้นนะครับ หากคุณไม่อยากพลาดทุกข้อมูลเกี่ยวกับ เว็บรีวิวหนัง อย่าลืมติดตาม รีวิวซีรี่ย์เรื่องใหม่อย่าง “Sweet home” ทั้งมันส์ ทั้งสนุก ครบรสสุดๆ ได้อีกที่ filmograd.net หลังจากที่ได้รับชมหนังเรื่องนี้ไปแล้วนั้น หลายๆคนอาจจะรู้สึกค้างคากับตอนจบเป็นอย่างมาก แต่เราขอรับรองได้เลยว่าถ้าหากได้ลองใช้ สูตรบาคาร่า แล้วจะไม่มีคำว่าค้างคาอีกต่อไป

แนะนำหนังสุดระทึกขวัญจากสเปนอย่างเรื่อง “The Bar” งานนี้บอกเลยว่ามีงง

สวัสดีค่ะเพื่อนๆทุกคนวันนี้กลับมาพบกันกับการรีวิวหรือการแนะนำหนังกันอีกแล้วนะคะสำหรับหนังที่จะมาแนะนำในวันนี้ก็จะเป็นหนังแนวสยองขวัญแนวฆาตกรรมหรือหนังแนวระทึกขวัญนั่นเองค่ะแต่ที่พิเศษไปกว่านั้นวันนี้เราถือได้หยิบหนังเรื่อง The Bar เป็นหนังจากสเปนที่ได้เปิดให้ดูได้ทาง netflix เท่านั้น  จนทำให้หนังเรื่องนี้กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์กันเป็นอย่างมากว่าสรุปแล้วเหตุการณ์ฆาตกรรมเหล่านี้เกิดขึ้นได้อย่างไรและมีเงื่อนงำอย่างไรภายในบาร์นั้น หากคุณก็เป็นอีกคนหนึ่งที่ก็มีความสงสัยว่าสถานการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นได้อย่างไรในเมืองที่มีคนพลุกพล่านแบบนี้ ก็สามารถมาติดตามรับชมได้พร้อมพร้อมกันในบทความนี้เลยค่ะ “The Bar” หนังแนวสยองขวัญแนวฆาตกรรมที่กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์กันว่าสรุปแล้วเหตุการณ์ฆาตกรรมเกิดขึ้นได้อย่างไรและมีเงื่อนงำอะไรกันแน่ เปิดเรื่องมาในเช้าวันหนึ่งแห่งเมืองหลวงเมืองหนึ่งในประเทศสเปน มีผู้คนเป็นจำนวนมากที่ต่างก็เร่งรีบไปทำงานในตอนเช้าไม่ว่าจะเป็นการจราจรติดขัดหรือผู้คนที่มากมายภายในเมือง และไม่ลืมมองไปที่ร้านกาแฟ หรือ บาร์แห่งหนึ่งในเมืองที่อยู่กลางสี่แยกไฟแดงจนต้องสะดุดตา หนังดำเนินเนื้อเรื่องไปแบบว่าชวนให้ติดตาม ภาษาที่พูดกันนั้นก็ไม่ใช่ภาษาแต่ก็มีซับให้เพื่อนๆได้อ่าน เหตุการณ์ดำเนินไปต่างๆนานาไม่ว่าจะเป็นคนบ้าที่เข้ามาในบาร์หรือผู้ที่คลั่งลัทธิศาสนา รวมถึงป้าแก่ๆภายในร้าน ทุกคนต่างมีจุดมุ่งหมาย แต่แล้วเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น เมื่อมีคนคนหนึ่งที่กำลังนั่งดื่มกาแฟภายในร้านได้เกิดลุกออกไปแล้วเดินออกไปจากร้าน ทันทีที่เขาก้าวขาออกไป ก็ถูกมือสไนเปอร์ที่คอยซุ่มดูอยู่นั้นยิงปืนเข้าใส่หัวตายคาที่ เหตุการณ์ชุลมุนผู้คนแตกตื่นไปทั้งเมือง แต่ก็ต้องน่าแปลกใจอย่างยิ่งเมื่อคนในบาร์มองออกไปแล้วกลับไม่พบใครเลยบนท้องถนน แถมศพที่โดนยิงก็ยังหายไป มันแปลกตั้งแต่ที่เช้าวันนี้ผู้คนรู้เรื่องนี่เป็นพิเศษ หลังจากที่ชายคนหนึ่งเดินออกไปจากร้านเขาก็ถูกมือสไนเปอร์ซุ่มยิง อีกทั้งผู้คนที่อยู่ในเมืองอันแสนชุลมุนต่างก็หายไปไหนกันอย่างรวดเร็ว เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นได้อย่างไร และพวกเขาจะสามารถเอาชีวิตรอดและออกจากบาร์ไปขอความช่วยเหลือได้หรือไม่ติดตามชมได้ในหนังเรื่อง The Bar หากคุณไม่อยากพลาดทุกข้อมูลเกี่ยวกับเว็บรีวิวหนัง อย่าลืมติดตามหนังต่างประเทศเรื่องอื่นๆ เช่น แนะนำหนังสนุกน่าติดตามเรื่อง “The accountant” (อัจฉริยะคนบัญชีเพชฌฆาต) ได้อีกที่ filmograd.net

“Raw” (สาวคลั่งกินคน) สาวที่กินมังสวิรัติมาตั้งแต่กำเนิด แต่กลับชอบกินเนื้อคนสุดๆ

การกินมังสวิรัติ ถึงเป็นหนึ่งวิธีการกินอีกวิธีหนึ่งที่จะสามารถช่วยเหลือหลายร้อยชีวิตได้นอกจากความตาย นับถือเป็นวิธีที่ดีที่หลากหลายเมืองนิยมทำกันเป็นจำนวนมาก และหนังในวันนี้ที่นักเขียนจะนำมานำเสนอทุกคนนั้นมีชื่อเรื่องว่า Raw ซึ่งภายในเรื่องนี้นางเอกก็จะเป็นสาวที่กินมังสวิรัติมาตั้งแต่กำเนิด โดยไม่คิดที่จะสนใจแตะเนื้อสัตว์เลยสักนิดแต่พวกเขาก็ไม่ได้มีลัทธิที่แตกต่างไปจากคนอื่นแต่อย่างใด ยังคงใช้ชีวิตเหมือนเดิม เพียงแต่พวกเขาไม่กินเนื้อสัตว์ แต่แล้วเหตุการณ์ทุกสิ่งก็ต้องเป็นที่จดจำ สำหรับใครที่ชื่นชอบหนังแนวนี้  แนวสยองขวัญ ก็สามารถติดตามชมได้ในบทความการแนะนำหนัง Raw ที่นักเขียนได้เขียนให้กับเพื่อนๆชาวคอหนังได้รับชมกันในวันนี้  เรื่องราวของชีวิตสาวที่กินมังสวิรัตมาตั้งแต่เกิดอย่าง “Raw” (สาวคลั่งกินคน) จัสติน นางเอกสาวแสนสวยของเรื่องนี้เธอได้เริ่มใช้ชีวิตในมหาวิทยาลัยเป็นครั้งแรกที่ต่างเมืองในคณะสัตวแพทยศาสตร์ งานนี้ซึ่งทำให้เธอต้องจากที่บ้านมาไกลเพื่อที่จะมาเรียนที่มหาวิทยาลัยแห่งนี้ โดย อเล็กซ์พี่สาวของเธอก็ได้เรียนที่มหาวิทยาลัยแห่งนี้เช่นกัน หลังจากการเข้ามหาวิทยาลัยได้สำเร็จเธอก็ต้องพบกับกิจกรรมการรับน้อง โดยรับน้องในขณะนี้พี่ๆก็ให้รุ่นน้องกินเนื้อสัตว์แบบดิบๆ ด้วยความที่เธอเป็นมังสวิรัติและไม่เคยที่จะแตะต้องเนื้อสัตว์มาตั้งแต่เกิดจึงทำให้จัสตินได้บอกรุ่นพี่ไปว่า เธอนั้นเป็นมังสวิรัติและไม่ต้องการที่จะกินเนื้อสัตว์ ถ้าหากไม่เชื่อก็ให้รุ่นพี่ลองถามพี่สาวของเธอ เมื่อพูดไปเล่นพี่ก็ได้เดินไปทางอเล็กซ์ ด้วยความที่อเล็กซ์ ไม่อยากที่จะให้น้องตัวเองมีปัญหาก็เลยบอกให้เธอนั้นกินเข้าไป แต่หลังจากที่จัสตินได้กินเนื้อดิบเข้าไป มันทำให้เธอมีผื่นขึ้นเต็มตัวไปหมด หมอจึงบอกว่าเธอนั้นแพ้อาหาร วันต่อมาหลังจากเลิกเรียนที่มหาวิทยาลัยเธอก็แอบกินเนื้อสดภายในตู้เย็น  ตอนนี้ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นจากจัสติน จากตอนแรกที่เธอเป็นมังสวิรัติและเคร่งเรื่องการกินเนื้อสัตว์เป็นอย่างมากแต่ตอนนี้หลังจากที่เธอได้กินเนื้อในวันนั้นมันก็ทำให้เธอลักลอบที่จะกินเนื้อมากขึ้น เหตุการณ์จะเป็นอย่างไรและจัสติน จะมีวิธีแก้ไขเพื่อหยุดเรื่องราวแบบนี้หรือไม่ ติดตามชมกันในภาพยนตร์เรื่อง Raw  หากคุณไม่อยากพลาดทุกข้อมูลเกี่ยวกับเว็บรีวิวหนัง อย่าลืมติดตามหนังต่างประเทศเรื่องอื่นๆ เช่น“Jailbait” (ผู้หญิงขังโหด) หนังที่เป็นอุทาหรณ์ให้กับผู้ชายหลายคนที่คิดจะทำผิด ได้อีกที่ filmograd.net

รีวิวภาพยนตร์สยองขวัญ แฟนตาซีเรื่อง creepshow ภาพยนตร์ที่คุณไม่ควรพลาด

Creepshow  เป็นภาพยนตร์แนวระทึกขวัญ แฟนตาซี ที่ดีอีกหนึ่งเรื่อง ซึ่งภาพยนตร์เรื่องนี้มีชื่อเรื่องที่แปลเป็นไทยว่า โชว์มรณะ ซึ่งเรื่องราวเกิดขึ้นในเรื่องของปีศาจที่เข้าไปอยู่ในตัวมนุษย์อน่างที่ไม่มีใครทราบสาเหตุ ซึ่งภาพยนตร์เรื่องนี้นั้นถูกฉายมาสู่สายตาแฟนๆ ในปี 1982 และหากคุณเป็นคนที่ชื่นชอบในภาพยนตร์แนวระทึกขวัญ สยองขวัญแล้วละก็ เราจะพาคุณไปทำความรู้จักกับภาพยนตร์เรื่องcreepshowนี้กันครับ ความรู้จักกับภาพยนตร์เรื่อง creepshow กัน ซึ่งภาพยนเรื่อง creepshow ดำเนินเรื่องโดย ความผิดปกติของมนุษย์ที่เกิดขึ้นบนโลก ซึ่งความผิดพลาดดังกล่าวนั้นเริ่มขึ้นที่ มีการค้นพบความแปลกประหลาดในร่างชายคนหนึ่ง ซึ่งในตัวเขาถูกพบตัวแมลงสาบอยู่ภายในตัว ซึ่งแมลงสาบที่เข้าไปอยู่ในร่างกายของชายคนนั้น ถูกเรียกว่า ปีศาจ ซึ่งพวกมันได้เข้าไปอาศัยแบะกัดกินอวัยวะของมนุษย์ เป็นเสมือนโรคร้ายที่แพร่ระบาดบทโลก ซึ่งมีหลายองค์กรเข้ามาแก้ไขและหาคำตอบของเรื่องนี้ ว่าเพราะอะไรแมลงสาบเหล่านั้น ถึงได้เข้าไปอยู่อาศัยในร่างกายมนุษย์  และนี่ก็คือเรื่องราวแบบคล่าวๆ ของภาพยนตร์เรื่อง creepshow นี้ครับ แค่อย่างไรก็ตามเรานั้นอยากให้คุณได้ลองสัมผัสกับความสนุกจากภาพยนตร์เรื่องนี้ด้วยตัวของคุณเอง ทางเราได้มีการรีวิวเพื่อบอกเล่าในความสนุกของภาพยนตร์เพียงแค่โครงเรื่อง โดยเฉพาะแฟนๆ ที่ชอบในภาพยนตร์แนวระทึกขวัญ แฟนตาซี และเราก็ขอยอกเอาไว้อีกหนึ่งอย่างนั้นก็คือ หากคุณเป็นแฟนๆแนวระทึกขวัญ สยองขวัญ แฟนตาซีเรื่องนี้ และหากคุณไม่ติดตามหรือไม่รับชม ถือว่าคุณนั้นพลาดสิ่งดีๆ แบบนี้โดยศูนย์เปล่าครับ โดยเนื้อเรื่องของภาพยนตร์เรื่องนี้ผู้ชมจะได้รับทั้งความสนุก และได้เรียนรู้ในเนื้อเรื่องของภาพยนตร์ได้เป็รอย่างดี เพราะหากภาพยนตร์ไม่สนุกจริง เรานั้นไม่กล้านำมารีวิวอย่างแน่นอน เพราะเรานั้นห่วงใยคุณ และเราแคร์ในเรื่องของความสนุกเพื่อเป็นประโยชน์ของผู้ที่ชื่นชอบในภาพยนตร์แนวระทึกขวัญ สยองขวัญ และท้ายที่สุดนี้เราก็ขอฝากความสนุกของภาพเรื่อง creepshow เอาไว้ในอ้อมกอดคุณด้วย หากคุณไม่อยากพลาดทุกข้อมูลเกี่ยวกับเว็บรีวิวหนัง อย่าลืมติดตามหนังต่างประเทศเรื่องอื่นๆ เช่นรีวิวหนังแอคชั่น “The Outpost” ชัยภูมิมรณะ เพราะสงครามไม่ใช่เรื่องที่สมควรมี! ได้อีกที่ filmograd.net

แวร์ ภาพยนตร์ มนุษย์หมาป่า ที่ยังเข้าถึงคนในยุคเทคโนโลยี

แม้ว่าเรื่องราวของ มนุษย์หมาป่า อาจจะลดความน่ากลัวลงไปในยุคที่เทคโนโลยีเข้ามามีส่วนกับทุกชีวิตบนโลกใบนี้ แต่ทว่าผลงานของผู้กำกับวิลเลี่ยม เบนท์ เบล ได้พยายามถ่ายทอดเรื่องราวของปีศาจที่เคยน่ากลัวออกมาอีกรูปแบบหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นการที่พยายามอธิบายผ่านทางการแพทย์และการใช้จัมป์สแกร์ที่ทำให้ผู้ชมได้ตกใจตลอดเรื่องจนเป็นภาพยนตร์สยองขวัญที่ควรได้รับคำชื่นชมมากกว่าที่ควรจะเป็น ภาพยนตร์สยองขวัญเรื่อง มนุษย์หมาป่า ที่ยังดูได้อย่างสนุกในยุคนี้ เรื่องราวของแวร์นั้นก็เริ่มจากทนายสาวอย่างเคท มอร์ต้องไปว่าความให้กับผู้ต้องสงสัยคดีฆาตกรรมที่ชื่อว่าทาลัน กวีเนคว่าเขาอาจมีส่วนในการทำร้ายร่างกายครอบครัวพอตเตอร์ทั้งสามคน แต่ทว่าแม่ของทาลันกลับชี้แจงว่าเขาคงไม่มีทางไปทำร้ายคนอื่นได้จากการเป็นโรคทางพันธุกรรมของครอบครัวจนทำให้ทาลันมีร่างกายที่อ่อนแอ แม้ว่าสุดท้ายความจริงจะเปิดเผยว่าทาลันสามารถกลายเป็นมนุษย์หมาป่าที่มีพลังเหนือมนุษย์จริงๆ ก็ตาม หลังจากที่ภาพยนตร์เรื่องมนุษย์หมาป่าได้ออกฉายนั้น กระแสตอบรับของพวกเขาก็ถือว่าเป็นที่น่าพอใจสำหรับแฟนๆ ของภาพยนตร์สยองขวัญ ไม่ว่าจะเป็นการพยายามอธิบายที่มาของทาลันผ่านวิทยาศาสตร์และโรคพอร์ไฟเรียที่มีอยู่จริงๆ อีกด้วย แม้ว่าช่วงท้ายของเรื่องจะเปลี่ยนทิศทางไปเป็นภาพยนตร์แนวสืบสวนสอบสวนตามตัวละครหลักของเรื่องที่เป็นตำรวจและทนายนั่นเอง แต่ก็ถือว่าเพียงพอต่อแวร์ให้เป็นภาพยนตร์ที่ควรชมในช่วงฮัลโลวีนนั่นเอง นอกจากเนื้อเรื่องมนุษย์หมาป่าที่เล่าอย่างค่อยเป็นค่อยไปแล้ว ทางเทคนิคการใช้จัมป์สแกร์ที่ทำให้คนดูตกใจนั้นก็ยังใช้ได้ดีกับภาพยนตร์ที่ไม่ได้มีตัวประหลาดหรือปีศาจในเรื่อง โดยพวกเขาใช้จังหวะที่เหมาะสมในแต่ละครั้งจนผู้ชมไม่มีโอกาสตั้งตัว ซึ่งคงเป็นเรื่องที่ผู้กำกับภาพยนตร์สยองขวัญอย่างวิลเลี่ยม เบนท์ เบลคิดไว้แล้วอีกด้วย หากคุณไม่อยากพลาดทุกข้อมูลเกี่ยวกับเว็บรีวิวหนัง อย่าลืมติดตามหนังต่างประเทศเรื่องอื่นๆ เช่น เมื่อ “บัสเตอร์ คีตัน” ได้รับบาดเจ็บในหนังเรื่องเชอร์ล็อคจูเนียร์ ได้อีกที่ filmograd.net ขอขอบคุณการสนับสนุนจาก ufa9999 สำหรับข่าวสารในวงการภาพยนตร์ หรือซีรี่ย์ต่างๆ ทั้งเก่าและใหม่ ที่นำมาแบ่งปันกันในวันนี้

รีวิวภาพยนตร์ Abattoir สุดลี้ลับ ฉากสยอง ที่ครองใจแฟนๆหลายคน

สวัสดีครับมีใครชอบดูภาพยนตร์แนวลี้ลับ หรือสยองขวัญบ้างไหมครับ และบทความนี้เรามีภาพยนตร์แนวลี้ลับสยองขวัญมาฝากครับ โดยภาพยนตร์เรื่องนี้มีชื่อว่า Abattoir เป็นภาพยนตร์ที่ครองใจแฟนหลายคนและสร้างรายได้อันมหาศาล เราลองไปทำความรู้จักกับภาพยนตร์เรื่องAbattoirนี้กันเลย รีวิวภาพยนตร์ลี้ลับ-สยองขวัญในเรื่อง “Abattoir” ภาพยนตร์เรื่องAbattoirนี้เป็นภาพยนตร์แนวลี้ลับสยองขวัญ โดยดำเนินเรื่องโดยหญิงสาวคนหนึ่ง โดยเธอเป็นนักข่าวที่ทำข่าวเกี่ยวกับฆาตกรคนหนึ่ง จนเกิดเหตุการที่แม้แต่เธอก็ไม่คาดคิดมาก่อน เพราะเธอได้เข้าไปพัวพันกับเรื่องพวกนี้ไปแล้ว โดยฆาตกรจะกำจัดผู้คนที่เข้ามายุ่งเรื่องคดีของเขา จนอยู่มาวันหนึ่งพี่สาวและหลานของเธอเองได้ถูกฆ่าตายภายในบ้านของเธอเองโดยที่ไม่มีใครรู้ตัว เธอกลัวที่จะถูกฆ่าเธอจึงขายบ้านหลังนั้นไป แต่เมื่อเธอนั้นได้เดินเข้าไปภายในจุดที่พี่สาวและหลานของเธอตายนั้น ห้องนั้นก็เกิดความลี้ลับโดยจุดเกิดเหตุที่ผู้ตายนั้นได้ถูกยกออกไป และเธอก็ได้ยินข่าวนี้มาเหมือนกันว่าฆาตกรคนนี้เมื่อฆ่าไปแล้วจะอำพรางโดยยกห้องไป หรือซ่อมแซมห้องนั้นทำให้ดูเสมือนว่าไม่มีใครเข้ามา แต่ภาพยนตร์เรื่องAbattoirก็มีความลี้ลับอยู่อีกมาก เราไปหาคำตอบกันในภาพยนตร์เรื่องAbattoirเราไปหาคำตอบที่ว่า ฆาตกรคนนี้เขาต้องการอะไรกันแน่ และเขาทำลงไปเพื่ออะไร และวิธีที่เขาอำพรางตัวเองโดยการยกห้องออกจากบ้านเขาทำได้อย่างไร และเธอจะเจอจุดจบแบบพี่สาวและหลานของเธอหรือไม่ โปรดติดตามภาพยนต์เรื่องAbattoir สำหรับภาพยนตร์Abattoirนี้คุณจะได้รับทั้งความบันเทิงและความตื่นเต้นไปพร้อมๆกันโดยเนื้อเรื่องทำออกมาได้ดี ทำให้เรานั้นลุ้นอยู่ตลอดเวลาว่าจะเกิดอะไร และต่างก็สงสัยเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่คนร้ายอำพรางโดยการยกห้องออกจากบ้าน เพราะถ้าเป็นหลักความเป็นจริงแล้วมันแทบจะทำไม่ได้เลยที่จะยกเอาห้องทั้งห้องออกจากบ้านโดยที่คนในบ้านไม่มีใครรู้สึกตัว หากคุณไม่อยากพลาดทุกข้อมูลเกี่ยวกับเว็บรีวิวหนัง อย่าลืมติดตามหนังต่างประเทศเรื่องอื่นๆ เช่น “Nine Days” หนังสุดครีเอท เมื่อเทวดาหาคนมาเกิดใหม่ด้วยการ “สัมภาษณ์” ได้อีกที่ filmograd.net