“Last night” (คืนสุดท้าย ขอปันใจให้เธอ) หากมีโอกาสให้นอกใจ คุณจะทำไหม?

ถ้าหากวันหนึ่งคุณได้ตกลงปลงใจกับใครสักคนโดยไม่สนอดีตที่ผ่านมา ไม่ว่าสถานการณ์จะเป็นยังไงคุณทั้งสองก็ยังคงรักกันดี แต่ละวันหนึ่งพวกคุณทั้งสองต้องห่างกันไป แล้วมีโอกาสที่จะนอกใจ คุณจะทำมันหรือไม่ ค้นพบคำตอบได้ที่ Last night คืนสุดท้าย ขอปันใจให้เธอ โดยหนังเรื่องนี้ก็เป็นหนังเรื่องหนึ่งที่น่าสนใจที่นักเขียนจะนำมาแนะนำและรีวิวให้กับเพื่อนๆได้รับชมกันในวันนี้ ถ้าหากใครที่ชื่นชอบหนังแนวหนังรักโรแมนติก หรือ หนังที่ต้องใช้ความคาดเดาเป็นอย่างสูงในการดำเนินเรื่องไปของตัวละคร ก็สามารถติดตามรับชมการแนะนำหนังได้จากบทความนี้เลยนะคะ ต้องขอสปอยไว้ก่อนเลยว่าใต้ความระแวงนั้นก็ยังมีความรักโรแมนติกและความเชื่อใจที่รอคอยอยู่จ้า “Last night” (คืนสุดท้าย ขอปันใจให้เธอ) หนังรักโรแมนติกที่ต้องใช้การคาดเดาเป็นอย่างสูง เปิดเรื่องมาที่ ไมเคิล หนุ่มนักออกแบบชื่อดังที่เขานั้นทำงานเป็นนักออกแบบที่มีชื่อเสียงและมืออาชีพ จึงเป็นที่หมายปองของแต่ละบริษัทที่อยากจะให้เขาได้เข้ามาเป็นนักออกแบบให้และเป็นฝ่ายขายงานให้ โจแอนนา ภรรยาสาวสุดสวยเซ็กซี่ของไมเคิล ที่เธอนั้นเป็นผู้หญิงเรียบร้อยคู่ควรกับไมเคิลเป็นอย่างมาก ในคืนหนึ่งไมเคิลได้ชวนโจแอนนาไปงานเลี้ยงที่บริษัท จึงทำให้โจแอนนานั้นได้มีโอกาสเจอกับลอล่า เพื่อนร่วมงานสาวสวยของไมเคิล และ โจแอนนาก็สังเกตว่าลอล่าได้มองสามีของเธอแบบแปลกๆ  เธอเป็นมีทีท่าออกหึงหวงอย่างเห็นได้ชัด วันต่อมาไมเคิลได้บอกโจแอนนาว่า เขาจะต้องออกไปทำงานต่างเมืองซึ่งทั้งสองก็ต้องห่างกันในขณะที่เขาจะไปเสนอขายให้กับลูกค้า จึงทำให้ทั้งคู่ห่างกัน แต่ในขณะเดียวกันโจแอนนาก็มีโอกาสได้พบกับอเล็กซ์ ชายนักเขียนแบบซึ่งเป็นแฟนเก่าของแอนนา เมื่อทั้งสองไม่ได้เจอกันมาเป็นเวลานานจึงได้นัดกันไปทานดินเนอร์มื้อเย็นคุยด้วยกันอย่างสนุกถูกคอ ชายคนรักของโจแอนนาก็ได้ไปกับสาวร่วมงานที่เธอนั้นก็หึงหวง และในขณะเดียวกันที่เธอนั้นก็มีโอกาสได้เจอกับแฟนเก่า ในเมื่อต้องถามกันขนาดนี้และสถานการณ์ต่างๆก็ต่างเป็นใจให้กับทั้งคู่ มาดูกันว่าเมื่อทั้งคู่มีโอกาสที่จะนอกใจกันแล้ว พวกเขาจะหักห้ามใจตัวเองและทำสิ่งที่ถูกต้องได้หรือไม่ ติดตามชมได้ใน Last night  หากคุณไม่อยากพลาดทุกข้อมูลเกี่ยวกับเว็บรีวิวหนัง อย่าลืมติดตามหนังต่างประเทศเรื่องอื่นๆ เช่น “The Piper” (คนเป่าขลุ่ย) เมื่อเป็นคนดีแล้วโดนหักหลังถึงเวลาเอาคืนให้สาสมใจ! ได้อีกที่ filmograd.net ขอขอบคุณการสนับสนุนข้อมูลดีๆจาก ufabet982 ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับภาพยนตร์ ซีรี่ย์ หรือแม้แต่ข่าวสารในวงการนี้ ที่เรียกได้ว่ารวบรวมมาได้อย่างครบครันมากๆ

แนะนำหนังเก่าน่าดูในเน็ตฟิกอย่าง “โรมิโอ+จูเลียต” (Romeo and Juliet)

เชื่อว่าหลาย ๆ คนคงเคยได้ยินหนังที่ชื่อเรื่องว่า โรมิโอ + จูเลียต (Romeo and Juliet) มาเป็นเวลาอย่างยาวนานเพราะนี้คือหนังรักในตำนานที่ไม่มีวันตาย เป็นหนังที่ควรค่าแก่การรับชมเป็นอย่างมาก เพราะมันสะท้อนให้เห็นภาพรวมในสังคมได้อย่างชัดเจน และที่ยิ่งน่าสนใจไปกว่านั้นคือ เขียนบทโดย วิลเลียม เชกสเปียร์ (William Shakespeare) นักกวีชื่อดังที่ได้รับฉายาว่า  (จอมกวี) ที่มีวาทศิลป์ที่งดงามและลึกซึ้ง พาทุกคนย้อนไปดูหนังเก่ากับเรื่อง”โรมิโอ+จูเลียต” (Romeo and Juliet) หนังเรื่องนี้นั้นมีเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใครตรงที่ว่า ทั้งเรื่องจะไม่มีภาษาพูดเลย จะมีแต่ถ้อยคำที่เป็นกวีโดย วิลเลียม เชกสเปียร์ เป็นคนแต่งขึ้นมา ถ้าเปรียบเทียบในแบบไทยก็คล้าย ๆ กับบทกวีของท่านสุนทรภูนั่นเอง แต่หนังเรื่องนี้จะเป็นเวอร์ชั่นแบบบทกวีภาษาอังกฤษ ผู้ชมอาจจะต้องใช้วิจารณญาณเล็กน้อยเพราะว่าเขาไม่ได้ใช้ภาษาพูดทั่วไป ขนาดซับไตเติ้ลยังแปลเป็นบทกลอนของ วิลเลียม เชกสเปียร์ เพื่ออรรถรสในการรับชม มีให้รับชมในเน็ตฟิก (Netflix) แล้วนะ นักแสดงหลัก ๆ ก็มี ลีโอนาร์โด ดิแคพรีโอ Leonardo DiCaprio รับบทเป็น Romeo Montague (โรมิโอ มอนตะคิว)ช่างเป็นบุญตามากเพราะอยู่ในช่วงที่ลิโอนาร์โดยังเป็นวัยเยาว์อยู่และคนต่อมาคือ แคลร์ แคเทอรีน เดนส์ Claire Catherine Danes แสดงเป็น  Juliet Cabulet (จูเลียต คาปุเล็ต) สาวสวยที่แสดงเป็นตัวเอกในหนังเรื่องนี้นั้นเอง ทั้งคู่แสดงได้อารมณ์มาก ๆ ไม่แปลกเลยว่าทำไมถึงเป็นมืออาชีพขนาดนี้ หนังเรื่องนี้ เป็นหนังที่ครบรสเกี่ยวกับเรื่องความรัก มีต้นต่อและมีเรื่องราว เราจะขอเล่าเรื่องย่อคร่าว ๆ ที่เกี่ยวข้องภายในหนังนะคะ 2 ตระกูลนี้นั้นไม่ถูกกันมาเนินนานแล้ว มีเรื่องทะเลาะกันโดยตลอดโดยไม่มีท่าทีที่จะยุติได้เลย วันหนึ่งโรมิโอได้แอบเข้าไปในงานเต้นรำของฝั่งทางคาปุเล็ตแบบเล่น ๆ และบังเอิญไปเจอลูกสาวของตระกุลคาปุเล็ต โดยที่ตนนั้นยังไม่ทราบว่านั้นคือลูกสาวของตระกูลคู่รักคู่แค้นของตน หากคุณไม่อยากพลาดทุกข้อมูลเกี่ยวกับเว็บรีวิวหนัง อย่าลืมติดตามหนังต่างประเทศเรื่องอื่นๆ เช่น “จอห์น ซีน่า” ที่ต้องกินเอ็มพานาดาสถึง 31 ชิ้นในฉากเดียว ได้อีกที่ filmograd.net

ชีวิตนี้ขอเลือกตามหัวใจตัวเอง “The Half Of It” รักครึ่ง ๆ กลาง ๆ หนังดีจาก Netflix

“The Half Of It” กับการเล่าถึงเรื่องราวช่วงชีวิตวัยรุ่นที่ถือได้ว่าเป็นช่วงชีวิตที่ใคร ๆ ก็รู้สึกผูกพันและไม่อยากสูญเสียมันไป เพราะเราได้ทำหลายสิ่งหลายอย่างที่เราอยากทำ ได้ทดลองสิ่งที่เราได้แต่สงสัยในวันเด็ก ได้มีครั้งแรกในเกือบทุกอย่าง ได้เริ่มต้น ซึ่งเป็นภาพจำที่แสนสุขสมใจของพวกเรา แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนหรอกนะที่จะสามารถใช้ชีวิตวัยรุ่นได้ตามหัวใจตนเองอย่างแท้จริง เพราะความจริงแล้วเราต่างก็มีข้อจำกัดและแย่ที่สุดคือเราได้ปิดกั้นหัวใจของเราเองตั้งแต่ต้น หนังเรื่องนี้เป็นการเล่าชีวิตช่วงไฮสคูลของเด็กสาวเชื้อสายเอเชียที่อาศัยอยู่กับพ่อเพียงลำพังในเมืองที่แสนเงียบสงบอย่าง “เอลลี่” ที่ต้องคอยหารายได้พิเศษจากการเขียนรายงานให้เพื่อนในชั้นเรียน จากพรสวรรค์ด้านการเขียนของเธอ ทุกอย่างก็ดำเนินไปอย่างทุกวัน ถ้าสังเกตจะรู้เลยว่าชีวิตของเอลลี่ค่อนข้างจืดชืดและไร้สีสันเป็นอย่างมาก แต่แล้ววันหนึ่ง “พอล” หนุ่มนักกีฬาประจำโรงเรียนก็มาขอร้องให้เธอเขียนจดหมายรักให้ เพราะได้ยินมาว่าเธอเขียนเก่ง แต่เธอบอกปัดในตอนแรกเพราะคิดว่ามันเป็นเรื่องส่วนตัวและเธอไม่อยากเข้าไปก้าวก่าย แต่ด้วยเหตุจำเป็นที่บ้านเธอมีค่าใช้จ่ายเยอะ นั่นทำให้เธอตอบรับงาน และยิ่งรู้ว่าคนที่พอลตั้งใจจะเขียนถึงคือ “แอสเทอร์” สาวสวยทรงเสน่ห์ ที่เธอเองกำลังสนใจ เธอก็ยิ่งยินดี แน่นอนว่าสำนวนของเอลลี่สามารถทำให้แอสเทอร์สนใจได้ไม่อยากเลย เพราะมันเต็มไปด้วยความโรแมนติก แต่ปัญหาเกิดตอนที่พอลต้องออกเดตกับเธอต่อหน้า เพราะเขาเป็นคนที่พูดไม่เก่งซึ่งขัดกับคำพูดในจดหมายอย่างสิ้นเชิงทำให้ทุกอย่างเป็นไปอย่างลำบากในช่วงแรก เขาจึงขอร้องให้เอลลี่คอยช่วย พวกเขาสองคนก็เริ่มสนิทกันมากขึ้น จนทำให้พอลเองเกิดอารมณ์หวั่นไหวไปกับเอลลี่ และการกระทำของเขาก็ทำให้รู้ว่าแท้จริงแล้วเอลลี่หลงรักแอสเทอร์มาโดยตลอดตั้งแต่แรก ยิ่งไปกว่านั้นยังทำให้เอลลี่กล้าทำตามหัวใจของตนเองในการเปิดเผยความรู้สึกที่มีต่อแอสเทอร์ และทั้งสองก็ได้พูดคุยเริ่มความสัมพันธ์ที่สวยงามกันตั้งแต่วันนั้น ส่วนตัวคิดว่าหนังเรื่องนี้เล่าด้วยโทนที่ค่อนข้างเศร้า เย็น ในตอนแรก แล้วค่อย ๆ บรรจงใส่ความอบอุ่นเข้าไปในเนื้อเรื่องผ่านมิติของตัวละครได้ค่อนข้างแนบเนียน ทำให้เราอินมากขึ้น และค่อนข้างเข้ากับโลเคชั่นในเมืองที่ค่อนข้างเงียบเหงาแม้ว่าจะมีวัยรุ่นอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากก็ตามที ดูเรื่องนี้จบความคิดที่อยากทำตามความฝันก็กระโจนเข้ามาอย่างพรั่งพรู ใครที่กำลังลังเลในการทำตามใจตนเองควรดูเรื่องนี้เป็นอย่างยิ่ง ข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับหนังเรื่อง “The Half Of It” ประเภท : ดราม่า/LGBTQ ผู้กำกับ : อลิซ วู นักแสดงนำ : เลียห์ ลูอิส,โวล์ฟกัง โนโวกรตซ์,แดเนียล ดีเมอร์ ความยาว : 1 ชั่วโมง 44 นาที กำหนดฉาย : 2563 หากคุณไม่อยากพลาดทุกข้อมูลเกี่ยวกับการรีวิวหนัง อย่าลืมติดตามหนัง Netflix เรื่องอื่นๆ เช่น รีวิว Holidate (ฮอลิเดท) หนังรักสำหรับคนเกลียดวันหยุด ที่จะทำให้คุณฟินกว่าเดิม ได้อีกที่ filmograd.net