รีวิว ONE FOR THE ROAD วันสุดท้ายก่อนบายเธอ หนังใหม่

หนังใหม่

หนังใหม่ น่าดูเรื่องนี้เป็นผลงานชิ้นโบว์แดงของค่าย GDH ที่ได้ผู้กำกับสุดติสท์มากฝีมืออย่างพี่บาส ณัฐวุฒิ มากำกับและเขียนบท ซึ่งเป็นงานที่ได้ไปฉายที่เทศกาลหนัง Sundance ซึ่งเป็นเทศกาลหนังระดับโลก ซึ่งตรงนี้ถือว่าเป็นการแจ้งเกิดครั้งใหญ่ของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยอีกครั้งหนึ่ง เว็บรีวิวหนัง กระแสแรงขนาดนี้มีหรือที่คอหนังตัวยงอย่างเราจะพลาด เลยไปดูหนังเรื่องนี้มาและคิดว่ามีหลายส่วนที่อยากพูดถึงและรีวิวให้ทุกคนได้อ่านกัน พล็อต หนังใหม่ ที่แปลกใหม่กว่าทุกครั้ง ความท้าทายที่ทำเอาคนดูอย่างเราถึงกับ “งง” เอาจริง ๆ หนังใหม่หลายเรื่องของ GDH มันจะมีความติสท์มากขึ้นเรื่อย ๆ อย่างเห็นได้ชัด ใครที่นึกไม่ออกให้ลองนึกถึงหนังเรื่องฮาวทูทิ้ง มันทำนองนั้นเลยนะ พล็อตเรื่องนี้เป็นการเล่าเริ่มที่ “อู๊ด” ชายหนุ่มที่ป่วยเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาวระยะสุดท้าย เขาอยู่ตัวคนเดียว และตัดสินใจไม่ทำคีโมต่อ แต่มีความตั้งใจที่จะนำของไปคืนให้กับบรรดาแฟนเก่าส์ของตัวเอง อู๊ดเนี่ยก็เลยติดต่อไปหา “บอส” เจ้าของบาร์เหล้าที่นิวยอร์ก คนที่หมดความเชื่อในความรัก และเป็นเจ้าพ่อคาสโนว่าที่ ONE NIGHT STAND ไปเรื่อยหลังเลิกรากับแฟนสาวที่รักมากอย่าง “พริม”  พวกเขาออกเดินทางไปจังหวัดต่าง ๆ ทั่วไทย และได้คลี่คลายปมเก่า ๆ ของความสัมพันธ์ระหว่างแฟนเก่าและพวกเขาเอง ความรู้สึกส่วนตัวหลังดูหนังใหม่สุดติสท์เรื่องนี้จบ ว่ากันตามตรงคือเราเป็นคนที่ดูหนังได้หลายแนวนะ ส่วนเรื่องนี้รู้สึกว่าพล็อตเรื่องที่เล่ามันเป็นการเล่าตามความต้องการของผู้เขียนบทอย่างเดียวเลยอะ คือพูดง่าย ๆ เขาไม่ได้สร้างหนังที่ทำให้เรารู้สึกมีแรงบันดาลใจอะไรแบบนั้น แม้จะจั่วหัวเกี่ยวกับการทำตามความต้องการสุดท้ายของชีวิตมาก็ตาม ซึ่งตรงนี้มันน่าเสียดายมาก ๆ เลยนะ การดำเนินเรื่องมันค่อนข้างน่าเบื่อเลยแหละ เนิบนาบทั้งเรื่อง ที่ชอบที่สุดก็คืองานภาพที่ทำออกมาได้สวยมาก ๆ มุมกล้องต่าง ๆ แพรวพราวไปหมด และที่หลงเลยคือคาแรกเตอร์ของบรรดาแฟนเก่า สาว ๆ มีเสน่ห์และมีเอกลักษณ์ของตัวเองมาก ทำให้ยังพอมีอะไรดึงโฟกัสให้อยู่กับหนังเรื่องนี้ได้ ส่วนฝีมือนักแสดงไม่ต้องพูดถึงเลยเพราะตีบทกระจุยทุกคน ขอปรบมือให้ในส่วนนี้ด้วยจริง ๆ แต่เนื้อเรื่องยังไม่ประทับใจเท่าไร

แล้วผู้ที่จะรับบทเป็น Reed Richards ใน Fantastic Four 

Fantastic Four

Fantastic Four ในตอนนี้ภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่ของ Marvel Cinematic Universe กำลังเริ่มต้นเฟส 4 ซึ่งเป็นการเริ่มต้นเนื้อเรื่องใหม่ในคราวนี้จะเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับพหุจักรวาลหรือ Multiverse โดยภาพยนตร์เรื่องแรก เว็บรีวิวหนัง ที่เป็นการปูทางไปสู่โลกของพหุจักรวาลก็คือ Spider-Man No Way Home ซึ่งมีตัวละครหลักก็คือสไปเดอร์แมนและมีตัวละครเสริมซึ่งเป็นอีกหนึ่งตัวละครที่จะมีบทบาทในเฟสที่ 4 ก็คือหมอแปลก หรือที่เรารู้จักกันในชื่อ Dr. Strange นั่นเองซึ่งจากภาพยนตร์เรื่อง Spider-Man No Way Home เรื่องราวทั้งหมดได้ถูกส่งต่อให้กับภาพยนตร์เรื่อง Doctor Strange Multiverse of Madness ซึ่งเป็นภาพยนตร์เรื่องที่สองของหมอแปลก ใน ภาพยนตร์เรื่องนี้ เราจะได้พบกับกลุ่ม Iluminati ซึ่งภายในกลุ่มนั้นก็จะประกอบไปด้วย Charles Xavier, Black Boltz, Captain Marvel, Captain Carter, Baron Mordo และ Reed Richards ซึ่งที่ตกเป็นประเด็นในคราวนี้ก็คงจะเป็น Reed Richards ที่แสดงโดย John Krasinski เพราะดูเหมือนว่า บทบาทที่เขาได้รับจะถูกอกถูกใจแฟนคลับเป็นอย่างมากเรียกได้ว่าเป็นบทบาทที่สมบูรณ์แบบเลยก็ว่าได้และเขาอาจจะได้เป็นตัวนำที่จะได้แสดงในภาพยนตร์เรื่องFantastic Fourที่จะเข้าโรงภาพยนตร์ในช่วงปี 2024 หรือว่า 2025 ซึ่งในตอนนี้ต้องตามหานักแสดงอีกสามคนที่จะมาแสดงในกลุ่มFantastic Four Fantastic Fourในคราวนี้อาจจะไม่ล้มเหลวเหมือนเดิม สำหรับใครที่เคยได้รับชมภาพยนตร์Fantastic Fourที่ออกฉายเมื่อปี 2015 ก็คงจะรู้ว่าภาพยนตร์เรื่องนั้นไม่ได้ประสบความสำเร็จได้มากเท่าที่ควรเรียกได้ว่าล้มเหลวเลยก็ว่าได้ซึ่งตอนนั้นFantastic Fourกลุ่มซูเปอร์ฮีโร่ตัวหลักใน Marvel ได้อยู่ในการดูแลของ 20th Century Fox  แต่ว่าในคราวนี้Fantastic Fourได้กลับสู่บ้านเป็นที่เรียบร้อยแล้วโดยทาง Marvel จะสร้างภาพยนตร์ เรื่องนี้ขึ้นมาใหม่และออกฉายในปี 2024 หรือ 2025 และการที่อยู่ในการดูแลของ Marvel สามารถการันตีได้ว่ามันจะไม่ล้มเหลวเหมือนแต่ก่อนอย่างแน่นอน และมีความเป็นไปได้ว่าFantastic Fourจะเป็นอีกหนึ่งกลุ่มซูเปอร์ฮีโร่ที่ดำเนินเรื่องราวในพหุจักรวาล และอาจจะเป็นกลุ่มที่เป็นตัวละครหลักในเฟสต่อไปก็เป็นได้ในตอนนี้ก็คงต้องมาติดตามดูว่าตัวละครอีกสามคนที่เหลือภายในกลุ่มใครจะมารับบทบาท

Dr Strange 2 รายได้หดในสัปดาห์ที่ 2 

Strange

เข้าสู่โรงภาพยนตร์แล้วสำหรับภาพยนตร์เรื่อง Doctor Strange Multiverse of Madness เรื่องราวจุดเริ่มต้นของพหุจักรวาลใน Marvels เฟส 4 ซึ่งเป็นเรื่องราวต่อ เว็บรีวิวหนัง จากภาพยนตร์เรื่อง Spider-Man No Way Home ในคราวนี้ Doctor Strange จะต้องมาแก้ไขปัญหาที่เขาได้ก่อไว้โดยได้รับความช่วยเหลือจาก Scarlet Witch ทำให้เขาได้เข้าสู่โลกของพหุจักรวาล เป็นครั้งแรก นอกจากนี้ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้กลายเป็นภาพยนตร์ที่เป็นจุดเริ่มต้นของตัวละครซูเปอร์ฮีโร่อีกหลายตัวเลยทีเดียว จุดเริ่มต้นของเรื่องราวครั้งใหม่ใน Marvel เป็นสิ่งที่แฟนคลับหลาย ๆ คนต่างให้การรอคอย แล้วได้เข้าไปดูภาพยนตร์เรื่องนี้ในโรงภาพยนตร์ตั้งแต่วันแรกที่เข้าฉายซึ่งนับตั้งแต่วันแรกจนถึงปัจจุบันก็เป็นเวลา 2 สัปดาห์แล้วสำหรับทางฟากฝั่งของสหรัฐอเมริกา แต่ดูเหมือนว่ารายได้ที่ได้รับในสัปดาห์ที่ 2 ของภาพยนตร์เรื่อง Doctor Strange Multiverse of Madness จะลดลงจากสัปดาห์แรกถึง 67% ซึ่งเหตุผลหลักๆ ก็คือการแพร่ระบาดของโรคโควิดที่ยังมีอยู่ในประเทศสารัทธ์อเมริกานั่นเองซึ่งเป็นสิ่งที่น่ากังวลตั้งแต่เมื่อช่วงปีที่ผ่านมาแล้ว ภาพยนตร์หลาย ๆ เรื่องก็มีรายได้ที่ลดลงเช่นกันในสัปดาห์ที่ 2 ที่มีการเข้าฉาย การที่มีรายได้ลดลงในคราวนี้ของภาพยนตร์เรื่อง Doctor Strange Multiverse of Madness ทำให้ภาพยนตร์เรื่องดังกล่าวกลายเป็นภาพยนตร์ลำดับที่สามที่มีรายได้ ที่ลดลงในสัปดาห์ที่สองโดยอันดับที่หนึ่งที่มีรายได้ลดลงก็คือภาพยนตร์เรื่อง Black Widow ส่วนในลำดับที่สองก็คือ Spider-Man No Way Home หนัง Dr. Strange มีผลกระทบอะไรบ้างหรือไม่จากรายได้ของหนังที่ลดลง การที่ภาพยนตร์ทำรายได้ลดลงมันก็คงจะส่งผลกระทบกับภาพยนตร์ไม่น้อย แต่ว่ามันก็อยู่ในการคาดการณ์อยู่แล้วสิ่งที่อาจจะเป็นผลกระทบก็คืออาจจะทำให้ภาพยนตร์เรื่อง Doctor Strange Multiverse of Madness ทำรายได้ไปถึง 1พันล้านเหรียญสหรัฐได้ช้ากว่ากำหนดเพียงเท่านั้นแต่ว่าการลดลงของรายได้ในสัปดาห์ที่ 2 ก็ไม่ได้เป็นสัญญาณที่จะก่อปัญหา ให้กับทาง MCU อย่างแน่นอน  ไม่ว่าอย่างไรภาพยนตร์ของทางฝั่ง MCU ทุกเรื่องก็มีคนติดตามกันเป็นจำนวนมากทั่วโลกและในตอนนี้ก็มีการทำซีรีส์ออกมาอีกและเรื่องราวในแต่ละเรื่องก็มีความเชื่อมโยงกันดังนั้นในอนาคตเราคงจะได้เห็นภาพยนตร์และซีรีส์ดี ๆ ออกมาให้เราได้ติดตามกันอย่างแน่นอนถึงแม้ว่าอาจจะมีรายได้ไม่ตามที่คาดการณ์ไว้บ้างหรืออาจจะถึงเป้าช้ากว่ากำหนดก็ตามที่

แนะนำหนัง ซามูไร สุดมันส์บน Netflix ที่ควรหาเวลาดูสักครั้งในชีวิต

ซามูไร

  เมื่อเราพูดถึงทหารที่เรียกกันว่า ซามูไร ซึ่งซามูไรเป็นนักสู้ที่มีเรื่องราวมาอย่างยาวนานในประเทศญี่ปุ่น เราจะคุ้นชิน กับภาพของชายมัดผม ที่มีอาวุธคู่กายอย่างดาบเล่มยาว พร้อมด้วยท่วงท่าการเดิน การต่อสู้ที่เป้นเอกลักษณ์ยากที่ใครจะลอกเลียนแบบได้ จนถูกนำมาสร้างเป็นหนัง เว็บรีวิวหนัง หลากหลายรูปแบบ วันนี้เราก็เลยจะมาแนะนำ หนังซามูไร สุดมันส์ ที่ควรหาเวลาว่างดูให้ได้บน แอพพลิเคชั่น Netflix รับประกันความสนุก ไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน จะมีหนังซามูไรเรื่องอะไรบ้างนั้น ตามไปดูกันได้เลย รายชื่อ หนัง ซามูไร สุดมันส์บน Netflix ที่ควรดู รับประกันความสนุก หนังซามูไร เรื่อง Seven Samurai ชื่อภาษาไทยว่า เจ็ดเทพซามูไร เข้าฉายในปี 1954 เป็นหนังยุคบุกเบิกแนวซามูไรเลยก็ว่าได้ จนถูกยกให้เป็นหนังอมตะ ผู้กำกับหนังเรื่องนี้มีชื่อว่า อากิระ คุโณซาวะ เนื้อเรื่องมีความเรียบง่าย โดยได้บอกเล่าเรื่องราวของหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ซึ่งเป้นที่พักอาศัยของพระเอก ได้มีโจรป่าเข้ามาปล้นชิงทรัพย์ และได้จับตัวชาวบ้านเป็นตัวประกัน เพื่อเรียกร้องทรัยพ์สินเพิ่มเติม พระเอกจึงได้อาสาออกไปขอความช่วยเหลือ กับซามูไร เพื่อที่จะให้ไปช่วยเหลือชาวบ้าน พร้อมขจัดโจรร้ายให้หมดสิ้น หนังซามูไร เรื่อง Yojimbo หนังซามูไรที่ออกฉายในปี 1961 ตัวหนังจะเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับพระเอก ที่ออกเดินทางไปยังเมืองแห่งหนึ่ง ภายในเมืองแห่งนี้ได้มีกลุ่มอิทธิพลสองกลุ่ม ต่อสู้ฆ่าฟันกัน เพื่อชิงความเป็นใหญ่ ส่งผลกระทบจ่อชาวบ้าน พระเอกจึงได้ทำการขจัดฆ่ากลุ่มอิทธิพล เพื่อนำความสงบสุขกลับมายังเมืองแห่งนี้ หนังซามูไร เรื่อง Zatoichi เรื่องราวเกี่ยวกับชายซามูไรที่เป็นปรมาจารย์ ที่ต้องแอบซ่อนความเก่งกาจเอาไว้ โดยเขาแอบทำงานเป็นลูกจ้างทั่วไป จนมีวันหนึ่งที่เกิดโจร เข้ามาทำร้ายชาวบ้านในเมืองที่เขาอาศัยอยู่ เขาจึงต้องตัดสินใจปกป้องคนในหมูบ้าน เหล่าโจรร้ายจะกลับตัวก็ไม่ทันแล้ว เป็นหนังที่ถูกเข้าฉายในปี 2003  ทั้งหมดนี้ คือหนังซามูไร ที่เราได้ทำการคัดสรรมาเป็นอย่างดี รับประกันได้เลยว่า สนุกตื่นเต้น กับฉากต่อสู้อย่างมาก

แนะนำ ภาพยนตร์อินเดีย ปี 2022 ที่เนื้อเรื่องดีมากในแอพพลิเคชั่น Netflix

ภาพยนตร์อินเดีย

        ตอนนี้กระแสของ ภาพยนตร์อินเดีย ในประเทศไทย และทั่วโลก กำลังมาแรงแซงภาพยนต์ฝรั่งจากHollywood ไปแล้ว คงเป็นเพราะภาพยนตร์เรื่อง Gangubai ที่ออกฉายให้คนทั่วโลกได้รับชม เว็บรีวิวหนัง กลายเป็นกระแสฟีเวอร์ คังคุไบ ด้วยกระแสของภาพยนตร์เรื่องนี้ จึงได้ปลุกให้คนต่างหันมาสนใจภาพยนตร์อินเดียกันมากขึ้น ได้ฉีกกรอบความคิดแบบเดิม ๆ ว่าภาพยนตร์อินเดียคงไม่ดี แต่เปล่าเลยยังมีภาพยนตร์อินเดียอีกหลากหลายเรื่อง ที่มีภาพที่สวยงาม มีเนื้อหาที่ซึ้งกินใจ วันนี้เราเลยจะมาแนะนำ 3 ภาพยนต์อินเดียที่มีเนื้อหาลึกซึ้งตรึงใจอย่างมาก ว่าแต่จะมีเรื่องอะไรบ้างนั้น ไปรับชมกันเลยดีกว่า 3 รายชื่อ ภาพยนตร์อินเดีย ปี 2022 ที่เนื้อเรื่องดีมากในแอพพลิเคชั่น Netflix   อันดับที่ 1 ภาพยนตร์อินเดียเรื่อง Like Stars on Earth เนื้อเรื่องของภาพยนตร์เรื่องนี้ จะเกี่ยวข้องกับเด็กคนหนึ่งที่มีความอัฉริยะเกี่ยวกับศิลปะการวาดรูป แต่ครอบครัวของเด็กไม่รู้ เพราะคิดว่าลูกของตัวเองทำไมอ่านหนังสือไม่ออก เรียนก็ซ้ำชั้น สอบวิชาอะไรก็ตกทั้งหมด ทางครอบครัวจึงได้ทำการส่งเด็กไปยังโรงเรียนประจำที่มีชื่อเสียง เพราะคิดว่าโรงเรียนประจำจะช่วยทำให้ลูกของตัวเองกลับมาเรียนเก่งได้ แต่ผลลัพธ์กลับผิดคลาด เพราะที่แห่งนี้คุณครูก็ไม่สามารถช่วยเหลือได้ จนมีคุณครูคนใหม่เข้ามา เขาได้เข้าใจมองเห็นความอัจฉริยะของเด็ก จึงได้ช่วยเหลือ และบอกความจริงให้พ่อแม่ได้รับรู้ ผลสุดท้ายเด็กคนนี้ก็สอบผ่าน และไม่ต้องเรียนซ้ำชั้นอีก อันดับที่ 2 ภาพยนตร์อินเดียเรื่อง Dangal เป็นภาพยนตร์อินเดีย ที่ได้นำเรื่องจริงของอดีตโค้ชวงการมวยปล้ำ ที่ได้สอนให้ลูกสาวของตัวเอง กลายเป็นนักกีฬามวยปล้ำที่เก่งกาจ สามารถจะต่อสู้กับผู้ชาย จนได้รับชัยชนะ มาถ่ายทอดเป็นภาพยนต์ที่ครบรส ทั้งตื่นเต้น ได้เห็นถึงความฝัน การต่อสู้ไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตา เป็นภาพยนต์อินเดียที่สร้างรายได้อย่างถล่มทลายอันดับที่ 3 ภาพยนตร์อินเดียเรื่อง 3 Idiots ก่อนที่จะรับชมภาพยนตร์เรื่องนี้ เราอยากจะให้เตรียมผ้าเช็ดน้ำตาเอาไว้ได้เลย เพราะเนื้อเรื่องเศร้า ลึกซึ้งกินใจ ได้ข้อคิดดี ๆ อย่างมาก มีต้องเสียน้ำตาอย่างแน่นอน สำหรับเนื้อเรื่องของภาพยนตร์เรื่องนี้ จะมีการเสียดสีการศึกษาของประเทศอินเดีย โดยเล่าผ่านตัวละครเพื่อนซี้ 3 คน ที่มีความฉลาด แต่ไม่ค่อยอยากเรียน จะมีตัวโกงที่ชอบขี้อวด ผลสุดท้ายเพื่อนซี้ทั้ง 3 คนนั้น กลับกลายเป็นคนดังที่มีชื่อเสียงของประเทศอินเดีย

ซีรีส์เกาหลี โรแมนติก คอมเมดี้business proposalฟินกับชายในฝัน

โรแมนติก

หนัก โรแมนติก ซีรี่ย์เกาหลีใน Netflix ดูไม่ว่าจะเป็นผู้ชายหรือผู้หญิงเนื้อเรื่องเกี่ยวกับการจับพลัดจับผลูรักกันแบบนัดบอดจากท่านประธานที่บังคับให้ คัง แท มู หลานชายนัดบอดดูตัวแต่งงาน เว็บรีวิวหนัง ซึ่งฝ่ายหญิงก็ไม่อยากมานัดบอดด้วยจึงให้เพื่อนมาแทนซึ่งเป็นนางเอกความประทับใจของพระเอกมีให้แก่ตัวนางเอกตั้งแต่เริ่มพบเห็น เพราะบุคลิกที่ดูจริงใจและดูตลกๆตรงไปตรงมาและท้ายที่สุดจึงรู้ว่าเป็นตัวปลอมมาดูตัวแทนจึงเกิดคิดแผนการเพื่อเอาใจคุณปู่ด้วยการให้นางเอกลองคบกันต่อจนกลายเป็นเรื่องราวเริ่มต้นของความรักระหว่างพระเอกและนางเอก ในภาวะตึงเครียดหันมาดูหนัง โรแมนติก คอมเมดี้แบบนี้ เชื่อเหลือเกินว่าในปัจจุบันนี้ในสภาวะเศรษฐกิจจึงเครียดรวมถึงสถานการณ์ covid สิ่งเดียวที่ช่วยในการเยียวยาเนี่ยคือการหลบเข้าไปอยู่ในโลกความบันเทิงการดูซีรีส์ซึ่งเรื่องนี้ก็สร้างรอยยิ้มให้กับใครหลายๆคนไม่ว่าจะเป็นตัวผู้เขียนเอง หรือแฟนคลับหนังเกาหลีต่างๆกก็กล่าวถึงเรื่องนี้ว่าเป็นหนังที่สร้างความฟินเพราะบุคลิกของพระเอกนั้นเป็นเพราะผู้ชายสายเปย์รวมถึงมีบุคลิกที่สมบูรณ์แบบเป็นชายในฝันของใครหลายๆคนซึ่งในขณะนี้ยังออนไลน์ ไม่จบเรื่องอยู่ในNetflixตามกันดูได้โดยออนแอร์วันสุดท้ายวันที่ 28 มีนาคม เป็นตอนจบมาร่วมลุ้นกันว่าตอนจบพระเอกและนางเอกจะลงเอยกันอย่างไรเพราะตัวพระเอกก็มีปมเกี่ยวกับเรื่องครอบครัวอยู่ไม่น้อยจะดูว่าระหว่างความรักของพวกเขาที่ต้นเรื่องนั้นเป็นไปอย่างราบรื่นจะมีอุปสรรคอะไรเอาให้เอาใจช่วยกันบ้างเพราะชีวิตคนก็เหมือนกับซีรี่ส์ไม่มีอะไรราบรื่นเสมอไปมันมีอุปสรรคกันบ้างซึ่งหนังเกาหลีมักจะทำให้เราเคลิ้มเคลิ้มในช่วงแรกด้วยความสนุกสนานครั้งแรกแล้วกระชากมาอย่างรุนแรงด้วยการสะดุดกับอุปสรรคต่างๆนานาทำให้เราซึมไปกับเรื่องราวโดยไม่รู้ตัว  ถ้าพิจารณาดูให้ดีว่าซีรีย์เกาหลีแม้ว่าเป็นบทละครที่ดูง่ายๆเบาๆการเขียนบทและการแต่งเรื่องต่างก็ให้ความสำคัญจึงทำให้คนหันมาสนใจดูซีรีส์เกาหลีเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆโดยเรื่องbusiness proposalนี้เคยเป็นการ์ตูนใน webtoon มาก่อนจึงทำให้เป็นภาพยนตร์ซีรีส์ที่พัฒนามาจากการ์ตูนที่ดูขำๆแต่ก็ให้ความสมจริงในชีวิตได้ไม่แพ้กันจะเห็นได้ว่าชีวิตของพระเอกและนางเอกต่างก็มีอาชีพทำที่เป็นหลักเป็นแหล่งซึ่งเป็นความเป็นมนุษย์ที่ทุกคนมีจึงทำให้หลายๆคนเข้าถึงได้อย่างไม่ยากอาจจะเป็นข้อดีที่แตกต่างจากละครไทยที่มักจะไม่ค่อยกล่าวถึงอาชีพของตัวเอง ดูซีรีส์แล้วกลับมาย้อนดูตัวทุกๆเรื่องล้วนมีข้อคิดซ่อนอยู่ด้วยกันทั้งนั้นแม้แต่เรื่องสบายๆอย่างเรื่องนี้ก็ทำให้เห็นว่าการเป็นตัวของตัวเองนั้นดีที่สุดไม่จำเป็นต้องเป็นแบบใครหรือเหมือนใครก็มีความสุขได้โดยยืนหยัดในความเป็นเราก็อาจจะมีใครที่ชอบในตัวเราได้เช่นกัน

บ้าระห่ำบนท้องถนนกับ Ambulance หนังเรื่องล่าสุดของไมเคิล เบย์

Ambulance

Ambulance ขึ้นชื่อว่าไมเคิลเบย์ ผู้กำกับสายบู๊ถ้าเทียบกับผู้กำกับคนไทยก็คือ ฉลอง ภักดีวิจิตรที่เป็นหนังบู๊ระเบิดภูเขาเผากระท่อมแต่ในสเกลที่ใหญ่กว่าแนะนำของฮอลลีวูดมีทั้งเรื่องราวเป็นฉากในLAที่ตื่นเต้นเร้าใจบีบคั้นอารมณ์ไปทุกช่วงขณะดูAmbulanceเต็มไปด้วยเรื่องราวฉุกเฉิน เว็บรีวิวหนัง บนท้องถนนไม่ว่าจะเป็นการผ่าตัดบนพยาบาล โดยตำรวจโดยด้วยการโทรศัพท์ไปยังคุณหมอต้องมาร่วมลุ้นว่าการผ่าตัดนาทีชีวิตจะเป็นอย่างไรตามมาในตอนสุดท้ายด้วยเรื่องดราม่าพร้อมดนตรีที่บีบคั้นหัวใจทำให้น้ำตาคลอแทบจะไม่รู้เลยว่าเป็นฝีมือผู้กำกับระเบิดภูเขาเผากระท่อมแบบไมเคิล เบย์  เรื่อง Ambulance นี้น่าดูเพราะอะไร เริ่มต้นที่วิล อดีตทหารที่มีปัญหาชีวิตเกี่ยวกับปัญหาทางการเงินที่ต้องใช้เงินในการผ่าตัดลูกชายทำให้ต้องไปทำงานหาเงินกับแดนนี่(หรือเจค กิลแลนฮาน ผู้แสดง)ซึ่งก็ชวนวิลไปร่วมแผนการปล้นธนาคารซึ่งตัวเองก็ไม่ได้อยากร่วมงานแบบนี้แต่ด้วยความจำเป็นต้องทำให้ไปร่วมปล้นธนาคารด้วยแต่ขณะที่ปล้นก็ยังมีนายตำรวจอายุน้อยเข้ามาใช้บริการในธนาคารเพื่อจะวางแผนจีบพนักงานธนาคารพอดีเลยทำให้แผนในการปล้นธนาคารเสียไป เพราะว่ายิงเข้าส่วนสำคัญทำให้จับพลัดจับผลูทีมปล้นธนาคารต้องหนีขึ้นบนรถฉุกเฉินพยาบาลโดยมีหมอกู้ภัยอยู่บนรถนั้นด้วยและนี่ก็คือที่มาของเรื่องAmbulanceที่เป็นการไล่ล่ารถพยาบาลบนท้องถนนที่เต็มไปด้วยโจรแต่ในขณะเดียวกันก็ต้องไปทำการรักษาชีวิตของคนคนเจ็บในรถไปด้วย ด้วยเทคนิคการถ่ายทำสุดยอดแบบฮอลลีวูดทำให้ตัวหนังนั้นตื่นตาตื่นใจสนุกและตื่นเต้นโดยที่ไม่จำเป็นจะต้องใส่ใจถึงเหตุผลหรือหลักความเป็นจริงเพราะว่าบางทีก็ไร้เหตุผลดูเพื่อความบันเทิงจะดีที่สุดตามสไตล์ของผู้กำกับคนคืนนี้ก็คือเอามันเอาสะใจเต็มไปด้วยระเบิดการไล่ล่าและบทบู๊ที่มันเท่านั้นมีการขับรถไล่ล่ากันเหมือนหนังเรื่อง fast and furious แต่ก็ยังมีรถเจ้าหน้าที่ FBI เข้ามาร่วมจังหวะผสมโรงโดยที่ตัวละครนั้นเป็นขาวดำอย่างชัดเจนฝ่ายโจรก็ดูยังไงก็เป็นโจรเป็นผู้ร้ายแบบไม่มีทางที่จะเป็นคนดีได้เลย เอาตรงๆหนังเรื่องนี้ถือว่าเป็นหนังของไมเคิล เบย์ที่มีความพอดีไม่เวอร์มาก แต่ความเป็นจริงก็ยังแอบติดเวอร์อยู่เพราะว่าถ้าจะดูด้วยเหตุผลแล้วเป็นแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยแต่ถ้าถ้าถือว่าดูเอาความสนุกและความบันเทิงถือว่าเข้าไปดูเลยรับรองไม่ผิดหวังมันก็เป็นตามสไตล์ของผู้กำกับคนนี้ก็คือวินาศสันตะโรไปทั้งเรื่องแม้ว่าตอนท้ายจะมีดราม่าเล็กๆบ้างแต่ก็ทำให้ไม่ผิดหวังกับรสชาติหนังบู๊แห่งผู้กำกับขึ้นชื่อระเบิดภูเขาเผากระท่อม ไม่แพ้หนังผลงานที่ผ่านมาของผู้ขับคนนี้เลยถ้าท่านเป็นอย่างคนที่เป็นแฟนคลับของพวกเราคนนี้รับชมเรื่องAmbulanceรับรองว่าไม่ผิดหวังภายในเวลา 2 รับรองว่าไม่ผิดหวังภายในเวลา 2 ชั่วโมงที่อยู่ในโรงภาพยนตร์จะพบว่าตื่นเต้นเร้าใจหายใจไม่ทั่วท้องถนนด้วยกันได้แล้ววันนี้ไม่ต้องคิดอะไรมากซื้อบัตรเข้าไปดูได้เลย

สุดยอด หนังฟรี รางวัลสาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยมจากเวทีออสการ์

หนังฟรี

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า การเลือกรับชม หนังฟรี สัก 1 เรื่องของผู้คนแต่ละคนนั้น ก็ล้วนแล้วแต่มีความแตกต่างกัน บางคนชอบหนังแอ็คชั่น บางคนชื่นชอบหนังรักโรแมนติก เว็บรีวิวหนัง บางคนก็ชอบหนังแนวตลกคลายเครียดเบาสมอง ไม่ต้องคิดอะไรมาก แต่ก็มีบางคนก็ชื่นชอบหนังที่ได้รางวัล เป็นคนที่ชอบดูหนังอย่างจริงจัง และวันนี้เราจึงจะมานำเสนอเกี่ยวกับหนังที่ได้รางวัลสาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยมในเวทีออสการ์ ซึ่งถือได้ว่าเป็นเวทีสูงสุดที่การันตีได้ว่า หนังแต่ละเรื่องนั้นคุณภาพสุดยอดเพียงใด จะมีเรื่องอะไรบ้างนั้นก็มาดูกันเลย แนะนำ หนังฟรี ดีที่เคยได้รางวัลสาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยมจากเวทีออสการ์ The Shape Of Water สำหรับหนังเรื่องนี้ก็ถูกฉายในปี 2018 และเป็นหนังที่ได้รับรางวัลออสการ์สาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยม และรวมไปถึงยังได้รับรางวัลอื่นๆรวมแล้ว 4 รางวัลเลยทีเดียว เป็นอีกหนังแนวแฟนตาซี ที่เรียกได้ว่าทำออกมาได้อย่างน่าสนใจ มีความน่าติดตาม และเนื้อเรื่องที่เรียกว่ามีความแปลกใหม่ รวมไปถึงการนำเสนอที่ออกมาได้ไม่เหมือนใคร  12 Years A Slave หนังที่ถูกฉายในปี 2014 เรื่องราวเกี่ยวกับคนผิวสี ซึ่งสร้างมาจากเรื่องจริงในช่วงยุค 1840 ที่เป็นยุคสมัยของการค้าทาส และยังคงมีการใช้ทาสอยู่ ซึ่งเป็นอีกเรื่องราวที่น่าหดหู่ และสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนมากมาย ด้วยการนำเสนอความเป็นอยู่ของชีวิตพวกคนผิวสี ในยุคสมัยนั้น ที่ต้องลำบากแบบสุดๆกับการใช้ชีวิตที่อยู่แบบการเป็นทาส  Argo ถูกถ่ายเมื่อปี 2013 สำหรับหนังเรื่องนี้ก็เป็นอีกหนังจากเรื่องจริง ที่เกี่ยวกับการช่วยเหลือบรรดาเจ้าหน้าที่ ที่ต้องหลบหนีจากการปฏิวัติของเตหะราน ซึ่งก็ต้องบอกว่าเรื่องราวนั้นเป็นเรื่องราวที่น่าติดตามเป็นอย่างมากรวม เรื่องราวความเป็นจริง ที่เกี่ยวข้องกับประเทศสหรัฐอเมริกา ในการช่วยเหลือเจ้าหน้าที่สถานทูต ซึ่งบอกเลยว่า ถ้าหากคุณชื่นชอบหนังแนวระทึกขวัญ หนังเรื่องนี้ก็ไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน และแถมยังได้รับรางวัลระดับภาพยนตร์ยอดเยี่ยมอีกด้วย

หนังเกี่ยวกับ ซอมบี้ ที่ดีที่สุด 3 อันดับ

หนังเกี่ยวกับ ซอมบี้

ถ้าหากจะพูดถึงหนังในแนวทางที่ได้รับความนิยมในระดับต้นๆของโลกก็ต้องยกให้ หนังเกี่ยวกับ ซอมบี้ ที่ไม่ว่าจะสร้างมากี่ครั้งต่อกี่ครั้ง เว็บรีวิวหนัง ก็มักจะได้รับความสนใจและความนิยมและเรียกได้ว่าแทบจะทุกปีก็จะมีหนังแนวนี้ออกมานำเสนอให้บรรดาแฟนๆ ได้รับชมกันไม่ขาดสาย และวันนี้เราจะมาพูดถึงหนังแนวซอมบี้ ที่ดีที่สุด 3 อันดับ จะมีเรื่องอะไรบ้างนั้นก็มาดูกันเลย  3 อันดับ หนังเกี่ยวกับ ซอมบี้ ที่ดีที่สุด  อันดับที่ 3 Train to Busan หนังเกี่ยวกับ ซอมบี้ จากประเทศเกาหลีใต้เรื่องนี้ ถูกสร้างและออกฉายในปี 2016 ถือได้ว่าเป็นหนังคุณภาพจากประเทศเกาหลีใต้ ที่ตีตลาดทั่วโลกได้อย่างยอดเยี่ยม โดยเฉพาะกับคอหนังในบ้านเรา ที่ชื่นชอบหนังเรื่องนี้เป็นอย่างมาก แถมยังสามารถเข้าไปชิงรางวัลในระดับสากลได้อีกด้วย การนำเสนอที่เรียกว่าทำได้อย่างน่าสนใจ และมีเรื่องราวน่าติดตาม ทำให้หนังเรื่องนี้ติดในอันดับที่ 3 หนังเกี่ยวกับ ซอมบี้ ที่ดีที่สุด อันดับที่ 2 REC หนังจากประเทศสเปนเรื่องนี้ นำเสนอออกมาได้อย่างน่าสนใจ มันถูกฉายเมื่อปี 2007 และความฮือฮาเป็นอย่างมาก เป็นหนังที่มีความสมจริง นำเสนอในสไตล์ฟุตเทจ ซึ่งจะทำให้เราสัมผัสได้ถึงความสมจริงสมจัง เหมือนได้เป็นผู้รับชมเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง จากการนำเสนอในลักษณะที่เป็นรูปแบบของการถ่ายทอดสดจากผู้คนจริงๆ ซึ่งมันจึงเป็นอีกหนึ่งหนังเกี่ยวกับซอมบี้ ที่สร้างออกมาได้มีความแตกต่าง และน่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง อันดับที่ 1 28 weeks later หนังแนวซอมบี้ที่เรียกได้ว่าถูกฉายในปี 2007 ซึ่งในช่วงเวลาดังกล่าวนั้นก็ต้องยกให้กับหนังเกี่ยวกับซอมบี้ ที่ได้รับความนิยมมากๆ แต่ละค่ายหนังก็ได้นำเสนอหนังเกี่ยวกับซอมบี้ออกมาเป็นจำนวนมาก และเรื่องนี้ก็ถือได้ว่าเป็นอีกเรื่องที่นำเสนอได้อย่างสมจริงสมจัง ไฮโลออนไลน์ และมีความน่าติดตาม ความน่ากลัว เรียกได้ว่านั่งไม่ติดเก้าอี้กันเลยทีเดียว สำหรับความโหดและความสยองของซอมบี้จากเรื่องนี้

คนติด การดูหนังดูละคร เป็นคนที่ไม่มีสาระจริงหรือไม่

การดูหนังดูละคร

มีคนที่ชอบใน การดูหนังดูละคร โดยเฉพาะสาวออฟฟิศหรือหนุ่มๆ ที่ชอบมาจากเรื่องคุยกันเลยตอนเช้า บางครั้งเขาจะมีการมาพูดคุยกันถึงเรื่องหนังใหม่ที่พึ่งเข้าฉาย หลายคนก็จะมีการบอกถึงเรื่องราวของหนังว่าน่าจะเป็นแบบนั้นแบบนี้ไม่ได้เป็นการมาสปอยหนังแต่เป็นการวิเคราะห์ว่าหนังนั้น เว็บรีวิวหนัง ทำออกมาได้ดีมากน้อยขนาดไหนในยุคที่ทุกอย่างนั้นเป็นโรคดิจิตอลและเราสามารถทำทุกสิ่งทุกอย่างได้เสมอจริงกับทั้งหมด เราสังเกตดูให้ดียุคนี้สมัยนี้เรื่องราวของหนังแต่ละเรื่องนั้นจะมีเรื่องราวที่สอดแทรกไปด้วยตลกดราม่าอยู่ในเรื่องเดียวกัน แถมเรื่องราวของตลกไม่ได้เอาตลกมืออาชีพมาเล่นอีกต่อไปแต่ใช้ตัวเอกพระเอกนางเอกเป็นการแสดงถึงความน่ารักความทะเล้นถึง ทำให้เราดูแล้วรู้สึกว่าความสนุกของหนังนั้นเพิ่มขึ้นมากหลายเท่าเป็นอย่างมาก แล้วรู้หรือไม่ว่ากลุ่มคนที่เขาชอบดูหนังนั้นเขามีความคิดแตกต่างจากคนทั่วไปอย่างไร กล้าพูดได้เลยว่าคนที่ชอบดูหนังดูละครเป็นคนที่มีสาระมากกว่าคนที่ไม่ชอบดูหนังกันเสียอีก คนชอบ การดูหนังดูละคร นำหนังมาวิเคราะห์แล้วคิดว่าชีวิตจะเป็นต่ออย่างไรกันบ้าง คนที่ชอบดูหนังดูละครจะนำเอาเนื้อเรื่องของหนังหรือบทบาทในการแสดงแต่ละครั้งนำมาวิเคราะห์คิดให้แตกต่างกัน คนที่ชอบดูหนังเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงดูเพื่อความสะดวกสบายเพียงอย่างเดียว แต่จะนำเอาเรื่องราวทั้งหมดนั้นมาคิดวิเคราะห์และแยกแยะออกเป็นบางส่วนให้เกิดประโยชน์กับตัวของเราเอง บางคนที่มีความคิดอยากจะใช้เรื่องราวที่แปลกแตกต่างไปจากคนอื่นบ่ได้นำเอาความรู้จากการดูหนังเหล่านี้มาสร้างประโยชน์ให้กับตัวเองด้วยเช่นเดียวกัน แตกต่างจากคนที่ไม่ชอบดูหนังคนที่ชอบการท่องเที่ยวชอบธรรมชาติ คนเหล่านี้มักจะมีการปลีกวิเวกตัวเองการจะเกิดความคิดใหม่ๆ ขึ้นมานั้นให้ทันยุคทันโลกอาจจะเป็นคนละมุมมองกับคนเหล่านี้ คนที่ชอบธรรมชาติก็มักจะมีการลดระดับความอยากของตัวเองในแต่ละเรื่องแต่ละอย่างลงเรื่อยๆ ถ้าทำงานหรืออยู่ในกลุ่มคนที่ไม่เร่งรีบก็เหมาะสมดีแต่ถ้าเกิดว่าอยู่ในกลุ่มคนที่ต้องการพัฒนานำยุคทันสมัยอย่างต่อเนื่องการขยันเข้าไปดูหนังยุคใหม่น่าจะเป็นเรื่องที่พัฒนาตนเองได้ดีกว่า เลือกการดูหนังในแต่ละเรื่องแล้วจับประเด็นให้เจอเชื่อได้ว่า หนังบางช่วงบางตอน บางคำพูด บางฉาก ก็อาจจะทำให้ทะเลาะถึงตัวเราแล้วมีการเปลี่ยนแปลงในตัวเราได้ด้วยเช่นเดียวกัน