รีวิว “A Christmas Prince The Royal Baby”(เจ้าชายคริสต์มาส 3 รัชทายาทน้อย)

ต้องเรียกได้ว่าหนังตระกูลของ A Christmas Prince จากทาง Netflixนั้นได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง ซึ่งหลังจากที่แอดได้พาทุกคนไปดูเรื่องราวความรักของพระ-นางคู่นี้ในวันแต่งงานแล้วนั้น วันนี้แอดจะพาทุกคนมาดูเรื่องราวชีวิตของนางเอกของเราต่อจากนั้นอีกใน A Christmas Prince: The Royal Baby” (เจ้าชายคริสต์มาส รัชทายาทน้อย)

Christmas Prince The Royal Baby

ชื่อเรื่อง : “A Christmas Prince: The RoyalBaby” (เจ้าชายคริสต์มาส รัชทายาทน้อย)

แนว : โรแมนติก คอมเมดี้

นักแสดง : Rose McIver, Ben Lamb, Alice Krige, Honor Kneafsey, Sarah Douglas

บทภาพยนตร์ : Nate Atkins

ผู้กำกับ : John Schultz

ค่าย : Netflix

วันฉาย : 05 ธันวาคม 2019

เวลา : 01 ชั่วโมง 25 นาที

IMDb : 5.3

ราชินีที่รักของประชาชน

เรื่องย่อ

เรื่องราวภาคต่อจากภาคที่สอง หลังจากที่ “แอมเบอร์” (รับบทโดย Rose McIver) สามารถปรับตัวใช้ชีวิตอยู่ในวังได้อย่างสงบสุขแล้วนั้น เรื่องราวเหมือนจะจบลงด้วยดี เพราะแอมเบอร์กำลังตั้งครรภ์ ครอบครัวของเธอกำลังจะเป็นครอบครัวที่สมบูรณ์แล้วโดยแท้ แต่ในวันหนึ่งเธอถูกเรียกตัวไปเพื่อเซ็นสัญญาสงบศึกที่ต่ออายุทุกๆ 100 ปีระหว่างประเทศเอนโดเวียและประเทศเพนเกรียที่ยึดถือทำมากันมากว่าหลายร้อยปีนั่นเอง ซึ่งเรื่องราวมันกลับวุ่นวายกว่าที่คิดเพราะหนังสือพันธสัญญาที่ต้องลงนามร่วมกันนั้นกลับหายไป แอมเบอร์จึงต้องพยายามทุกวิถีทางเพื่อตามหาพันธสัญญานั้นนำกลับมาเซ็นยุติสงครามให้ได้ ไม่เช่นนั้นลูกของเธอที่กำลังจะเกิดมาอาจจะโดนคำสาปก็เป็นได้

Christmas Prince The Royal Baby

รีวิว A Christmas Prince The Royal Baby (เจ้าชายคริสต์มาส รัชทายาทน้อย)

เรื่องราวในภาคนี้ออกจะแฟนตาซีนิดๆ แต่ก็ยังคงคอนเซ็ปเดิมไว้ได้เป็นอย่างดี ไม่มีหลุดกรอบไปไหนไกลเลย เนื้อเรื่องก็ดูลึกลับ ชวนค้นหาให้เราคิดว่าใครกันที่เป็นคนขโมยพันธสัญญาไปซ่อน ซึ่งในหนังนั้นไม่ได้บอกเอาไว้ว่านางเอกของเราสามารถแก้ปมนี้ได้อย่างไร แต่ก็ยังแอบเฉลยเอาไว้ว่าคนที่ขโมยไปนั้น เขาทำไปเพื่ออะไรเท่านั้นเอง เรื่องราวมันอาจจะไม่ได้หวือหวาอะไรมากมาย แต่แอดว่าในบรรดา 3 ภาคนี้ แอดชอบภาคนี้ที่สุดนะ เพราะในเนื้อเรื่องทุกคนก็ล้วนน่าสงสัยทุกคน

Christmas Prince The Royal Baby

อีกทั้งตัวโกงจากภาคแรกก็กลับมาเป็นคนดี แบบว่าดีจริงๆซะอย่างนั้น อีกทั้งด้วยการกระทำของเขา ที่ไม่ว่าเขาจะทำอะไร มันก็ทำให้เราอดสงสัยเขาไม่ได้ เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า หากคุณเคยทำผิดมาก่อนแล้วสามารถปรับตัวเป็นคนดีได้แล้วนั้น อย่างไรทุกคนก็อดสงสัยคุณก่อนเป็นอันดับแรกไม่ได้เลยจริงๆ อย่างที่เขาว่าคนมันมีความผิดติดตัวอยู่อ่ะนะ แต่ถ้าหากคุณยึดถือในความดีที่คุณกำลังทำอยู่ตลอดนั้น อย่างไรแล้วความจริงก็คือความจริง ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปได้หรอก สักวันยังไงความจริงก็ต้องเปิดเผย ขอเพียงคุณไม่ยอมแพ้ต่ออุปสรรคที่เข้ามาก็พอ

ตัวอย่าง

หากคุณไม่อยากพลาดทุกข้อมูลเกี่ยวกับการรีวิวหนัง อย่าลืมติดตามหนัง Netflix เรื่องอื่นๆ ได้อีกที่ filmograd.net