รีวิวหนัง Sierra Burgess is a Loser (เซียร์รา เบอร์เจสส์ แกล้งป๊อปไว้หารัก)

ในสังคมสมัยนี้อย่างที่เรารู้กันว่า คนที่มีรูปร่างหน้าตาดี ไม่ว่าจะทำอะไรก็แล้วแต่ ล้วนมีชัยไปแล้วกว่าครึ่งเลยทีเดียว แต่มันจะเป็นไปได้ไหม? ที่ผู้หญิงคนหนึ่งที่มีรูปร่างหน้าตาที่ไม่ได้โดดเด่น หรือสวยตามแบบฉบับอย่างคนอื่นเขา หวังที่จะมีความรักจริงๆสักที หนังเรื่อง Sierra Burgess is a Loser (เซียร์รา เบอร์เจสส์ แกล้งป๊อปไว้หารัก) นี้ จะเป็นหนังที่เป็นคำตอบให้กับทุกๆอย่างเอง ชื่อเรื่อง : SierraBurgess is a Loser (เซียร์รา เบอร์เจสส์ แกล้งป๊อปไว้หารัก) แนว : โรแมนติก นักแสดง : Shannon Purser, Kristine Froseth, RJ Cyler, Noah Centineo บทภาพยนตร์ : Lindsey Beer ผู้กำกับ : Ian Samuels ค่าย : Netflix วันฉาย : 07 กันยายน 2018 เวลา : 1 ชั่วโมง 45 นาที เรื่องย่อ เรื่องราวความรักที่ไม่ได้ตั้งใจ เมื่อ “เวโรนิกา” (รับบทโดย Kristine Froseth) เชียร์หลีดเดอร์สาวสวยที่หลอกชายหนุ่มอย่าง “เจมี่” (รับบทโดย Noah Centineo) ที่เข้ามาจีบเธอ โดยการให้เบอร์โทรของ “เซียร่า” (รับบทโดย Shannon Purser) สาวเรียนเก่งขี้แพ้ประจำโรงเรียนไปแทนเบอร์ของเธอเอง นั่นทำให้เซียร่าและเจมี่เริ่มมีความสัมพันธ์ขึ้นมาเรื่อยๆผ่านการพูดคุยกัน โดยเจมี่หารู้ไม่ว่าคนที่เขาคุยด้วยนั้นไม่ใช่เวโรนิกา คนที่เขาต้องดการจะสานสัมพันธ์ด้วยจริงๆ รีวิว Sierra Burgess is a Loser (เซียร์รา เบอร์เจสส์ แกล้งป๊อปไว้หารัก) สารภาพเลยว่าเข้ามาดูความน่ารักของ Noah Centineo ล้วนๆเลย โอ้ย…คนอะไรน่ารักขนาดนี้ ยิ้มทีโลกสดใสเลยจ้า ฮ่าๆ มาเข้าเรื่องกันดีกว่า หนังเรื่องนี้แรกๆกฌตามแบบฉบับหนังไฮสคูลเลย คือจะมีคนที่ถูกบูลลี่ แล้วก็จะมีสาวสวยตัวเด่นของโรงเรียนนั่นเอง แต่เมื่อดูไปเรื่อยๆแล้ว ตัวหนังมันบอกเราได้ว่าทุกอย่างมันมีที่มาที่ไปของมันเอง ตัวเวโรนิกาเองที่ตอนแรกเราคิดว่านางจะมาเป็นตัวร้าย คอยกลั่นแกล้งเซียร่า แต่มันกลับไม่ใช่เลย นางมาเพื่อคอยช่วยเหลือเซียร่า และกลายเป็นเพื่อนรักกันในที่สุด หรือแม้แต่ตัวเซียร่าเองก็ยังแอบมีนิสัยเสียๆที่แสดงออกมาเช่นกัน เอาจริงๆแล้วเราว่าหนังเรื่องนี้ตั้งใจที่จะสะท้อนให้เห็นถึงการมองคนว่า เราไม่ควรมองคนที่ภายนอก แต่เราควรมองกันให้ลึกถึงภายในจิตใจต่างหาก รวมๆแล้วหนังเรื่องนี้มันให้อารมณ์ฟีลกู๊ดดี แต่ว่ามันจบง่ายไปนิดหนึ่งนะ เหมือนจบแบบห้วนๆไปเลยอ่ะ ตัวอย่าง หากคุณไม่อยากพลาดทุกข้อมูลเกี่ยวกับการรีวิวหนัง อย่าลืมติดตามหนัง Netflix เรื่องอื่นๆ เช่น รีวิวหนังเรื่อง ตีสาม กับเรื่องราวที่บอกว่าผีจะมาหลอกตอนตีสาม ได้อีกที่ filmograd.net ขอขอบคุณข้อมูลดีๆจาก Ufa1688

รีวิวหนังเรื่อง ตีสาม กับเรื่องราวที่บอกว่าผีจะมาหลอกตอนตีสาม

เรื่องราวที่ถูกเล่าต่อกันมาหลายยุคหลายสมัยกับเรื่องราวเกี่ยวกับผีที่ว่า “ตีสามแล้ว ระวังผีมานะ” ซึ่งเหมือนเป็นความเชื่อว่า ตอนตีสามพวกวิญญาณจะสามารถใกล้ชิดกับมนุษย์ได้มากที่สุดนั่นเอง ซึ่งหนังเรื่องนี้ก็ได้มีการหยิบยกเอาเรื่องราวตรงนี้มาสานต่อ โดยเป็นเรื่องราวของหนังสั้น 3 เรื่องมาต่อกันนั่นเอง เราไปดู รีวิวหนังเรื่อง ตีสาม กันเลยดีกว่า ว่าเป็นยังไงกันบ้าง ชื่อเรื่อง : “ตีสาม” แนว : สยองขวัญ นักแสดง : อภิญญา สกุลเจริญสุข, โฟกัส จีระกุล, วิวิศน์ บวรกีรติขจร, ธนวัฒน์ ประสิทธิสมพร, นัยน์ภัค ภูมิภักดิ์, กาญจน์เกล้า ด้วยเศียรเกล้า, โทนี่ รากแก่น, ปีเตอร์ ไนท์, ชาคริต แย้มนาม, เรย์ แมคโดนัลด์, ประชากร ปิยะสกุลแก้ว, กันยรินทร์ นิธินพรัศม์ ผู้กำกับ : พัชนนท์ ธรรมจิรา, กิรติ นาคอินทนนท์, อิสรา นาดี ค่าย : Five Star Production วันฉาย : 22 พฤศจิกายน 2012 เวลา : 1 ชั่วโมง 35 นาที IMDb : 5.5 เรื่องย่อ+ รีวิวหนังเรื่อง ตีสาม เรื่องแรก : เกศสยอง เรื่องราวของ “มินท์” (รับบทโดย อภิญญา สกุลเจริญสุข) และ “เมย์” (รับบทโดย โฟกัส จีระกุล) ลูกสาวเจ้าของร้านวิกผมที่มักจะมีปัญหาทะเลาะกันเป็นประจำ ซึ่งพ่อกับแม่ของพวกเขาไม่ค่อยจะอยู่บ้านและให้พวกเขาอาศัยอยู่กันเองตามลำพัง โดยมินท์ผู้เป็นพี่สาวชอบปล่อยให้น้องสาวทำงานในร้านคนเดียว ไม่ค่อยสนใจงานในร้านเท่าที่ควร จนในวันหนึ่งเมย์ได้รับซื้อเส้นผมมาจากป้าคนหนึ่ง โดยไม่ได้รู้ที่มาที่ไปของเส้นผมนี้ และในขณะเดียวกันมินท์ได้พาเพื่อนมาสังสรรค์ที่บ้าน โดยเพื่อนของมินท์ได้มีการนำวิกผมนั้นออกมาเล่น แต่นั่นมันกลับทำให้มีบางอย่างที่พร้อมจะเล่นงานพวกเขาทุกคนตามมา สำหรับเรื่องนี้เราว่ามันก็ค่อนข้างน่ากลัวในระดับหนึ่งเลยนะ แต่มันอาจจะยังไม่สุดสักเท่าไร อาจจะด้วยความที่มันเป็นเรื่องสั้นด้วย เรื่องราวก็อาจจะไม่ได้ลงลึกไปมากมายนัก แต่เราว่ามันก็โอเคอยู่นะ นักแสดงทุกก็สามารถแสดงออกมาได้อย่างสมบทบาททุกคนเลย เรื่องที่ 2 : เรือนหอคนตาย เรื่องราวของ “ทศ” (รับบทโดย โทนี่ รากแก่น) บุรุษพยาบาลที่ต้องรับหน้าที่ในการดูแลสภาพศพของ “ไมค์” (รับบทโดย ปีเตอร์ ไนท์) และ “เชอรี่” (รับบทโดย กาญจน์เกล้า ด้วยเศียรเกล้า) คู่รักชาย-หญิงที่ดันเสียชีวิตก่อนที่จะแต่งงานกันเพียง 1 สัปดาห์เท่านั้น โดยทศจะต้องคอยดูแลรักษาสภาพศพให้มีสภาพดี เหมือนยังมีชีวิตอยู่ แต่ทศนั้นกลับตกหลุมรักในเรือนร่างของเชอรี่ ทศจึงนำร่างของเธอออกมาใช้ชีวิตเหมือนเป็นปกติ แต่หารู้ไม่ว่าการกระทำของทศนั้นจะก่อให้เกิดเรื่องราวหลอนๆตามมา เรื่องสั้นตอนนี้เกรซ-กาญจน์เกล้านางสวยมาก ไม่ว่าจะมองมุมไหนนางก็สวย แต่ขอบอกเลยว่าเรื่องสั้นเรื่องนี้มีการหักมุมได้อย่างดีเลย เรียกได้ว่าทางทีมงานทำการบ้านมาดีมากๆ ตัวนักแสดงเองก็แสดงได้สมบทบาทจนเราอินตามไปด้วยเลย แล้วไหนจะฉากเอย อะไรเอย ทุกอย่างมันดูเข้ากันได้เป็นอย่างดีในเรื่องของความหลอนเรื่องนี้ เรื่องที่ 3 : O.T. เรื่องราวในออฟฟิศแห่งหนึ่งที่มี “การัน” (รับบทโดย ชาคริต แย้มนาม) และ “ที” (รับบทโดย เรย์ แมคโดนัลด์) เป็นเจ้าของบริษัท โดยทั้งคู่ต่างไม่มีใครกลัวผีเลย อีกทั้ง ยังชอบแกล้งหลอกผีคนอื่น ๆ อยู่เสมอ จนในวันหนึ่ง “บั๊ม” (รับบทโดย ประชากร ปิยะสกุลแก้ว) และ “งิ๊ง” (รับบทโดย กันยรินทร์ นิธินพรัศม์) ลูกน้องของเขาได้เข้ามาในออฟฟิศกลางดึก เพื่อสะสางงานที่คั่งค้างเอาไว้ การันและทีจึงวางแผนแกล้งหลอกผีบั๊มกับงิ๊ง จนก่อเกิดอุบัติเหตุที่ไม่คาดคิดขึ้น อื้อหือ…เรื่องสั้นเรื่องนี้ คือจะหักมุมอีกกี่รอบกันคะ บางทีดูแล้วคิดว่าผีแหละ ผีแน่ ๆ ก็กลับไม่ใช่อีก โดนหลอกอีกตามเคย แล้วยังโดนหลอกหลาย ๆ รอบด้วยนะ คนบ้าอะไรทำไมขี้แกล้งขนาดนี้ แล้วแกล้งแต่ละอย่างแรงๆทั้งนั้นเลย แกล้งแบบนี้อย่าคุยกันอีกเลยดีกว่า ฮ่าๆ สงสัยจะอินมากไป แต่เอาเป็นว่าเราชอบเรื่องสั้นเรื่องนี้มากๆเลยนะ ตื่นเต้นดี แถมยังต้องมานั่งคิดอีกว่า เรื่องจริงหรือหลอกกันแน่เนี่ย ตัวอย่าง หากคุณไม่อยากพลาดทุกข้อมูลเกี่ยวกับการรีวิวหนัง อย่าลืมติดตามหนัง Netflix เรื่องอื่นๆ เช่น รีวิว Time to Hunt (ถึงเวลาล่า) หนังแนวอาชญากรรมฟอร์มโรงภาพยนตร์จากเกาหลี ได้อีกที่ filmograd.net ขอขอบคุณข้อมูลดีๆจาก Ufa678

รีวิว Time to Hunt (ถึงเวลาล่า) หนังแนวอาชญากรรมฟอร์มโรงภาพยนตร์จากเกาหลี

เรียกได้ว่าเดี๋ยวนี้เกาหลีสามารถทำหนังแนวอื่นๆออกมาได้อย่างดีเลยทีเดียว ซึ่งในหนังที่เราจะพาทุกคนไปดูกันวันนี้ จริงๆแล้วมันเป็นหนังฟอร์มที่ต้องการนำเสนอในโรงภาพยนตร์เท่านั้น แต่เนื่องจากติดสถานการณ์โควิด-19 จึงทำให้ต้องเปลี่ยนแผนมาลงใน Netflix แทน และในวันนี้เราจะพาทุกคนมารับชม รีวิว Time to Hunt (ถึงเวลาล่า) ไปกับหนังเกาหลีแนวอาชญากรรมกันเลยดีกว่า ชื่อเรื่อง : “Time to Hunt” (ถึงเวลาล่า) แนว : อาชญากรรม นักแสดง : Lee Je-hoon, Ahn Jae-hong, Choi Woo-shik, Park Jung-min บทภาพยนตร์ : Yoon Sung-hyun ผู้กำกับ : Yoon Sung-hyun ค่าย : Netflix วันฉาย : 23 เมษายน 2020 เวลา : 2 ชั่วโมง 14 นาที IMDb : 6.2 เรื่องย่อ เรื่องราวของประเทศเกาหลีที่เรียกได้ว่าเข้าสู่ยุคมืด เศรษฐกิจตกต่ำจนถึงขีดสุด เงินวอนที่เป็นหน่วยเงินของประเทศเกาหลีกลับไม่มีค่าอีกต่อไป บรรดาบ้านเมืองที่เคยมีสีสันก็กลับเป็นสลัมดีๆนั่นเอง นั่นทำให้ “จุนซอก” (รับบทโดย Lee Je-hoon) ที่เพิ่งถูกปล่อยตัวออกมาจากเรือนจำ เขาเล็งเห็นถึงหนทางที่จะทำให้ชีวิตของเขาดีขึ้นได้ โดยการออกไปจากเมืองที่เขาอยู่นี้  แต่ประเด็นหลักๆเลยคือเขาไม่มีเงิน เขาจึงไปชวน “จางโฮ” (รับบทโดย Ahn Jae-hong), “กีฮุน” (รับบทโดย Choi Woo-shik) และ “ซังซู” (รับบทโดย Choi Woo-shik) บรรดาเพื่อนสนิทของเขาไปทำการปล้นบ่อนการพนัน เพื่อหวังจะเงินที่ปล้นมานั้นไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่เกาะทางตอนใต้ของประเทศไต้หวัน แต่เรื่องราวมันไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด เพราะมันมีคนที่หวังจะเอาชีวิตของพวกเขาทั้ง 4 คนอยู่ ซึ่งพวกเขาจะสามารถหนีตายได้หรือไม่ ต้องไปรับชมกันเลย รีวิว Time to Hunt (ถึงเวลาล่า) หลายๆคนคงจะคุ้นหน้าคุ้นตาตัวนักแสดงอย่าง “Choi Woo-shik” เป็นอย่างดี ในหนังเกาหลีเรื่อง “Parasite” ที่เป็นลูกชายคนโตของครอบครัวคนจนที่เป็นตัวเอกของเรื่องนั่นเอง และในวันนี้เขากลับมาอีกครั้งในหนังเรื่องนี้ ที่ต้องบอกเลยว่าหนังเรื่องนี้คุณภาพระดับ HDR ที่ไม่ได้ไก่กาอาราเล่เลยนะ อีกทั้งหนังยังมีฉากแอคชั่นไล่ฆ่า ยิงกันถล่มทลายทั้งเรื่อง แล้วตัวหนังเองยังมีการสอดแทรกเรื่องราวของมิตรภาพระหว่างเพื่อนเอาไว้อย่างชัดเจนมากเลยทีเดียว ถึงแม้มันจะมีช่วงยืดเยื้อไปบ้างนิดหน่อย แต่มันก็ไม่ได้เยอะมากจนทำให้น่าเบื่อเลย แต่เราว่ามันเสียแค่อย่างเดียวนั่นก็คือ ในส่วนของเนื้อเรื่องมีการตัดตัวละครบางตัวออกไป แบบไม่ได้กล่าวถึงอีกเลย มันทำให้เราสงสัยกันว่า มันเกิดอะไรขึ้นกับตัวละครตัวนั้นกันแน่ แต่รวมๆ ถ้าดูฉากแอคชั่นมันส์ ดูแบบไม่ได้ติดใจกับเนื้อเรื่องอะไรมากนัก หนังเรื่องนี้ก็ถือว่าทำได้ดีพอสมควรเลย ตัวอย่าง หากคุณไม่อยากพลาดทุกข้อมูลเกี่ยวกับการรีวิวหนัง อย่าลืมติดตามหนัง Netflix เรื่องอื่นๆ เช่น รีวิว Pandora หนังแนวภัยพิบัติคุณภาพดีที่ควรค่าแก่การเสียเวลาดูเป็นอย่างมาก ได้อีกที่ filmograd.net ขอขอบคุณข้อมูลดีๆจาก Ufa369

รีวิว Pandora หนังแนวภัยพิบัติคุณภาพดีที่ควรค่าแก่การเสียเวลาดูเป็นอย่างมาก

จะว่าไปวงการหนังหรือซี่รี่ย์สัญชาติเกาหลีไม่ได้มีดีแค่หนังซอมบี้หรือซีรี่ย์รักโรแมนติกเท่านั้นหรอกนะ เพราะวันนี้เราไปค้นพบหนังเกาหลีดีๆเรื่องหนึ่งใน Netflix มา ซึ่งมันจะเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับภัยพิบัติที่เกิดขึ้น เอาเป็นว่าเราไม่รอช้า ไปรับชม รีวิว Pandora กันเลยดีกว่า ชื่อเรื่อง : “Pandora” แนว : ภัยพิบัติ นักแสดง : Kim Nam-gil, Kim Ju-hyeon, Kim Myung-min, Lee Geung-young, Kim Dae-myung, Jung Jin-young บทภาพยนตร์ : Park Jung-woo ผู้กำกับ : Park Jung-woo ค่าย : Next Entertainment World วันฉาย : 07 ธันวาคม 2016 เวลา : 2 ชั่วโมง 16 นาที IMDb : 6.7 เรื่องย่อ เรื่องราวของ “แจฮยอก” (รับบทโดย Kim Nam-gil) ชายหนุ่มผู้ขี้ขลาดของครอบครัว เขาได้ทำงานเป็นวิศวกรซ่อมบำรุงที่โรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์แห่งหนึ่งในเกาหลีที่ถูกสร้างขึ้นมาแล้วกว่า 40 ปีแล้ว ถึงแม้แจฮยอกจะเติบโตและทำงานให้กับโรงไฟฟ้านิวเคลียร์แห่งนี้ที่เป็นสาเหตุให้พ่อและพี่ชายของเขาต้องเสียชีวิตจากการที่รังสีรั่วไหล เขาเองก็ยังมีท่าทีต่อต้านโรงงานไฟฟ้าแห่งนี้ไปในตัว จนในวันหนึ่งได้เกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวขนาด 6.1 ริกเตอร์ขึ้นที่เมืองที่พวกเขาอาศัยอยู่ นั่นทำให้โรงงานไฟฟ้าแห่งนี้ที่ถูกออกแบบมาเพื่อรับมือกับภัยพิบัติเกิดรอยรั่วรอยแตกขึ้น เพราะมันผ่านการทำงานมากว่า 40 ปีแล้ว จนในที่สุดเตาปฎิกรณ์ของโรงงานแห่งนี้ก็เริ่มระเบิดขึ้นมา ส่งผลให้เกิดการกระจายของรังสีโดยรอบกว่า 20 กิโลเมตรและยังมีแนวโน้มว่าจะกระจายออกไปเรื่อยๆอีกด้วย นั่นทำให้แจฮยอกและเพื่อนๆในทีมของเขาอาสาสมัครเป็นหน่วยกล้าตายเข้าไปยังโรงงานแห่งนี้เพื่อควบคุมสถานการณ์ดังกล่าวให้ได้ รีวิว Pandora หนังเรื่องนี้เราเห็นมันขึ้นให้ดูใน Netflix มานานมากแล้วล่ะ แต่ไม่เคยคิดจะเข้าไปดูเลยสักครั้ง ทุกวันนี้ยังคิดอยู่เลยว่าทำไมถึงไม่เข้าไปดูสักที เพราะหนังเรื่องนี้มันคือดีงามมากๆอ่ะ โดยตัวหนังจะเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับภัยพิบัติจากโรงงานนิวเคลียร์ในเกาหลีที่เกิดอาการผุพังไปตามกาลเวลา เรียกได้ว่าหนังเรื่องนี้เป็น 2 ชั่วโมงกว่าที่คุ้มค่ามากๆ เพราะมันมีการเดินเรื่องได้อย่างรวดเร็ว กระชับ ไม่มีช่วงไหนของเรื่องเลยที่ทำให้เรารู้สึกง่วง อยากจะหลับ มันจะมีแต่ช่วงที่พาให้เราดราม่าและกดดันได้ตลอดทั้งเรื่องเลยทีเดียว ในช่วงแรกๆของหนังเรื่องนี้จะมีการเน้นไปที่เรื่องราวของความเห็นแก่ตัวของมนุษย์ซะเป็นส่วนใหญ่เลย ไม่เว้นแม้กระทั่งผู้นำของประเทศเองที่กลัวแต่เรื่องผลกระทบที่อาจจะตามมาหากข่าวนี้หลุดออกไป นั่นทำให้เรื่องราวมันยิ่งแย่ลงเรื่อยๆ เราต้องบอกก่อนเลยว่า เราไม่ได้ร้องไห้กับหนังมานานมากแล้ว แต่หนังเรื่องนี้มันทำเอาเราอินจนร้องไห้หมดไปเป็นปี๊ปเลย เอาเป็นว่าสำหรับใครที่ยังไม่เคยดูหนังเรื่องนี้ เราแนะนำว่าคุณควรไปหามาดูเป็นอย่างมาก คือตัวหนังเรื่องนี้มันอาจจะไม่ได้ให้อารมณ์ฟีลกู๊ดอะไรกับคุณหรอกนะ แต่ต้องยอมรับเลยว่าหนังเรื่องนี้เป็นหนังน้ำดี มีคุณภาพเรื่องหนึ่งเลย ตัวอย่าง หากคุณไม่อยากพลาดทุกข้อมูลเกี่ยวกับการรีวิวหนัง อย่าลืมติดตามหนังต่างประเทศเรื่องอื่นๆ เช่น ชาร์ลี แชปลิน คนที่สองในโลกที่ตัวจริงยังต้องยอมรับในฝีมือของเขาเลยทีเดียว ได้อีกที่ filmograd.net ขอขอบคุณข้อมูลดีๆจาก Ufabet72